E-DUANG
สถานการณ์”โกงส.ว.”หนักหนาอย่างยิ่งแล้ว สถานการณ์”3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” ยิ่งหนักหนาอย่างชนิด”สาหัส”มากยิ่งกว่า
ไม่ว่ามองในทาง”การทหาร” ไม่ว่ามองในทาง”การเมือง”
ประเด็นอยู่ที่ว่าจะมองสถานการณ์อันเกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเปรียบเทียบกับสถานการณ์ใด
สถานการณ์เมื่อเดือนมกราคม 2547
จำนวนงบประมาณกว่า 4 แสนล้านบาทที่ทุ่มเทจากยุคพรรคไทยรักไทย มายังยุคพรรคภูมิใจไทย คือ คำตอบ
ถามว่าเป็นคำตอบอันน่ายินดี หรือน่ากังวลวิตก
ถามว่าท่าทีและการเข้าเผชิญประสบกับสถานการณ์อันปะทุขึ้นล่าสุดของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างไร
กระบวนการ”ญัตติด่วน”เพียงพอหรือไม่
เพียงพอที่จะทดแทนการชะงักการพิจารณา”รายงานเมื่อปี 2567”ของกกต.หรือไม่
พรรคภูมิใจไทยได้คะแนน”บวก” หรือว่าเป็น”ลบ”
หากประเมินผ่านการจัด”ครม.สัญจร”ไปยังจังหวัดสงขลามิใช่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ก็อาจเป็นคำตอบได้
ที่สำคัญต้องเป็นคำตอบจากความเป็นจริง มิใช่ที่”คิด”
เป็นความจริงจากเสียงร้องเพลงด้วยความรื่นเริงของบรรดา ครม. เป็นความจริงอย่างเป็นรูปธรรมว่าคณะรัฐมนตรีประเมินต่อสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร
ประเมินว่ากรอบและขอบข่ายแห่งการก่อความไม่สงบอยู่ในพื้นที่อันจำกัด หรือว่ากำลังขยายวง
ปฏิบัติการกว่า 100 จุดย่อมเป็นปฏิบัติการไม่ธรรมดา
ไม่จำเป็นต้องมองว่ามีการตระเตรียมและวางแผนอย่างไร แค่หยั่งไปยังความเป็นจริงที่จะต้องใช้กำลังคนไม่ต่ำกว่า 500 ก็เป็นเรื่องน่าหวาดเสียวอย่างยิ่ง
เนื่องจากกำลังพลติดอาวุธ 500 ต้องอยู่ในการหนุนช่วยในทางการเมืองและการส่งกำลังบำรุง อำนวยความสะดวกด้วย
นี่ย่อมเป็นปฏิบัติการที่มหึมากว่าเมื่อปี 2547 หลายเท่า
คำถามก็คือ ในยุคที่สังคมประเทศไทยเผชิญกับการก่อการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.)เคยมีปฏิบัติการที่ใหญ่โตและอึกทึกครึกโครมเท่าที่เกิดใน 3 จังหวัดภาคใต้หรือไม่
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ย่อมตอบได้เป็นอย่างดีว่าไม่เคยมี
บรรดามันสมองก้อนโตในโครงสร้างแห่งประชาคม”ความมั่น คง”แห่งชาติย่อมตอบได้เป็นอย่างดีว่าไม่เคยมี
แม้กระทั่ง นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมีประสบการณ์”ตรง”จาก สถานการณ์ปล้นปืนเมื่อเดือนมกราคม 2547 ก็ตอบได้เป็นอย่างดีว่าไม่เคยมี
การที่พรรคภูมิใจไทยพยายามเลื่อนวาระของ”ญัตติสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้”ขึ้นมาถือว่าถูกต้อง
แต่ความถูกต้องต้องประเมินจากสภาพความจริงการปฏิบัติ
นั่นก็คือ คนของพรรคภูมิใจไทยมีการตระเตรียมในเรื่องนี้ด้วยความเข้าใจในความเป็นจริงของสถานการณ์ หรือเสมอเป็นเพียง”ดราม่า”ทางการเมือง
เพียงเพื่อจะเต่าใหญ่ไข่กลับต่อกรณี”โกงส.ว.”ไปเฉพาะหน้า
แต่ละจังหวะก้าวของรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยจึงเด่นชัดเป็นลำดับในสายตาของสังคม
เป็นการอาศัย”การเมือง”มาเป็น”เครื่องมือ”
เชี่ยวชาญในการบริหาร”การเมือง” แต่กลับละเลยในการบริหาร”บ้านเมือง”
นับวัน”ปัญหา”ยิ่งปรากฏ กระทั่งกลายเป็น”ตัวทุกข์”
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
