คุยกับทูต | วิลเฮล์ม ด็องโค สุขสันต์วันชาติออสเตรีย (2)
รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน
บทบาทของการทูตสาธารณะในความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรีย
“การทูตสาธารณะกำลังมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีสถานทูตใดสามารถเพิกเฉยการทูตสาธารณะได้ในปัจจุบัน ซึ่งผมหวังว่าการสัมภาษณ์ครั้งนี้จะเป็นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ให้กับเรื่องนี้
“ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงเกิดขึ้น และประเทศของเราทั้งสองต่างก็ใช้เครื่องมือนี้อย่างเป็นธรรมชาติ เทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยนำเสนอโอกาสใหม่ๆ มากมาย ตัวอย่างเช่น เราจัดกิจกรรมและสัมมนาออนไลน์ขึ้นหลายครั้งในหัวข้อต่างๆ ซึ่งบางรายการก็จัดร่วมกับสถานทูตไทยในกรุงเวียนนา
“จะเห็นได้ว่า การทูตสาธารณะไม่ใช่การสื่อสารเพียงด้านเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับรัฐบาลและช่วยส่งเสริมความเข้าใจทางวัฒนธรรม ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นรากฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง สถานทูตทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการอำนวยความสะดวกผ่านกิจกรรมต่างๆ
“ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีระหว่างประเทศและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในระดับประชาชน”

ภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อออสเตรียในปัจจุบัน
“ผลกระทบโดยรวมต่อออสเตรียนั้นมหาศาล สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันไม่ได้ประกอบด้วยวิกฤตการณ์ใดวิกฤตหนึ่ง แต่ประกอบด้วยหลายวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น วิกฤตการณ์ในยูเครน ตะวันออกกลาง และความขัดแย้งทางการค้า เช่น สหรัฐอเมริกา จีน เป็นต้น”
ปัจจัยเหล่านี้รวมถึงความตึงเครียดระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ เกิดความไม่มั่นคงทางการเมือง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจทั่วโลกได้
“นอกจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์นี้แล้ว ยังมีปัญหาที่คั่งค้างมานาน ผมจะกล่าวถึงปัญหาการอพยพย้ายถิ่นฐานในยุโรปเท่านั้น การสัมภาษณ์ครั้งนี้อาจจะเกินขอบเขตไปหากจะพูดถึงทุกประเด็น แต่ผลกระทบที่สำคัญที่สุดสำหรับเราอย่างแน่นอนอยู่ที่ด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง รวมไปถึงนโยบายเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ”
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันส่งผลกระทบหลักต่อออสเตรีย ได้แก่ พลังงาน-การพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียทำให้ออสเตรียเผชิญกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงาน, การอพยพ-ความขัดแย้งในยูเครนทำให้มีผู้ลี้ภัยเข้ามาในยุโรปเป็นจำนวนมาก
ออสเตรียต้องจัดการกับความท้าทายด้านการรองรับและบูรณาการ, การทหารและความมั่นคง
ออสเตรียต้องเผชิญกับความจำเป็นในการทบทวนนโยบายความเป็นกลาง และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนไปในยุโรป, เศรษฐกิจ-ราคาพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของออสเตรีย, ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ออสเตรียจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างรัสเซียและประเทศตะวันตก พร้อมทั้งต้องรักษาสัมพันธ์กับประเทศในสหภาพยุโรป


ความสำคัญของดิจิทัลและนวัตกรรมต่อความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรีย
“ความสำคัญของดิจิทัลและนวัตกรรมอยู่ที่การขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น
“เราพบว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและนวัตกรรมมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในการกระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างออสเตรียและไทย การเปิดสาขาความร่วมมือใหม่ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจหรือความสัมพันธ์ใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังช่วยลดช่องว่างทางภูมิศาสตร์ระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความร่วมมือดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการคมนาคม โลจิสติกส์ หรือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้การเดินทางและการขนส่งข้ามแดนสะดวกสบายยิ่งขึ้น
“กิจกรรมออนไลน์และแพลตฟอร์มเสมือนจริงทำให้การนำเสนอเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของออสเตรียต่อพันธมิตรไทยเป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าที่เคย ทั้งยังจุดประกายให้เกิดการสนทนาใหม่ๆ ในขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อส่วนบุคคลยังคงเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จ”
ทั้งนี้ เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว ช่วยสร้างความไว้วางใจ ความเข้าใจ และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานของความร่วมมือที่แข็งแกร่ง แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า แต่ปฏิสัมพันธ์แบบเห็นหน้า ยังคงสร้างความผูกพันในระดับลึกกว่า และส่งเสริมให้เกิดการร่วมมือที่ราบรื่นและมีประสิทธิผลมากขึ้น
เอกอัครราชทูต วิลเฮล์ม ด็องโค เสริมว่า
“เครื่องมือดิจิทัลสามารถสนับสนุนและขยายเครือข่ายได้ แต่ความไว้วางใจและความร่วมมือในระยะยาวยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่สุดผ่านการสนทนาโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสนับสนุนอย่างแข็งขันผ่านภารกิจทางการค้า การศึกษาดูงาน และการประชุมร่วมกัน”

โอกาสความร่วมมือในภาพรวมและด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D)
“มีศักยภาพอย่างมากสำหรับความร่วมมือระหว่างบริษัทไทยและออสเตรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านนวัตกรรม การวิจัยประยุกต์ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ออสเตรียมีจุดแข็งในด้านต่างๆ เช่น เทคโนโลยีสีเขียว ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ชีวภาพ การจัดการขยะและน้ำ และการเคลื่อนที่ (Mobility)
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การเคลื่อนที่ด้วยพลังงานไฟฟ้า และนวัตกรรมอาหาร
บริษัทออสเตรียจะได้รับประโยชน์จากระบบนิเวศที่พลวัตของไทยและความมุ่งมั่นในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมระดับภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีแรงจูงใจสำหรับนักลงทุนที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนา (R&D)”

วันชาติออสเตรีย 26 ตุลาคม กับพัฒนาการทางการเมืองหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
หลังสิ้นสุดสงคราม ออสเตรียถูกยึดครองโดยกองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรทั้งสี่ (สหภาพโซเวียต สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส) ซึ่งแบ่งประเทศออสเตรียออกเป็นสี่เขต กรุงเวียนนา ซึ่งเป็นเมืองหลวงก็ถูกแบ่งออกเป็นสี่เขตเช่นกัน โดยเขตศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์แห่งนี้บริหารร่วมกันโดย “สภาควบคุมฝ่ายสัมพันธมิตร” (Allied Control Council) แม้รัฐสภาออสเตรียจะได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่กฎระเบียบทางกฎหมายหรือการดำเนินการทางการเมืองใดๆ ของรัฐบาลในตอนแรก จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากสภาควบคุมฝ่ายสัมพันธมิตร และต่อมาก็ยังสามารถถูกยับยั้งได้
การเจรจาเกี่ยวกับสนธิสัญญารัฐเพื่อยุติการยึดครองได้ข้อสรุปในฤดูใบไม้ผลิปี 1955 โดยสนธิสัญญารัฐออสเตรียได้ลงนามเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 1955 ณ ปราสาทเบลเวเดเร (Belvedere) กรุงเวียนนา และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 1955
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 1955 รัฐสภาออสเตรียได้ผ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยความเป็นกลางอย่างถาวร ซึ่งได้รับการเฉลิมฉลองเป็นวันชาติออสเตรียมาตั้งแต่ปี 1965
รัฐบาลกลางจะเฉลิมฉลองวันนี้เป็นประจำทุกปี โดยมีกิจกรรมต่างๆ มากมายในกรุงเวียนนา
สถานเอกอัครราชทูตออสเตรียทั่วโลกต่างพากันจัดกิจกรรมสำหรับชาวออสเตรีย เช่นเดียวกับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรีย ในกรุงเทพฯ ซึ่งปีนี้ วันชาติตรงกับวันอาทิตย์ ดังนั้น งานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันชาติออสเตรีย จึงเลื่อนเป็น วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคมนี้ เพื่อระลึกถึงการประกาศสถานะเป็นกลางอย่างถาวรของประเทศออสเตรีย

ข้อความที่อยากส่งผ่านไปถึงถึงประชาคมออสเตรียในประเทศไทยเนื่องในวันชาติออสเตรีย
“สําหรับเอกอัครราชทูต การกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการทูตอันยอดเยี่ยมระหว่างสองประเทศนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ นั่นคือความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ ทำงานที่นี่ ผู้ที่ติดต่อกับประเทศไทยและคนไทยทุกวัน หรือเพียงแค่พำนักอยู่ในประเทศไทยในฐานะนักท่องเที่ยวหรือผู้เกษียณอายุ
“ในทางปฏิบัติแล้ว ประชาคมออสเตรียคือผู้ที่ธำรงรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและออสเตรีย และผมขอขอบคุณชาวออสเตรียทุกคน ที่ได้สร้างและยังคงมีส่วนร่วมเชิงบวก ต่อความสัมพันธ์อันยอดเยี่ยมของเราอย่างต่อเนื่องในทุกๆ วัน
“Alles Gute zum ?sterreichischen Nationalfeiertag! – สุขสันต์วันชาติออสเตรีย!”
