bg-single

พระท่ามะปราง จากกรุวัดสำปะซิว พิมพ์นิยมสุพรรณบุรี

21.06.2026

โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ

[email protected]

พระท่ามะปราง เป็นพระยอดนิยมรูปแบบหนึ่ง ขุดพบหลายกรุหลายจังหวัด ทุกกรุล้วนแต่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะพระท่ามะปราง กรุวัดสำปะซิว จ.สุพรรณบุรี

พระที่พบเป็นพระเนื้อดินเผา เนื้อค่อนข้างแกร่ง มีกรวดทรายผสมอยู่

พระกรุวัดสำปะซิวนั้น ความเป็นจริงการพบพระกรุนี้มิได้พบภายในวัดสำปะซิว แต่มีผู้ขุดพบพระเครื่องที่ใกล้กับวัดสำปะซิว ผู้ที่พบคือ นายดี มาแสง บ้านอยู่ไปทางทิศเหนือของวัด

นายดีขุดดินบริเวณบ้านตรงริมรั้วบ้านของตัวเอง และบังเอิญไปพบพระเครื่องเนื้อดินเผาเข้าจำนวนหนึ่ง ในส่วนทางด้านทิศใต้ของวัดก็เคยมีผู้ขุดพบพระบูชาสมัยลพบุรีอยู่หลายครั้งหลายหนเช่นกัน สันนิษฐานว่า บริเวณนี้น่าจะเคยเป็นแหล่งชุมชนสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน

สาเหตุที่เรียกพระกรุเนื้อดินเผากรุนี้ว่า กรุวัดสำปะซิว เนื่องจากหลังจากที่พบพระเครื่องดังกล่าว และนำพระออกมาสู่นักสะสมและถามถึงที่มา ก็มักจะตอบว่า พระกรุวัดสำปะซิว ซึ่งเป็นย่านที่พบพระเครื่อง และสถานที่นี้ก็มีวัดที่ชื่อวัดสำปะซิวอีกด้วย

พระเครื่องของกรุนี้จึงเรียกกันต่อมาว่าเป็นพระกรุวัดสำปะซิวต่อๆ มาจนทุกวันนี้

วัดสำปะซิว ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี สร้างเมื่อ พ.ศ.1857 ยุคสมัยประวัติศาสตร์ (อยุธยาตอนต้น) ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.1860

ตามประวัติตำนานที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าขานต่อๆ กันมาว่า เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่กองทัพไทยในคราวสมเด็จพระนเรศวรมหาราชหยุดพักรบ เพื่อตรวจสอบบัญชีจำนวนทหารในกองทัพว่ามีจำนวนทหารที่สูญหายจากการทำศึกเท่าใด และมีจำนวนทหารเหลืออยู่เท่าใด

ซึ่งประชาชนในสมัยนั้นเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า สางบัญชี จึงตั้งชื่อวัดแห่งนี้ว่า วัดสางบัญชี

เนื่องจากสาเหตุอันใดไม่ทราบ ได้ทำให้การเรียกชื่อวัดแห่งนี้ผิดเพี้ยนไปจากเดิม จากชื่อว่า วัดสางบัญชี เป็นวัดสำปะซิว มาจนถึงทุกวันนี้

สุนทรภู่เดินทางแจวเรือมาสุพรรณบุรี และได้แต่งโคลงสี่สุภาพนิราศสุพรรณตอนหนึ่งว่า….

สำปะทิวงิ้วง้าวสะล้าง กรางไกร

ถิ่นท่าป่ารำไร ไร่ฝ้าย

เจ๊กอยู่หมู่ไทยมอญ ทำถั่วรั้วเอย

ปลูกผักฟักกล้วยกล้าย เกลื่อนทั่วทางจร

จากนิราศนี้กล่าวได้ว่า ครั้งหนึ่งวัดแห่งนี้เคยถูกเรียกชื่อว่า วัดสำปะทิว แต่เนื่องจากสาเหตุอันใดไม่ทราบทำให้การเรียกชื่อวัดแห่งนี้ ผิดเพี้ยนไปจากเดิม จากชื่อว่า วัดสางบัญชี เป็นวัดสำปะทิว

ก่อนที่จะเป็นวัดสำปะซิว มาจนถึงทุกวันนี้

พระท่ามะปราง กรุวัดสำปะซิว

ภายในวัดยังมีการขุดพบแหล่งโบราณคดี เป็นแหล่งที่ตั้งเตาเผาภาชนะดินเผา (ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา) ซึ่งเตาเผาอิฐเป็นแบบระบายความร้อนผ่านเฉียงขึ้น ซึ่งสามารถเผาภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งแบบเคลือบและแบบไม่เคลือบได้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนทั้ง 2 ฝั่ง สะดวกในการขนส่งวัตถุดิบต่างๆ ทางเรือ นับว่าเป็นสินค้าส่งออก ลักษณะของดินเกิดจากวัตถุต้นกำเนิดดินที่ถูกเคลื่อนย้ายพัดพามา

จึงทำให้ดินมีคุณภาพดีเหมาะสำหรับในการทำภาชนะดินเผา เคยขุดค้นพบเศษเครื่องสังคโลกและเครื่องถ้วยจีนซึ่งนำมาเป็นตัวอย่างในการผลิตประเภทถ้วยชาม

ส่วนหม้อไหก็มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเอง

การขุดพบพระเครื่องในครั้งนั้น นายดีขุดพบพระพิมพ์ต่างๆ คือ พระพิมพ์ซุ้มนครโกษา พระพิมพ์ท่ามะปราง หรือบางท่านในสมัยก่อนเรียกว่า นางสำปะซิวก็มี พระพิมพ์นารายณ์ทรงปืน พระพิมพ์ซุ้มปรางค์ เป็นต้น

พระเครื่องทั้งหมดที่พบเป็นพระเนื้อดินเผา ประเภทเนื้อหยาบ มักปรากฏเม็ดกรวดปะปนอยู่ในเนื้อพระ เป็นพระเนื้อแกร่ง สีที่พบมักจะเป็นสีอิฐ สีนวลๆ และสีดำซึ่งเป็นสีที่พบน้อยกว่าสีอื่นๆ

พระกรุวัดสำปะซิว ที่พบเห็นกันมากคือ พิมพ์ซุ้มนครโกษา ลักษณะคล้ายกับพระซุ้มนครโกษาของลพบุรี สันนิษฐานว่า คงสร้างล้อแบบศิลปะลพบุรี

ส่วนอีกพิมพ์หนึ่งที่นิยมคือ พิมพ์ท่ามะปราง พุทธลักษณะคล้ายกับพระท่ามะปรางของทางจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย และกำแพงเพชร

แต่มีพุทธลักษณะต้อกว่าของกรุอื่นๆ และส่วนมากมักจะมีปีกกว้างออกมา ส่วนพิมพ์ซุ้มปรางค์และพิมพ์นารายณ์ทรงปืนสร้างล้อศิลปะลพบุรีเช่นกัน

พิจารณาศิลปะโดยรวมของพระกรุนี้ สันนิษฐานว่า น่าจะสร้างในตอนปลายสมัยสุโขทัยต่ออยุธยาตอนต้น

ในปัจจุบันก็ไม่ค่อยได้พบเห็นมากนัก นับวันค่อนข้างจะหายากพอสมควร

เชื่อว่าโดดเด่นทางด้านแคล้วคลาด คงกระพัน สนนราคาก็ยังไม่สูงนัก แต่ก็ไม่ค่อยพบเห็นกันนักโดยเฉพาะพิมพ์ท่ามะปรางราคาจะสูงกว่าพิมพ์อื่นๆ

พระพิมพ์ดังกล่าว ยังพบอยู่ที่กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ด้วยเช่นกัน แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก พระของกรุวัดพระศรีฯ ส่วนมากจะพบเป็นพระเนื้อดินละเอียดกว่าของกรุวัดสำปะซิว การเล่นหาก็จะมีค่านิยมสูงกว่าของกรุวัดสำปะซิว

พระท่ามะปราง กรุวัดสำปะซิว หาพระแท้ๆ ยากพอสมควร ของปลอมเลียนแบบมีมานานแล้วเช่นกัน เพราะเป็นพระยอดนิยมชนิดหนึ่งของเมืองสุพรรณ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วันที่ฝันเป็นจริง
ประชาชนขนทรายเข้าวัด
พักร้อน
Lonely Castle in the Mirror : บทบาทของครูและแม่เรื่องบูลลี่
‘คอนเสิร์ตที่ (ไม่) พึงปรารถนา’
คุยกับทูต เอลชิน บาชีรอฟ อาเซอร์ไบจาน เสน่ห์สองทวีป สู่ดาวรุ่งฤดูหนาว (1)
E-DUANG | เป้าหมาย iLaw ยิ่งชีพ เป้าหมาย #สั่งฟ้องสว.
“ขื่น”ในความ”ยินดี” | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
เหรียญรูปเหมือน 2477 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสุปัฏนาราม จ.อุบลฯ
แก้ท่วมซ้ำซาก ‘น่าน’
‘กับดัก’
เอ็กซ์คลูซีฟ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ขอเป็น ‘เดอะแบก’ ให้ประเทศ ‘ซ่อม-สร้าง (บุญใหม่)’ เศรษฐกิจไทย