พระร่วงนั่งสุโขทัย กรุน้ำ-กรุบางขลัง โดดเด่นและหายาก
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
จ.สุโขทัย เดิมเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรสุโขทัย ดังนั้น จึงมีวัดวาอารามมากมาย รวมทั้งเมืองลูกหลวง เมืองหน้าด่านต่างๆ แสดงให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรและศาสนา จึงพบพระกรุต่างๆ มากมาย
พระเครื่องที่มีชื่อเสียงของสุโขทัย มีมากหลากหลายชนิด มีพระร่วงนั่งอยู่แบบหนึ่งที่ปัจจุบันแทบไม่ได้พบเห็นกันเลย จนทำให้ลืมเลือนกันไป คือ “พระร่วงนั่งกรุน้ำ”
ซึ่งในสมัยก่อนนั้น เป็นพระเครื่องที่ได้รับการกล่าวขวัญกันมาก ถึงประสบการณ์ที่โดดเด่นทางด้านคงกระพันและแคล้วคลาด
ผู้หลักผู้ใหญ่ในสมัยก่อนเล่าขานเรื่องราวประสบการณ์ให้ฟังว่าเป็นที่เชื่อถือไว้ใจได้ แต่เป็นพระที่หายากมาแต่ครั้งในสมัยก่อน เนื่องจากพระกรุนี้ชำรุดเสียเป็นส่วนใหญ่ จึงมีที่สมบูรณ์น้อยมาก
พระร่วงนั่งกรุน้ำ มีการพบมานานมาก จากการบอกเล่าประมาณร้อยกว่าปีมาแล้ว มีผู้เข้าไปขุดกรุพระหาสมบัติ ได้ลักลอบเข้าขุดในบริเวณวัดมหาธาตุสุโขทัย ซึ่งมีวัดและเจดีย์มากมาย สถานที่พบไม่ได้มีการบันทึกไว้ว่าตรงบริเวณใดแน่ แต่จากคำบอกเล่าและสังเกตดูพระเครื่องที่พบนั้นสอดคล้องกับคำบอกเล่า และก็เป็นที่มาของชื่อเรียกคำว่า “กรุน้ำ”
คณะผู้ที่เข้าไปลักลอบขุดบอกเพียงว่าไปขุดบริเวณวัดมหาธาตุ ใกล้กับริมน้ำ และพบกรุพระ ได้ขุดเข้าไปจนพบพระ แต่เมื่อถึงกรุพระนั้น ปรากฏว่ามีน้ำท่วมกรุพระอยู่ประมาณร้อยละ 70 ของกรุ ก็ได้พระมาจำนวนหนึ่งเป็นพระเนื้อชินเงิน ลักษณะเป็นพระร่วงนั่งปางสมาธิ มีอยู่หลายพิมพ์ แต่พระส่วนใหญ่ถูกน้ำท่วมขัง จึงทำให้องค์พระชำรุด เสียเป็นส่วนใหญ่ มีพระที่สมบูรณ์น้อยมาก

จากการบอกเล่าของผู้ที่เข้าไปขุดกรุนั้นบอกว่า ในกรุจะมีพระอะไรอีกหรือไม่นั้นไม่ทราบ เพราะขุดลงไปได้ไม่ลึกนัก ล้วนแต่ต้องเลิกขุดเพราะน้ำท่วมขัง จนไม่สามารถขุดต่อได้ และพระส่วนใหญ่ก็ชำรุดผุพังเสียเป็นส่วนใหญ่ จึงเลิกขุดต่อ
พระร่วงกรุน้ำที่พบจึงมีแต่พระร่วงนั่งปางสมาธิเท่านั้น พระกรุนี้ที่พบมีแต่พระเนื้อชินเงิน พุทธลักษณะคล้ายกันทุกพิมพ์ ผิดกันที่ขนาดแตกต่างกันเล็กน้อย ขนาดองค์พระเป็นพระขนาดย่อม ใหญ่กว่าพระเชตุพนไม่มากนัก สูงประมาณ 2.5 เซนติเมตร กว้างประมาณ 1.7 เซนติเมตร ขนาดกำลังเลี่ยมห้อยคอ
พระที่พบจะมีสนิมเกาะกินอยู่ตามองค์พระ บ้างก็มีผิวพระระเบิดเสียเป็นส่วนใหญ่ หาพระสมบูรณ์ยากมาก เพราะตัวกรุถูกน้ำท่วมขัง
พระร่วงนั่งกรุน้ำ เมืองสุโขทัย ด้านประสบการณ์เด่นทางด้านอยู่ยงคงกระพันและแคล้วคลาด ในสมัยก่อนเป็นที่หวงแหนกันมาก
ปัจจุบันพระร่วงนั่งกรุน้ำแทบจะไม่เคยพบเห็นกันเลย ขนาดรูปพระก็ยังหายาก
เป็นอีกหนึ่งพระเครื่องที่มีประสบการณ์มากและหายาก

นอกจากนี้ เมืองสุโขทัยยังมีพระร่วงนั่งอีกกรุหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน คือ “พระร่วงนั่งกรุบางขลัง”
แต่กล่าวสำหรับกรุบางขลัง หากพูดถึงพระกรุนี้ ปัจจุบันแทบไม่มีคนรู้จักแล้ว แต่ในสมัยก่อน พระร่วงนั่งกรุบางขลัง เป็นที่นิยมกันมาก และมีจำนวนน้อยหายาก
อีกทั้งชื่อบางขลัง เป็นชื่อที่มีความหมายเป็นมงคล ฟังดูแล้วมีความรู้สึกว่ามีความขลัง
บางขลัง เป็นชื่อตำบลเล็กๆ อยู่ที่ อ.สวรรคโลก และที่บางขลังแห่งนี้ ในอดีตเคยเป็นเมืองเก่าแก่ ในสมัยสุโขทัย เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญ และมีศิลาจารึกกล่าวถึง คือ ศิลาจารึกหลักที่ 2 วัดศรีชุม
อีกทั้งที่บางขลังแห่งนี้มีโบราณสถาน หลักฐานทางประวัติศาสตร์อยู่หลายอย่าง และมีเรื่องเล่าขานโบราณสืบต่อกันมา ว่าบริเวณแถบนี้มีความลี้ลับศักดิ์สิทธิ์ ถ้าใครเข้าไปขโมยข้าวของทรัพย์สิน จะออกมาไม่ได้ มีคนเคยว่ายบกกันมาแล้ว เพราะเข้าไปขโมยข้าวของ และเกิดเหตุให้คิดว่ามีน้ำท่วม จึงว่ายน้ำออกมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีน้ำแต่อย่างใด เนื้อตัวถลอกปอกเปิกไปทั้งตัว เป็นครั่นคร้ามกันมาช้านาน
ต่อมาได้มีการขุดพบพระเครื่องกรุบางขลัง ซึ่งพระส่วนใหญ่จะเป็นพระเนื้อชินเงิน ที่เป็นเนื้อตะกั่วสนิมแดงก็พบบ้างแต่พบน้อย มีพระอยู่หลายพิมพ์ เช่น พระพิมพ์นางพญา และพระร่วงนั่ง พระที่นิยมกันมากของกรุนี้คือ พระร่วงนั่งเนื้อชิน พุทธลักษณะเป็นพระประทับนั่งปางสมาธิ การตัดขอบเป็นแบบตัดชิดองค์พระ ไม่ค่อยมีรายละเอียดใดๆ
จำนวนพระที่พบมีจำนวนไม่มากนัก ต่อมามีคนที่นำไปห้อยคอแล้วเกิดประสบการณ์ด้านอยู่ยงคงกระพันกันมาก จึงเป็นที่เสาะหา แต่ก็หายากมาแต่ในสมัยก่อนแล้ว เพราะจำนวนองค์พระมีจำนวนไม่มาก ประกอบกับคำบอกเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ที่เล่ากันต่อๆ มา จึงเป็นที่นิยมเสาะหากันมาก ใครมีไว้ต่างก็หวงแหน
ในปัจจุบันพระร่วงนั่งกรุบางขลังก็ยังหาแท้ๆ ยากเช่นเคย เรียกว่าแทบไม่ค่อยได้พบเห็นกัน
ยิ่งเป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงด้วย ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่
พระร่วงนั่งกรุนี้ แค่ชื่อก็ขลังสมชื่อเสียด้วย
