‘Carnival HEV’-‘Fortuner G Plus’ ทางเลือกใหม่-2 รถครอบครัว 2 สไตล์
ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต
ยิ่งเข้าสู่ไตรมาสสุดท้าย ตลาดรถยนต์เมืองไทยยิ่งคึกคักกับการเปิดตัวรถใหม่ ทั้งแบบโมเดลเชนจ์ และไมเนอร์เชนจ์
คราวนี้จับมา 2 รุ่นที่น่าสนใจ กับรถครอบครัวที่ขนกันไปได้แบบจุกๆ ถึง 7 ที่นั่ง
ไม่ได้มาจับคู่ปะทะกัน เพียงแต่ทั้งคู่เปิดตัวในเวลาไล่เลี่ยกัน
โดยเป็นรถยนต์ที่เสริมไลน์อัพของค่ายตัวเอง
“The new Kia Carnival HEV” และ โตโยต้า “Fortuner Leader G Plus”

เริ่มกับ Kia Carnival HEV จากก่อนหน้านี้ส่งรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล เข้ามาทำตลาด และก่อนเปิดตัวรุ่นเครื่องยนต์ใหม่ไม่นาน จัดโปรโมชั่นกันหนักๆ ลดราคาสูงสุดถึง 4 แสนบาท
กระทั่งถึงเวลาอันเหมาะสมจึงส่งรุ่นนี้เข้ามา
ดีไซน์ภายนอกปรับโฉมใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ผสานสไตล์ความเป็นรถ SUV และ MPV เข้าไว้ด้วยกัน
กระจังหน้าแบบ ‘Tiger nose’ เอกลักษณ์ของเกีย
โคมไฟหน้าแบบ LED ดีไซน์ดวงไฟทรงลูกบาศก์ ชุดไฟหน้า-ไฟท้ายแบบ Star Map Lighting
ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว
ติดตั้งแร็คหลังคาที่รองรับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม เพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งานจริง
ด้านข้างประตูสไลด์ไฟฟ้า และฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้ตัวรถ

ภายในพวงมาลัยทรงสวย พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น
จอโค้งแบบพาโนรามิกที่ผสานรวมจอแสดงผลแบบคลัสเตอร์ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว เข้าไว้ด้วยกัน
เชื่อมต่อ Android Auto และ Apple CarPlay แบบไร้สาย
ส่งเสียงผ่านลำโพง BOSE รอบคัน 12 จุด
ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Head-up Display) ขนาด 11 นิ้ว
กระจกมองหลังแบบดิจิทัลหมดปัญหาแม้มีผู้โดยสารเต็มทุกทั่ง หรือขนของที่บดบังทัศนวิสัย
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระทั้งโซนด้านหน้าฝั่งซ้าย-ขวา และโซนด้านหลัง

สวิตช์ควบคุมอัจฉริยะสามารถสลับการควบคุมระหว่างอินโฟเทนเมนต์และปรับอากาศได้อย่างง่ายดาย
พอร์ต USB-C มาตรฐานรวม 6 พอร์ตกระจายทั้ง 3 แถวที่นั่ง
ความหรูหราในรุ่น Luxury มาพร้อมระบบระบายอากาศและระบบอุ่นเบาะ
เบาะผู้โดยสารแถวสอง Relaxation Seat ปรับเอนนอนได้เต็มรูปแบบ พร้อมเบาะรองขาแบบปรับไฟฟ้า
รุ่น Premium เบาะแถวสองเป็น Captain Seats ที่ถอดออก หรือปรับให้นั่งหันหน้าเข้าหากันได้
เบาะแถวสามพับราบเพิ่มพื้นที่บรรทุก
ตรงกลางเว้นที่ว่างสามารถเดินทะลุหากันแบบ Walkthrough

ขุมพลังไฮบบริดผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.6 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54kW เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
กำลังสูงสุด 245 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร
ระบบไฮบริดนุ่มนวลและเงียบเป็นพิเศษ พร้อมโหมด EV Drive สามารถใช้งานระบบปรับอากาศแม้เครื่องยนต์หยุดทำงาน
โหมด Eco/Smart สามารถใช้ Paddle Shift
โหมด Sport เพิ่มความจี๊ดจ๊าดมากขึ้น
และด้วยความสูงจากพท้น 172 ม.ม. ทำให้แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะเป็นเหมือน MPV แต่สามารถลุยทางลำบากได้ไม่ต่างจาก SUV
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่ครบครัน อาทิ Smart Cruise Control with Stop & Go, Forward Collision Avoidance Assist, Blind Spot Collision Avoidance Assist, Lane Following Assist, Safe Exit Assist
ระบบจอดรถอัจฉริยะ Parking Aid Assist พร้อมกล้องมองรอบทิศทาง
ระบบป้องกันการชนด้านหลังขณะถอยจอด ฯลฯ
“Kia Carnival HEV” มี 2 รุ่นย่อย
Luxury ราคา 2,699,000 บาท
Premium ราคา 2,499,000 บาท

ส่วน Fortuner Leader G Plus เป็นรุ่นเพิ่มเติมพิเศษแทรกระหว่าง 2 รุ่นล่าง กับรุ่นท็อปและรองท็อป
หน้าตาภายนอกคุ้นเคยกันดี กระจังหน้าขนาดใหญ่แบบโครเมียม
ไฟหน้า Bi-Beam LED พร้อมด้วยไฟ Daytime Running Lights
เส้นสายด้านข้างโค้งมนอย่างมีสไตล์ ตัวรถยกสูงจากพื้นดิน กระจกหน้าต่างมีกรอบโครเมียมช่วยเพิ่มความหรูหรา
กระจกมองข้างสีดำเงาพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
ไฟท้ายแบบ LED Light Guiding
ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า เป็นไฮไลต์ของรุ่นนี้ เพียงกดปุ่มที่กุญแจหรือที่ประตูท้าย ประตูจะเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
ช่องไอเสียโครเมียมคู่ เพิ่มความสปอร์ต
ล้ออัลลอยสีพิเศษขนาด 18 นิ้ว เฉพาะรุ่น Leader G Plus

ห้องโดยสารเด่นด้วยพวงมาลัยทรงคุ้นตาพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น ปุ่มควบคุม Cruise Control และปุ่มควบคุมจอแสดงข้อมูล
มาตรวัดเรืองแสงดูทันสมัยและอ่านง่าย พร้อมจอแสดงข้อมูลขนาด 4.2 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ เช่น ความเร็ว ระยะทาง อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน
ตรงกลางหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto
ระบบเครื่องเสียงคุณภาพดี ลำโพงกระจายอยู่รอบห้องโดยสาร พร้อมช่องจ่ายไฟ USB Type-C สำหรับชาร์จสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต รองรับการชาร์จเร็ว
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระ Dual-Zone พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5
เบาะหนังปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสาร
เบาะแถวสองมีพื้นที่ขาที่กว้างขวาง สามารถนั่งได้สบาย 3 คน หรือ 2 คน เก็บได้ในอัตราส่วน 60:40
เบาะแถวสามพับเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน
ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร กำลัง 150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร
ช่วงล่างระบบโฟร์ลิงก์คอยล์สปริง
ความปลอดภัยของรถรุ่นนี้ ใส่มาแน่นๆ อาทิ กล้องมองรอบคัน 360 องศา,
ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า เตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง, เตือนขณะถอยรถ ฯลฯ
โตโยต้า Fortuner Leader G Plus ราคา 1,439,000 บาท
ส่วนอีก 4 รุ่นย่อยที่เหลือราคา 1,239,000-1,600,000 บาท
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
