เหตุหนึ่งที่ทำให้ “วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม” อยู่ในใจคนไทยมาตลอด
คือการ “เลิกทาส”
อย่างไรก็มักมีการเปรียบเปรยมาโดยตลอดเช่นกัน
คือ แม้ มีการเลิกทาสมาตั้งแต่รัชกาลที่ 5
แต่ก็เป็นอย่างที่ “ไมตรี รัตนา” ส่งคำและความ มาบอกกล่าว
“ทาสอำนาจ ทาสตำแหน่ง ทาสสภา”
ไม่เคยหมดสิ้นจากสังคมไทย
จริงหรือไม่ คนไทยย่อมมีคำตอบอยู่แล้ว
ทาสที่เหลืออยู่ ซึ่งถือเป็นทาสยุคใหม่
คงไม่พ้น ทาสของแก๊งอาชญากรสแกมเมอร์ข้ามชาติ
การเสียชีวิตจากการถูกทรมาน ของ “พัคมินโฮ” นักศึกษาชาวเกาหลีใต้ ในกัมพูชา
และการพบศพหญิงชาวเกาหลีใต้ใกล้ชายแดนเวียดนาม-กัมพูชา
ตอกย้ำ “ทาสยุคใหม่” และเชื่อมโยง สู่ความโหดเหี้ยมของ อาชญากรรมสแกมมิ่ง อย่างแจ่มชัด
อันนำไปสู่ การตื่นตัวของชาติที่คนของตัวเองตกเป็นเหยื่อ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
ดังที่ “พาราตีรีตีส” ได้นำเสนอใน “มติชนสุดสัปดาห์” ฉบับนี้
ผ่านบทความพิเศษ “รุกกลับ สแกมมิ่งภัยคุกคามโลกและเบื้องหลังแผนใหญ่” (หน้า16-17)

แก๊งอาชญากรสแกมเมอร์ข้ามชาติ ที่อื้อฉาวสุด ตอนนี้ แน่นอนคงไม่พ้น กัมพูชา
นอกจากเกาหลีใต้ ที่รุกเข้าไป อย่างเต็มตัว
สหรัฐและอังกฤษก็ขยับเข้ามาเกี่ยวข้อง
และกำลังจะมีชาติอื่นอย่างญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ตามสมทบ
เช่นเดียวกับจีน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างสลับซับซ้อน
ทั้งการที่คนของตนเองมีบทบาทสำคัญในอาชญากรรมสแกมมิ่งที่ขยายวงกว้างไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทั้งในบทบาท “ผู้ปราบ” อาชญากรโดยเฉพาะคนของตัวเอง
ทั้งในบทบาท ที่จีนถูกมองว่า ใช้ประโยชน์จากปัญหาสแกมมิ่งเพื่อเพิ่มอิทธิพลของตนเหนือรัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นี่เอง ทำให้ สหรัฐ ไม่อยู่เฉย รุกเข้าแสดงบทบาทถ่วงดุลจีน
นอกจากเล่นบทบาทปราบปรามแก๊งอาชญากรสแกมเมอร์ข้ามชาติแล้ว
ยังชี้นิ้วใส่ว่า “แก๊งสแกมมิ่งคือเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีน” อีกด้วย
แน่นอนว่า “จีน” คงไม่อยู่เฉย หรือตกอยู่ในฐานะจำเลย ของสหรัฐและชาติตะวันตก เพียงฝ่ายเดียว
เพราะสหรัฐเองก็มีจุดด่างพร้อย ที่จะต้องแก้ไข และแก้ปัญหาเช่นกัน
คอลัมน์ “โลกทรรศน์” ของ “อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์” ที่นำเสนอ เรื่อง “เทคโนโลยีกับศูนย์หลอกลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
ให้ข้อมูลอีกด้านที่น่าสนใจ (หน้า 72)
นั่นคือ ขณะที่ทุกฝ่ายกำลังโฟกัสไปที่ “กัมพูชา”
ที่เมืองเมียวดี ซึ่งจีนและไทย เคยกดดันอย่างหนักในการปราบปรามอาชญากรรมสแกมเมอร์ข้ามชาติจนระส่ำระสายไประยะหนึ่ง
แต่ตอนนี้ มีกระแสข่าว สะพัดว่า ศูนย์หลอกลวงตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา กลับมาคึกคักอีกครั้งแล้ว
คึกคักด้วยเทคโนโลยี่การสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ของอีลอน มัสก์
อีลอน มัสก์ ที่เคยเป็นเพื่อนซี้ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
แม้จะเหินห่างกันในตอนหลัง แต่อีลอน มัสก์ ก็ยังมีอิทธิพลทางการเมืองในสหรัฐฯ
จีงมีคำถามต่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าขณะที่เข้าไปวางกล้าม จัดการกับแก๊งอาชญากรรมสแกมเมอร์ข้ามชาติกับชาติต่างๆ นั้น
แล้วชนชั้นนำของตนเอง ใช้เทคโนโลยีไปช่วยกองโจรเที่ยวปล้นและสนับสนุนศูนย์หลอกลวงมหาโหดทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น จะจัดการอย่างไร
เป็นคำถามย้อนกลับที่สหรัฐคงต้องตอบด้วย
นี่คือความเข้มข้นของปัญหาอาชญากรรมสแกมเมอร์ ที่กำลังเกิดขึ้น
แน่นอนว่าแก้ไขยาก
และคงปลดปล่อย “ทาสยุคใหม่” ไม่ได้ง่ายๆ เลย
