นาทีบุกช่วย 11 คนไทย เหยื่อแก๊งคอลฯ ลวงไปเขมร พาซุกเซฟเฮาส์รอข้ามแดน ตร.ลุยสอบเพจสมัครงาน
อาชญากรรม อาชญา ข่าวสด
นาทีบุกช่วย 11 คนไทย
เหยื่อแก๊งคอลฯ ลวงไปเขมร
พาซุกเซฟเฮาส์รอข้ามแดน
ตร.ลุยสอบเพจสมัครงาน
ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา ที่พร้อมจะพัฒนาเป็นสงครามได้ทุกเมื่อ แต่ก็ยังมีคนไทยกลุ่มหนึ่งที่จ้องแต่จะหาผลประโยชน์ให้ตนเอง โดยไม่สนใจว่าประเทศชาติจะเสียหายแค่ไหน
ที่น่าผิดหวังที่สุดคือพวกที่เป็นมือเป็นไม้ให้แก๊งอาชญากรชาวจีน หลอกพาเพื่อนร่วมชาติลักลอบข้ามแดนไปให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์บังคับ-ทรมาน
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 13 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน (ไอเอ็มเอฟ) ภาคตะวันออก พร้อมทหารกองกำลังบูรพา โดย พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ กองกำลังบูรพา ชุด ฉก.ร.2 พัน.1 บุกเข้าปิดล้อม ตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 3 ต.ฟากห้วย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ภายหลังมีผู้ปกครองเยาวชน 2 คน จากพื้นที่ จ.นครปฐม และ จ.นครราชสีมา ขอความช่วยเหลือให้ช่วยตามหาบุตรหลาน ที่คาดว่าตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งกัมพูชา
โดยระบุว่าบุตรหลานถูกหลอกให้ไปทำงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อ้างจะมีรายได้ 20,000 บาทขึ้นไป มีสวัสดิการทุกอย่างให้ และยังมีคนไทยที่อยู่ด้วยกันเพื่อรอการข้ามแดนไปกัมพูชาอีกหลายคน
เจ้าหน้าที่ต้องยืนเรียกอยู่นานแต่ก็ไม่มีคนมาเปิดประตู ต้องยืนยันว่าเป็นเจ้าพนักงาน มาเพื่อให้ความช่วยเหลือจริงๆ สุดท้ายจึงมีคนในบ้านยอมเปิดประตูให้เข้าไปตรวจสอบในบ้าน
ผลการตรวจสอบพบคนไทย 11 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นบุคคลที่ญาติตามหา นอกจากนี้ ยังพบยาไอซ์ที่สูบแล้วพร้อมอุปกรณ์ และน้ำต้มใบกระท่อม
โดยเยาวชนทั้งหมดเป็นผู้หญิง 4 คน ผู้ชาย 7 คน อายุระหว่าง 18-27 ปี และ 1 คน มีสารเสพติดในร่างกาย
หลังสอบสวนเสร็จจึงส่งตัวไปพักไว้ที่ศูนย์ช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน เพื่อนัดเข้ามารายงานตัวเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามขั้นตอนที่ สภ.อรัญประเทศ
และจะขยายผลอย่างละเอียดต่อไป รวมทั้งจะดำเนินคดีกับเจ้าของบ้านด้วย

จากการสอบสวน เหยื่อทุกรายให้การว่า ค้นหางานผ่านเฟซบุ๊กและเพจชื่อ ทำงานที่บ้าน โดยมีข้อมูลระบุว่า มีงานในประเทศกัมพูชา รายได้เดือนละ 20,000-25,000 บาท พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ให้ติดต่อ
เมื่อผู้เสียหายติดต่อไปยังเบอร์ดังกล่าว ก็มีการนัดหมายให้เดินทางมาที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งทั้งหมดเดินทางมาจุดนัดหมายถึงช่วงเย็นที่ บขส.อรัญฯ และสถานีรถไฟอรัญประเทศ จึงให้พักที่โรงแรมใกล้กับ บขส.อรัญฯ 1 คืน จากนั้นก็พาไปอยู่ที่เซฟเฮาส์ดังกล่าว เพื่อรอเวลาพาข้ามแดนในช่วงค่ำของวันเกิดเหตุ
ผู้เสียหายรายหนึ่ง พร้อมแฟนเดินทางมาจาก จ.เชียงใหม่ เพื่อทำงานดังกล่าว บอกว่า ระหว่างอยู่ที่บ้านเซฟเฮาส์จุดเกิดเหตุ เพื่อรอข้ามแดนไปทำงานในฝั่งกัมพูชา รู้สึกว่าน่าจะถูกหลอกลวงไปทำงานคอลเซ็นเตอร์จึงแจ้งให้ญาติทราบ เพื่อขอความช่วยเหลือพร้อมส่งพิกัดที่อยู่ให้
กระทั่งศูนย์ช่วยเหลือคนไทยฯ ได้ประสานเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ ซึ่งตอนที่อยู่ที่บ้านหลังนั้นไม่ได้ถูกทำร้ายแต่ไม่ให้ออกไปไหน มีคนดูแลควบคุมไว้
โดยกลุ่มคนที่ดูแลพากันขึ้นรถออกไปก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าช่วยเหลือไม่นาน
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับให้ตำรวจภูธรภาค 2 เร่งรัดสืบสวนขยายผล จับกุมผู้กระทำผิดและผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดโดยเด็ดขาด พร้อมมอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ ตรวจสอบเพจหางานและช่องทางออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงแรงงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์และขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
นอกจากนี้ ผบ.ตร.ยังได้กำชับให้คุมเข้มอย่างต่อเนื่องในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งหลอกลวงต่างๆ

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สอบถามปากคำผู้เสียหายทั้งหมดไว้เป็นพยาน พร้อมรวบรวมข้อมูลประกอบการสืบสวน เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดและผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเตือนประชาชน ให้เพิ่มความระมัดระวังในการสมัครงานผ่านเพจ หรือช่องทางออนไลน์ที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน หรือมีข้อเสนอรายได้สูงเกินจริง เพราะอาจเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงไปทำงานผิดกฎหมายในต่างประเทศ
หากประชาชนพบเห็นเพจรับสมัครงานที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย หรือได้รับข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการหลอกลวงแรงงาน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือสายด่วน 191 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และช่วยเหลือตามขั้นตอนของกฎหมาย ยืนยันว่าจะติดตามจับกุมผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงแรงงานข้ามชาติอย่างจริงจัง เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ขณะที่ นายเบิร์ด เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน ภาคตะวันออก (IMF) กล่าวว่า ทั้ง 11 คน ได้กลับบ้านไปก่อนแล้ว 2 ราย ซึ่งร้องขอความช่วยเหลือ ส่วนอีก 9 คน พบว่าถูกดำเนินคดี 2 ราย คดีเสพยาเสพติดและมีหมายจับบัญชีม้าอีก 1 ราย ที่เหลืออีก 7 คน จะส่งตัวไปที่ศูนย์ฯ เพื่อแจ้งข้อมูลแล้วส่งกลับบ้าน เนื่องจากยังไม่พบว่ากระทำความผิดหรือข้ามฝั่งไปยังประเทศกัมพูชา
จึงอยากเตือนเยาวชนและผู้ปกครองว่า การหางานผ่านเพจที่อ้างว่า มาฝึกงาน มาอบรม พื้นที่อรัญประเทศ 4-5 วัน มีโน้ตบุ๊ก มีโทรศัพท์มือถือ สามารถรับงานกลับไปทำที่บ้านได้ พวกนี้คือหลอกทั้งหมด
ลักษณะการหลอกจะบอกว่า มีงานเช็กสต๊อก ลงโกดังของ ขับรถ เป็นแม่บ้าน ตามแนวชายแดน แล้วให้เปิดบัญชีมาเยอะๆ ดูไว้เลยว่า นี่คือการหลอกลวงแน่นอน และก็ไม่มีงานไหนที่ไม่ต้องลงทุนอะไร มีทุกอย่างให้หมด รับคนถึงบ้าน ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไม่มีแน่นอน พวกนี้คือหลอกมาทำบัญชีม้าทั้งหมด
สำหรับคนที่ประสบเหตุและชัดเจนว่า เป็นการหลอกลงให้ข้ามแดน ถ้ารู้ตัวว่า ประสบเหตุแล้ว หรือว่า ถูกหลอกแน่ ๆ ให้โทร.แจ้ง 191 ไว้ก่อน
และถ้ามีเวลาก็ประสานไปที่ ศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน ภาคตะวันออก (IMF) ที่เบอร์โทรศัพท์ 098-710-6491

ย้อนไปเมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองกำลังบูรพา โดย ฉก.อรัญประเทศ ร่วมกับ ตร. สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้นำหมายค้นจากศาลจังหวัดสระแก้ว เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในบ้านวังมน หมู่ 3 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ ของ นายนิวัฒน์ มาลาหอม หรือบ้านเจ๊สาว ซึ่งจากแนวทางสืบสวน พบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นจุดพักคอย พาคนลักลอบเข้า-ออกพรมแดน ของแก๊งนำพาแรงงานเถื่อนจากกัมพูชา
จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทราบว่า แก๊งดังกล่าวจะใช้รถยนต์ส่วนตัว รับผู้ต้องการจะข้ามพรมแดนไปยังกัมพูชา มาส่งยังช่องทางลับด้านหลังบ้านเจ๊สาว จากนั้นจะพาลงเรือ พายข้ามลำคลองไปยังฝั่งกัมพูชา ส่วนใหญ่จะใช้เวลาพลบค่ำในการปฏิบัติการ
ขณะเดียวกัน ผู้ที่ต้องการจะลักลอบเข้ามายังไทย ก็ใช้วิธีนั่งเรือข้ามมายังบ้านเจ๊สาวเพื่อพักคอย ก่อนที่จะใช้รถยนต์ส่วนตัวขนไปส่งยังตัวเมือง ซึ่งปัจจุบันจะคิดค่าหัว คนละ 6,000-9,000 บาท
ขณะที่ นางบังอร หรือเจ๊สาว และนายนิวัฒน์ สามี อยู่ในอาการตกใจ แต่ให้ความร่วมมือและยินดีให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นบ้านพัก จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำภาพถ่ายจากโดรน ที่แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวต้องสงสัยบริเวณหลังบ้านและช่องทางลับข้ามคลองลึกให้เจ๊สาวดู
ซึ่งเจ๊สาวยืนยันทั้งน้ำตาว่า ไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้เห็นการลักลอบเข้ามาของกลุ่มคนกัมพูชาแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เจ๊สาวยอมรับว่าที่ผ่านมา เคยแอบเห็นคนกัมพูชาลักลอบนั่งเรือเข้ามาบริเวณหลังบ้านจริง แต่ไม่กล้าแจ้งเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายกับตัวเองและครอบครัว
หลังการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้อง และทำการสอบสวนขยายผล เพื่อจับกุมผู้อยู่เบื้องหลัง และเครือข่ายขบวนการนำพาคนข้ามแดนผิดกฎหมายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนเพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายดังกล่าวให้ครอบคลุมทุกส่วน ในการนำพาแรงงานเถื่อนมายังฝั่งประเทศไทย และขนคนไทยข้ามแดนไปยังฝั่งกัมพูชา อย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง
ความโหดร้ายของแก๊งอาชญากรจีนเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริง ดูจากกรณีของหนุ่มนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ที่โดนทรมานจนเสียชีวิต หรือแม้แต่คนไทยที่กระโดดโรงแรมฆ่าตัวตายเพื่อหนีเงื้อมมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์
การที่ไทยกดดันกัมพูชาในทุกทาง ให้เร่งจัดการแก๊งอาชญากรเหล่านี้ จึงนับเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
