บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์
วันที่ 21 ตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา รัฐสภาญี่ปุ่นมีมติลงคะแนนรับรอง นางซานาเอะ ทาคาอิชิ (高市早苗)หัวหน้าพรรคแอลดีพี(自民党)ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 104 และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น
นางทาคาอิชิ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคแอลดีพี เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม สามารถชนะคู่แข่งชายอีก 4 คนได้ ขณะนั้นเป็นที่ฮือฮาว่า ญี่ปุ่นจะมาถึงยุคเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ยอมรับให้ผู้หญิงขึ้นเป็นผู้นำบริหารประเทศแล้ว
พรรคแอลดีพีเคยครองเสียงข้างมากมานาน แต่กลับกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย(少数与党)สมัยนายชิเงรุ อิชิบะ(石破茂)อดีตนายกรัฐมนตรีที่แพ้การเลือกตั้งทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จนถูกกดดันให้ลาออก
หลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค นางทาคาอิชิ จึงต้องเตรียมหาเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านเพื่อช่วยโหวตการเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ต้องตกใจเมื่อพรรคโคเม(公明党)พรรคร่วมรัฐบาลมา 26 ปี ขอถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วม และจะไม่ลงคะแนนโหวตให้
เสียงที่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งอยู่แล้วก็ยิ่งน้อยลงอีก
ตลอดกว่า 2 สัปดาห์ เธอต้องเร่งหาพรรคร่วม หรือพรรคที่พร้อมจะสนับสนุนโหวตให้ในการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ตอนแรกคุยกับพรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน(国民民主党)พรรคฝ่ายค้านอันดับ 3 ซึ่งมีคะแนนนิยมมาก แต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากนโยบายไม่ตรงกันหลายนโยบาย มีข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะร่วมกันเสนอชื่อให้ นายทามากิ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยฯ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่เป็นผล
นางทาคาอิชิ ต้องพยายามคุยกับพรรคอิชิน(維新の会)พรรคฝ่ายค้านอันดับสองมี 35 เสียง ซึ่งยื่นเงื่อนไขให้สนับสนุน 20 นโยบายของพรรค บางนโยบายก็ตกลงกันได้ บางนโยบายก็ต้องให้สัญญาว่าจะผลักดันภายในกรอบเวลา
จนถึงนาทีสุดท้ายวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม ได้บรรลุข้อตกลงและลงนามกับ นายฮิโรฟุมิ โยชิมุระ(吉村洋文)หัวหน้าพรรค เข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่พรรคอิชินขอไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ พร้อมโหวตให้เธอในวันรุ่งขึ้น ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าเธอจะเป็นนายกรัฐมนตรี ดัชนีหุ้นนิคเคอิพุ่งขึ้นรับข่าวนี้ทันที แต่ก็ไม่ง่ายตามที่คาด ต้องใจหายใจคว่ำกันบ้าง
ผลการโหวตในสภาผู้แทนราษฎร นางทาคาอิชิ ได้ 237 คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง ชนะหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่งนายโนดะ (149 คะแนน) แต่การลงคะแนนในวุฒิสภา นางทาคาอิชิ ได้ 123 คะแนน ชนะนายโนดะ (44 คะแนน) ก็จริงแต่ไม่เกินกึ่งหนึ่ง ขาดอีกเพียง 1 เสียง ต้องลงคะแนนอีกในรอบตัดสิน ซึ่งปรากฏการณ์ที่ต้องลงคะแนนสองรอบในวุฒิสภาไม่ได้เกิดขึ้นมา 13 ปีแล้ว ในรอบสองเธอได้ 125 คะแนนชนะนายโนดะ (46 คะแนน)
นางทาคาอิชิ ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ลำดับที่ 104
เธอสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มาหลายปีจนมาถึงจุดสูงสุดนี้ได้ ในอดีตที่ผ่านมานักการเมืองหญิงหลายคนต้องพ่ายแพ้นักการเมืองชายในการชิงชัยหัวหน้าพรรคแอลดีพี
สถิติตั้งแต่เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา คือ ปี 2008 นางยูริโกะ โคอิเกะ(小池百合子)ผู้ว่าฯ กรุงโตเกียวปัจจุบัน ปี 2021 นางทาคาอิชิและนางเซโกะ โนดะ รัฐมนตรีในหลายรัฐบาล พ่ายแพ้ นายฟุมิโอะ คิชิดะ(岸田文雄)อดีตนายกรัฐมนตรี ปี 2024 นางทาคาอิชิ และนางโยโกะ คามิกาวา อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ พ่ายแพ้ นายชิเงรุ อิชิบะ(石破茂)อดีตนายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้า
คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลใหม่นี้ มีรัฐมนตรีหน้าใหม่ 10 คน รัฐมนตรีหญิง 2 คน และอดีตคู่แข่งในการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค 3 คน คือ นายโคอิสุมิ ซึ่งเป็นคู่แข่งรอบตัดสิน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันตนเอง นายฮายาชิ อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายใน นายโมเตงิ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ
ส่วนนายโคบายาชิ อีกหนึ่งคู่แข่งได้รับตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อนหน้าแล้ว
นางทาคาอิชิ เคยอยู่ใต้ร่มเงาของนายชินโซ อาเบะ มาตลอด มีนโยบายอนุรักษนิยม ประกาศความมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นำพาประชาชนให้มีพลังใจมีความหวังในอนาคต จะทำให้ญี่ปุ่นกลับมาผงาดในเวทีโลกอีกครั้ง
ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เธอประกาศดูแลค่าครองชีพเป็นนโยบายเร่งด่วน ทำให้มีความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน เพิ่มรายได้ ปรับปรุงสวัสดิการสังคม ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนและผู้ประกอบการในท้องถิ่นให้เข้มแข็งขึ้น
เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ ภัยด้านความมั่นคงเป็น 2% ของ GDP มาตรการการป้องกันภัยธรรมชาติ อาชญากรรมของชาวต่างชาติ
จะสร้างสันติภาพ ความมั่นคง มั่งคั่งให้แก่ญี่ปุ่น
ใช้พลังทางการทูต พลังทางเศรษฐกิจ พลังการป้องกันตนเอง พลังทางเทคโนโลยีและข่าวสาร นำพาญี่ปุ่นยืนโดดเด่นบนเวทีโลกให้ได้
สํานักข่าวเกียวโด(共同通信)สำรวจความคิดเห็นประชาชนระหว่างวันที่ 21-22 ตุลาคม ทันทีหลังได้รัฐบาลใหม่ ผู้ตอบสนับสนุน 64.4% สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงที่นายอิชิบะ และนายคิชิดะเข้ารับตำแหน่งคือ 50.7% และ 55.7% ตามลำดับ
ผู้ตอบสนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงคนแรกที่จะช่วยขับเคลื่อนพลังของผู้หญิงญี่ปุ่นสูงถึง 76.5% ส่วนผู้ตอบไม่สนับสนุนคณะรัฐมนตรีใหม่ 23.2% เปรียบเทียบกับการสำรวจเมื่อเดือนกันยายน ผู้ไม่สนับสนุนคณะรัฐมนตรีของนายอิชิบะสูงถึง 51.4% ขณะที่ผู้สนับสนุนมีเพียง 34.5% หมายความว่าการเปลี่ยนผู้นำคนใหม่ได้กอบกู้ความนิยมพรรคแอลดีพีคืนมาบ้างแล้ว
แต่อย่างไรก็ตาม มีผู้ไม่เห็นด้วยถึง 70.2% ที่แต่งตั้งนายฮางิอุดะ มีตำแหน่งบริหารพรรค ทั้งๆ ที่พัวพันกับปัญหาใหญ่ในพรรคเรื่อง “เงินทอน”
ประชาชนคาดหวังให้นายกรัฐมนตรีดำเนินนโยบายเร่งด่วนตามลำดับคือ แก้ไขค่าครองชีพสูง 38% เงินบำนาญและสวัสดิการสังคม 11% แก้ปัญหาการลงบัญชีให้โปร่งใสในพรรคแอลดีพี 8%
ส่วนการที่พรรคโคเม ออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีผู้เห็นด้วย 66% และ 64% เห็นด้วยที่พรรคแอลดีพีเลือกพรรคอิชินเข้าร่วม คำถามว่าควรเปลี่ยนขั้วการเมืองโดย 3 พรรคฝ่ายค้านใหญ่ร่วมมือกันหรือไม่ “ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน” 60.8% และ “ควรเปลี่ยน” 32%
นางทาคาอิชิ เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN) วันที่ 26 ตุลาคม งานแรกของการนำญี่ปุ่นสู่เวทีโลกในฐานะนายกรัฐมนตรีหญิงของญี่ปุ่น
ชัยชนะครั้งใหญ่และสำคัญมากของผู้หญิงญี่ปุ่น!
