bg-single

FRONTLINES : เมื่อข้อเท็จจริงกลายเป็นศิลปะ

23.10.2025

ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ

FRONTLINES

: เมื่อข้อเท็จจริงกลายเป็นศิลปะ

และแล้ว “บูรพา” เอเลี่ยนตัวเขียวหน้าตาประหลาดผู้เคยเห็นแต่ในบูธอาร์ตทอย ก็เดินทางมาอยู่ในออฟฟิศของผมจริงๆ คราวนี้ไม่ได้ห้อยอยู่บนชั้นโชว์ แต่เอนกายไขว่ห้างบนโต๊ะทำงานเหมือนเจ้าของบ้าน

ผมจำได้ว่าเคยเจอน้องบูรพาหลายครั้ง ตามงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ งานหนังสือ หรือบูธศิลปะสารพัด เห็นทีไรก็อดหยุดดูไม่ได้ เคยคิดจะซื้อมาประดับโต๊ะอยู่เหมือนกัน แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ชวนประหลาดปนขำ ผมก็ได้แต่ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ไม่กล้าพาเข้ามาอยู่ด้วย

จนวันหนึ่ง ทอม โพธิสิทธิ์ ช่างภาพฝีมือระดับโลก ผู้สร้างสรรค์ผลงานชุด Anatomy 101 ภาพถ่ายแฟชั่นไฟน์อาร์ตที่ทำให้คนหันมาสนใจการบริจาคอวัยวะ แวะมาหาที่ออฟฟิศ พี่ทอมมาพร้อมผู้ช่วยชื่อ เซน และ “บูรพา” ตัวเดิมที่ห้อยป้ายว่า “Partner”

“เห็นแล้วนึกถึง เลยเอามาฝาก” พี่ทอมยื่นตุ๊กตาให้พร้อมรอยยิ้ม ผมรับไว้แบบงงๆ แต่ยังไม่ทันได้ถาม เขาก็พูดต่อ “จริงๆ อยากมาชวนทำอะไรสนุกๆ กัน” เท่านั้น ผมก็เลยเข้าใจว่าทำไมเจ้าบูรพาถึงห้อยป้ายชื่อว่า Partner ที่แท้ก็เป็นสัญญาณเปิดงานใหม่ “ได้เลย งานอะไร ช่วงไหนครับ?” ผมตอบแทบไม่ต้องคิดแต่ในใจแอบสงสัยนิดๆ ว่าทำไมเห็นหน้าบูรพา แล้วถึงนึกถึงผม

“เป็นงานศิลปะโชว์ใน Bangkok Climate Action Week ช่วงปลายกันยายนถึงต้นตุลาคม ที่ BACC หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ”

พูดยังไม่ทันขาดคำ ผมก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาในทันที นักวิทยาศาสตร์กับศิลปินในพื้นที่เดียวกัน นี่แหละความท้าทายที่รอมานาน

“เราอยากเห็นวิทยาศาสตร์กับศิลปะ มันเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยไม่ให้ดูเด๋อ” พี่ทอมพูด

ผมพยักหน้า ในใจเริ่มจินตนาการไปร้อยแปดว่างาน collab ระหว่างนักวิทยาศาสตร์กับศิลปินควรจะออกมาในรูปแบบไหน เราแลกเปลี่ยนไอเดียกันอยู่นาน พี่ทอม เซน และผม

จนกระทั่งพี่ทอมโยนไอเดียเด็ดเข้ามากลางวง “ลองจับนักวิทย์แถวหน้า ที่กำลังทำงานจริงในแล็บหรือภาคสนาม มาพบกับศิลปินกราฟฟิตีตัวจริงของประเทศ ให้สองโลกที่ไกลกันเหลือเกินได้คุยกัน สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ดีมั้ย”

“ผมเห็นด้วยนะ” ผมฟังแล้วก็รู้ทันทีว่านี่คือสิ่งที่ควรเกิดขึ้น ผลงานนี้อาจจะทำให้คนมองศิลปะและวิทยาศาสตร์ในมุมที่ต่างไป ผมรับหน้าที่ประสานฝั่งนักวิทยาศาสตร์

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของนิทรรศการ “FRONTLINES : Facts on the Wall, Stories Shot from the Field” การเดินทางของศิลปิน ช่างภาพ และนักวิทยาศาสตร์ที่ยืนอยู่แถวหน้าประจัญกับปัญหาโลกร้อน โลกรวน โลกเดือด ภูมิอากาศที่แปรปรวน และโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

โจทย์คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) และเราอยากทำแยกเป็นภาค ซึ่งเป็นอะไรที่ยากมากในการหานักวิทยาศาสตร์ของเมืองไทยที่จะทำอะไรประมาณนี้ … แต่ the show must go on ยังไงก็ต้องไปต่อให้ได้ ผมเริ่มต้นโทรศัพท์ ส่งข้อความ ทาบทามนักวิทยาศาสตร์จากหลากหลายสาขา ทั้งนักวิจัยที่ลงภาคสนาม นักชีววิทยา นักนิเวศ นักสิ่งแวดล้อม วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศ

ส่วนพี่ทอมก็เชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับศิลปินกราฟฟิตีและนักสร้างสรรค์จากภาคต่างๆ ให้พวกเขาได้ทำงานร่วมกัน

และเราทั้งคู่ทำหน้าที่เป็นสะพานให้ทั้งสองโลกได้พบกัน แลกเปลี่ยน ถกเถียง และมองโลกจากมุมของกันและกัน เพื่อสร้างผลงาน Minority Report

และในอีกด้านหนึ่ง ในนิทรรศการ Photographers’ Reportage ทีมของพี่ทอมและเซนก็เริ่มติดต่อพันธมิตรช่างภาพมือรางวัลจาก Thai News Pixs, Mashlab และ HARD Stories มาช่วยคัดเลือกภาพถ่ายจริงจากสนาม

และที่เหลือคือการลุ้นและรอ…ด้วยความหวังที่ว่าผลงานที่ได้มาจะทำให้ “ข้อเท็จจริง” ว่าด้วยปัญหาวิกฤตสภาพอากาศได้ถูกเอามาแปะประจานไว้บนผนังโค้งของหอศิลป์ ตีแผ่ให้ผู้คนได้เห็นถึงปัญหาในแบบใหม่

ด้วยแรงบันดาลใจไม่ได้ติดยึดอยู่เพียงในกรอบของไฟป่า น้ำท่วม ฝุ่นควัน และขยะมลพิษ แต่ดำดิ่งลึกลงไปถึงรากของปัญหา

ตั้งแต่ต้นเหตุของฝุ่นละอองขนาดเล็ก ผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร การสูญพันธุ์ การอพยพของสิ่งมีชีวิต

รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศและไมโครไบโอมในดินที่ส่งผลย้อนกลับมาที่การเจริญเติบโตของพืชที่อาจขยายตัวไปจนเป็นปัญหาข้าวยากหมากแพงต่อไปในอนาคต

ไปจนถึงเรื่องราวของการลดลงของพื้นที่สีเขียว การกระจุกตัวของตึกรามบ้านช่องและการขยายตัวตึกสูงและป่าคอนกรีตของมหานคร ที่ช่วยกักเก็บความร้อนจนแถบใจกลางเมืองใหญ่แทบจะกลายเป็น “เตาอบขนาดยักษ์”

ข้อมูลเชิงลึกจากนักวิทยาศาสตร์ถูกตีความใหม่ผ่านสายตาและจินตนาการของศิลปิน ก่อเกิดเป็นชิ้นงานที่ทั้งสวยงามและสะเทือนใจ

ที่น่าประทับใจที่สุดคือเวลามีจำกัด แต่งานกลับงอกงามเกินคาด

ศิลปินแต่ละคนตีความข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ด้วยความลึกและความเข้าใจที่น่าทึ่ง

ที่สำคัญ ทุกชิ้นถูกสร้างจาก “ขยะในท้องถิ่น” ไม่ใช่แค่พู่กันกับสีกระป๋อง แต่คือเศษซากของสิ่งของและวัสดุเหลือใช้ที่มาจากการอุปโภคบริโภคของพวกเราเอง

กระสอบข้าวโพดถูกใช้แทนผ้าใบ เสื้อผ้าเก่าเป็นพร็อพ กระดาษลัง ตาข่ายพลาสติกและของเหลือใช้อีกสารพัดถูกใช้เป็นองค์ประกอบของหุ่นแมลงปอ

ที่ผมชอบมากๆ คือ หลายผลงานแม้จะดูเรียบง่ายจนแทบมองข้าม แต่กลับแฝงเอาไว้ด้วยความนัยที่ลึกล้ำ ต้องยอมรับว่าศิลปินทุกคนทำการบ้านมาดีจริง ในหลายชิ้นงานมีการรีวิวข้อมูลเพิ่มขึ้นด้วย

ขวดน้ำใสใบหนึ่ง ที่พ่นคำว่า Future และบรรจุน้ำขลุกขลิกอยู่ข้างใน อาจหมายถึงปริมาณคาร์บอนที่โลกยังพอรับได้ก่อนถึงขีดวิกฤต หรืออาจหมายถึงโอกาสอันริบหรี่ที่เหลือให้มนุษย์ในศตวรรษนี้ก็ได้

หุ่นเสือขี่แมลงปอที่สร้างขึ้นมาจากลังกระดาษและสิ่งของเหลือใช้ ที่สื่อถึงผู้ล่าในห่วงโซ่อาหารที่กำลังเปลี่ยนแปลง ในหลายพื้นที่แมลงปอลดลง ในขณะที่แมลงวันหรือยุงเพิ่มขึ้น ในงานนี้ ศิลปินได้เติมเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และวิวัฒนาการของแมลงปอนอกเหนือจากที่คุยกับนักวิจัยเข้าไปด้วย แอบซ่อนซุกใส่เอาไว้ในหุ่นได้อย่างลงตัว

ใบเสร็จจำลองจากร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ที่ถูกนำมาทำเป็นศิลปะบนผืนผ้าใบ กลายเป็นภาพแทนของ “ราคาที่สิ่งแวดล้อมต้องจ่าย” เพื่อให้เรามีเสื้อผ้าใหม่ทุกฤดูกาล อาจกำลังตะโกนบอกว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงเทรนด์และแฟชั่น หากอยากจะรักษาโลกใบนี้เอาไว้ให้ยั่งยืน

และในขณะเดียวกัน ฝั่งช่างภาพก็เฟ้นหาภาพเด็ดๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสำคัญมาไว้อย่างมากมาย

ทั้งภาพไฟป่าที่ไหม้ลามจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี

ภาพชุมชนเมืองที่แห้งแล้งปกคลุมไปด้วยควันพิษ

ภาพต้นไม้ที่ยืนต้นตายอยู่กลางแม่น้ำที่แห้งขอด

ภาพปลาหมอคางดำ สิ่งมีชีวิตรุกรานทางชีวภาพที่กัดกินระบบนิเวศจนแทบไม่เหลือ

ไปจนถึงภาพของผู้คนที่จำต้องอาศัยอยู่ท่ามกลางขยะ

ทุกภาพกระแทกกระทั้นหัวใจ ราวกับจะเตือนว่าอนาคตนั้นอาจจะอยู่ไม่ไกลแล้วถ้าเราไม่ช่วยกัน

แต่ที่ผมชอบที่สุดในการทำงานนี้ คือ การร่วมงานกันจากหลายภาคส่วนทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ที่ต่างไป เพราะบางทีความจริงไม่ได้มีด้านเดียว แม้จะเป็นข้อเท็จจริงก็มีได้หลายมุม

ในเรื่องของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ จากวิกฤตภูมิอากาศทำให้เกิดการสูญพันธุ์ สิ่งมีชีวิตจำนวนมากมายต้องสูญหายไปตลอดกาล ความหลากหลายทางชีวภาพลดลงจนเราต้องเริ่มมานั่งคิดแล้วว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร …เพื่อไม่ให้สิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์ไปมากกว่านี้

แต่ในความเป็นจริง เสียงในแวดวงวิชาการก็ไม่ได้สอดคล้องไปในทางเดียวกันทั้งหมด

เรื่อง “การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ” ไม่ได้เป็นภาพขาวดำอย่างที่มักถูกเล่า หลายคนถึงขั้นตั้งคำถามและโต้แย้ง เพราะเมื่อมองให้ลึกลงไป การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ไม่ได้หมายถึงเพียงการสูญเสียเสมอไป

เพราะในอีกมุมหนึ่ง โลกที่ร้อนขึ้นกลับเปิด “พื้นที่ใหม่” ให้กับบางชีวิตได้ขยับขยาย สิ่งมีชีวิตบางชนิดอพยพย้ายถิ่นจากแถบอบอุ่นขึ้นไปยังเขตหนาว

บางชนิดที่เคยอยู่จำกัดเฉพาะในพื้นที่แคบๆ ก็เริ่มขยายอาณาเขตได้กว้างขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น ในอดีต เขตหนาวแทบจะปลอดจากแมลงและสัตว์ขาข้ออย่างยุง เห็บ ริ้น หรือไร แต่ในสภาพภูมิอากาศปัจจุบัน พวกมันกลับเริ่มทยอยปรากฏตัวในพื้นที่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องคำนึงถึง เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการกระจายพันธุ์ เปลี่ยนแปลงแหล่งที่อยู่ (niche) ก็อาจจะทำให้เกิดวิวัฒนาการได้

นอกจากนี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้นยังส่งผลโดยตรงต่อโลกของปฏิกิริยาเคมีและชีวเคมีทั้งหมดในธรรมชาติ ความร้อนที่เพิ่มขึ้นหมายถึงพลังงานจลน์ที่มากขึ้น โมเลกุลเคลื่อนไหวเร็วขึ้น ปฏิกิริยาต่างๆ จึงเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้นตามไปด้วย

ในระดับของสิ่งมีชีวิตเล็กที่สุดอย่างจุลินทรีย์ ความร้อนช่วยเร่งวงจรชีวิตให้หมุนเร็วขึ้น ทั้งการเผาผลาญพลังงาน การแบ่งเซลล์ และการจำลองแบบของดีเอ็นเอ

ทุกครั้งที่ดีเอ็นเอถูกคัดลอก โอกาสที่จะเกิด “ข้อผิดพลาดเล็กๆ” หรือการกลายพันธุ์ก็เพิ่มขึ้นด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ในหลายๆ กรณี อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นอาจจะทำให้เอนไซม์หลายชนิดที่เคยทำงานได้ดีและแม่นยำเริ่มเสียสภาพ ทำงานผิดเพี้ยน

ซึ่งผลลัพธ์คือโอกาสในการกลายพันธุ์ที่เพิ่มสูงขึ้น…

การกลายพันธุ์นี่เอง คือต้นตอของการเกิด “ความหลากหลายทางพันธุกรรม” และหากมองในอีกมุมหนึ่ง นี่คือความหลากหลายทางชีวภาพที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในโลกของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวอย่างจุลินทรีย์ ซึ่งมีความสามารถในการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

ลองจินตนาการถึงแบคทีเรีย Escherichia coli หรือ E. coli ที่อาศัยอยู่ในร่างกายของเราทุกคน มันสามารถแบ่งเซลล์จากหนึ่งเป็นสองได้ภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง หมายความว่าในหนึ่งวัน (24 ชั่วโมง) มันสามารถแบ่งเซลล์ได้ถึง 48 รุ่น

และถ้าในแต่ละรุ่นมีโอกาส แม้เพียงเล็กน้อย ที่จะเกิดการกลายพันธุ์ ซึ่งในความเป็นจริง การกลายพันธุ์นั้นเกิดขึ้นอยู่เสมออยู่แล้วแบบสุ่ม นั่นหมายความว่าในหนึ่งวัน E. coli เพียงชนิดเดียวนี้สามารถสร้างความหลากหลายทางพันธุกรรมได้มากถึง 2 ยกกำลัง 48 ซึ่งเท่ากับ 281,474,976,710,656 แบบ

หรือพูดให้เข้าใจง่ายกว่านั้นคือประมาณสองร้อยแปดสิบเอ็ดล้านล้านรูปแบบของความเป็นไปได้ทางพันธุกรรม ในเวลาเพียงวันเดียว

นี่คือความเร็วของวิวัฒนาการในระดับจุลภาค ที่สะท้อนให้เห็นว่าในโลกในส่วนที่เรามองไม่เห็นนั้น มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และนี่คือสาเหตุที่ทำไม เชื้อดื้อยาถึงเกิดขึ้นได้รวดเร็วนัก…

ย้อนกลับมาประเด็นเรื่องความหลากหลาย

คำถามคือ ที่จริงแล้ว เรากำลังสูญเสียความหลากหลาย หรือกำลังได้ความหลากหลายขึ้นมากันแน่

ถ้ามองในมุมมนุษย์ แน่นอน เรารู้สึกว่าเรากำลังสูญเสียเพราะสิ่งมีชีวิตตัวใหญ่ๆ ขนาดใหญ่ๆ ที่เราเห็นได้ด้วยตา กำลังค่อยๆ ล้มหาย ตายจากไป …แบบย้อนไม่กลับ

แต่ถ้ามองในมุมของจุลินทรีย์ บางทีเราอาจจะต้องมองใหม่แต่นี่ก็เหมือนดาบสองคม เพราะความหลากหลายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นอาจส่งผลดีหรือร้ายก็ได้กับมนุษย์

เพราะบางที การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โลกร้อน โลกรวน โลกเดือดนั้น ปัญหาอาจไม่ใช่แค่เรื่อง “การสูญพันธุ์” หากแต่เป็น “การเปลี่ยนหน้าใหม่ของระบบนิเวศ”

แน่นอน บางสปีชีส์ ไปต่อไม่ไหว ก็จำต้องแตกดับ ขณะที่บางสปีชีส์ ก็อาจกลับมาเบ่งบานขึ้นแทน เป็นการสับเปลี่ยนตำแหน่งในสมการธรรมชาติ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับมวลมนุษยชาติก็คือ …จะทำยังไงให้เรายังอยู่ในสมการนี้ต่อไป แบบไม่โดนคัดออก!

และนั่น อาจเป็นคำตอบที่ไม่มีอยู่ในศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งโดยลำพัง เพราะโลกนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะมองผ่านเลนส์เดียว มุมดียว แต่ต้องมอง ต้องคิดให้รอบ ผ่านมุมมองหลากหลายมุม ทั้งจากฝั่งวิทยาศาสตร์ ศิลปะ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์

เพราะคำตอบที่ต้องการอาจไม่ได้อยู่ที่ “ใครจะรู้ดีที่สุด” แต่อยู่ที่ “เราจะช่วยกันได้มากแค่ไหน” ในการแก้ปัญหาในภาพใหญ่ เพื่อให้สปีชีส์ของเราอยู่รอด

บางที หากเราพูดคุยกันมากขึ้น ทำงานร่วมกันมากขึ้น ข้ามเส้นแบ่งของศาสตร์มากขึ้น อาจทำให้เรา “เห็นภาพปัญหาชัดขึ้น” และเกิดแนวคิดใหม่ๆ ดีๆ ที่อาจจะนำเราไปสู่ “หนทางแห่งการแก้ปัญหา” ที่แท้จริงได้ก็เป็นได้

หมายเหตุ : ขอบคุณทอม โพธิสิทธิ์ ศิลปินนักวิทยาศาสตร์ และช่างภาพทุกคน คุณคิม อดุลญา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?
รัฐสภาวางคิวถกแก้ รธน. ลุ้นกดปุ่มรับหลักการ ผ่านวาระแรกทุกฉบับ