bg-single

เหยี่ยวถลาลม | เลือกผู้ว่าฯ กทม.เลือกคนกล้าหักดิบทุจริตคอร์รัปชั่น

21.06.2026

ลองนึกภาพดูนะครับว่า ถ้าเช้าวันหนึ่งมีเสียงกดกริ่งที่ประตูรั้วบ้านแล้วละล้าละลังลุกตื่นขึ้นมา พอโผล่ออกไปดูเห็นผู้คนยืนออหน้าบ้านส่งเสียงอื้ออึง คนร้อยกว่าคนยืนชี้นิ้วพุ่งตรงมาพร้อมตะโกนลั่นไปทั้งซอยว่า ไอ้ขี้ฉ้อไอ้ขี้โกง แล้วเหตุการณ์นั้นภาพนั้นก็กระจายไปโดยพลันแพร่ลามทั่วชุมชน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด

เชื่อกันว่า ไม่มีที่ไหนบนโลกใบนี้ที่จะไม่มีการฉ้อฉลหรือคดโกง เพียงแต่มากน้อยแตกต่างกันไปตามความเข้มข้นของแต่ละสภาพ

อย่างไรก็ตาม เมื่อทุกสังคมตระหนักถึงภัยอันตรายของการโกงหรือการทุจริต รัฐก็จะจัดให้การคอร์รัปชั่นเป็นอาชญากรรมที่มีโทษทางอาญา กระทั่งมีการยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการโกง

ถ้าหากภาพที่ผู้คนนับร้อยคนมายืนชี้นิ้วใส่เราอยู่หน้าบ้านชวนให้รู้สึกสยอง ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในระดับโลกของ “สุดสยอง” เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าในปี 2025 หรือ 2568 มีการจัดอันดับที่เรียกว่า CPI หรือ Corruption Perceptions Index ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก ได้จัด “อันดับความโปร่งใส” ให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 116 จากทั้งหมด 182 ประเทศ

หมายความว่า ในชุมชนระดับโลก ยังคงมีอีก 115 ประเทศ ที่สามารถชี้มาที่ประเทศไทยพร้อมกับคุยได้ว่า แกมันแย่กว่าฉัน แล้วใครจากที่ไหนจะกล้ามาลงทุน ไม่ว่าจะร่อนลงกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวง หรือร่อนไปลงเมืองใหญ่อื่นๆ ในภูมิภาค ถ้ายังมีการทุจริตคอร์รัปชั่นกันยุบยับขนาดนี้นักลงทุนจะได้ประสบการณ์ที่ชวนให้ปวดเศียรเวียนหัวจากราชการไทยครบถ้วนทั้งจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น

ไม่ได้รู้สึกอดสูหรืออับอาย คล้ายมีใครตั้งใจผูกปมเงื่อนเอาไว้ให้ผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งมี “อำนาจหน้าที่” ได้ใช้ดุลพินิจเพื่อ “เรียกรับ” แลกกับความราบรื่นสะดวกไม่ถูกกลั่นแกล้งจากข้อบัญญัติที่สงบนิ่งอยู่ในประกาศ หรือระเบียบ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กลายเป็นธรรมเนียมราชการไทย!

คําถามคือ มหานครอย่าง “กทม.” ซึ่งเปรียบเหมือน “ใบหน้า” ของประเทศไทยรอดหรือไม่

ไม่รอด!!

“หนึ่งในร้อย” ริ้วรอยบนใบหน้าของประเทศไทยก็คือ 1 ใน 100 ปัญหาที่ กทม.ยังแก้ไม่ได้

หลังรัฐประหาร 2557 ที่มีการสืบทอดอำนาจกันอย่างยาวนาน คนกรุงเทพฯ ได้เลือก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เป็นผู้ว่าฯ กทม.คนแรก

“ชัชชาติ” ได้จุดไฟแห่งความหวังในการเปลี่ยนแปลง

ผู้ว่าฯ กทม.ที่มาจากการเลือกตั้งทำได้ดีพอสมควรและในหลายด้านก็ทำได้เนียน 1 ในนั้นคือการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในหน่วยราชการ กทม. ถึงแม้ “ชัชชาติ” จะไม่ห้าวเป้งมุทะลุดุดัน แต่ก็ได้ลงมือทำ ด้วยการเปิดประตู กทม.ให้ประชาชนได้เข้าถึง ได้มีส่วนร่วม สามารถแจ้งเบาะแสและร้องทุกข์ผ่าน “Traffy Fondue” ภายใต้แนวคิด “กรุงเทพโปร่งใส” ถือว่าทำได้ดีในระดับปานกลาง

“ชัชชาติ” ยังผลักดัน Open Data ด้วยการให้เปิดเผยข้อมูลภาครัฐ เช่น โครงการก่อสร้าง งบประมาณ ข้อมูลการร้องเรียน พร้อมปรับระบบติดตามผลงานจาก “เอกสาร” เป็น “ดิจิทัล” ซึ่งรวดเร็วไม่รุ่มร่าม

นอกนั้นยังจับมือกับ ACT ประกาศให้ “การจัดซื้อจัดจ้าง” เป็นพื้นที่ “เฝ้าระวังพิเศษ” เหมือนมีเจตนาเป็นก้างชิ้นใหญ่ที่ขวางคอ

แต่เชื่อหรือไม่ว่า ในการต่อสู้กับปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น “ชัชชาติ” ยังแพ้แต้ม เสียท่าให้กับ “เจ้าพนักงาน” ทั้งในและนอกราชการซึ่งสามารถพลิกแพลงวิธีการ “เรียกรับ” จน “ชัชชาติ” ตกอยู่ในสภาพอัศวินหัวเดียวกระเทียมลีบ

จะว่าไป การที่ชัชชาติมาจากผู้สมัครอิสระถึงแม้จะมีเพื่อนฝูงอาสามาช่วยด้วยหัวใจ แต่ในบางทีก็มี “เห็บ” ซึ่งชัชชาติทำได้แค่ทำใจกับทำลืม

ผลงานระดับ “เชือดลิง” จึงไม่มีปรากฏเพราะส่วนใหญ่เน้นไปที่แนวป้องกันข้าศึก แต่ข้าราชการรู้ทางกับรู้ทัน การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น 4 ปีของ “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” จึงมีสภาพเหมือนนักมวยที่เต้นฟุตเวิร์ก เด้งเชือก วนซ้ายทีขวาทีไปรอบๆ เวทีกระทั่งเสียงระฆังลั่นหมดเวลา

การปะทะกับระบบคอร์รัปชั่นที่ฝังอยู่ในหน่วยราชการ กทม. จึงไม่ง่ายเหมือนจินตนาการ

ในระดับชาติ หลังจากประเทศผ่านยุครัฐประหาร บรรดา 3 สถาบันธุรกิจภาคเอกชนที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกก็มีโอกาสรวมตัว ผุดกิจกรรมกดดันรัฐบาล เสนอให้ภาครัฐปรับปรุง ประกาศระเบียบกฎกระทรวง กฎหมายรองที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจรวมกว่า 7,600 ฉบับที่ “ล้าหลัง” เป็น “เงื่อนไข” ให้เจ้าหน้าที่ใช้เป็น “ช่องทาง” ทำมาหากิน

แม้จะเป็นแค่ “แสงสว่างปลายอุโมงค์” แต่ก็เป็นการเริ่มต้นในระดับชาติ

ส่วนระดับท้องถิ่นที่สำคัญยิ่ง ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ จะมีการเลือกตั้ง “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” มหานครซึ่งเป็นศูนย์รวมความเจริญของประเทศ

“ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อยากจะเป็น “ผู้ว่าฯ กทม.” อีกรอบ!

ในท่ามกลางวงล้อมของปัญหามหานครนั้น “การทุจริตคอร์รัปชั่น” เป็น 1 ในภารกิจที่ท้าทายศักยภาพของผู้ว่าฯ กทม.ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่ง “ชัชชาติ” เป็นผู้สมัครคนเดียวที่ได้ลงมือทำให้ดูแล้ว และเผยให้เห็นจุดแข็งจุดอ่อนแล้ว

“กทม.” เป็นมหานคร เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย มีข้อดีกว่าเมืองอื่นๆ ตรงที่ “พ่อเมือง” หรือ “ผู้ว่าฯ” มาจากการเลือกตั้ง

ผู้ว่าฯ กทม.จึงมีอิสระทางความคิด มีอิสระที่จะกำหนดทิศทางหรือความฝันที่อยากจะเป็น เช่น ถ้าตั้งใจจะสร้าง กทม.ให้เป็น “มหานครแห่งความสุจริต” ก็ย่อมทำได้

การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีคุณค่าอเนกอนันต์ถ้าได้ “ผู้ว่าฯ กทม.” ที่เก่ง แกร่ง และกล้า

ปั้น กทม.เป็น “เมืองนำร่อง” ฉุดประเทศให้ขึ้นมาจาก “หลุมที่ 116” ของการคอร์รัปชั่นโลก

กทม.เปลี่ยน-ประเทศไทยเปลี่ยน!?!!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน