ศรัทธา(เริ่ม)”แรร์” | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
สถานีคิดเลขที่ 12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
ศรัทธา(เริ่ม)”แรร์”
แรร์(rare) คำฝรั่งยอดฮิตตอนนี้
มีความหมาย
1)หายาก/ไม่ค่อยมี: ใช้กับสิ่งของหรือเหตุการณ์ที่พบได้ไม่บ่อยนัก
2)ไม่สุกมาก/กึ่งสุก: ใช้กับเนื้อสเต๊กที่ระดับความสุกไม่มากนัก
สเต๊กแรร์ๆแบบสุกๆดิบๆ หลายคนชอบ แต่หลายคนไม่ชอบ
ทั้งนี้เมื่อ”แล” เข้าไปแวดวงการเมืองตอนนี้ “ภาวะดิบๆสุกๆ”ปรากฏให้เห็นอย่างน่าสนใจ
โดยเฉพาะรัฐบาลที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เมื่อไม่กี่วันก่อน “เนื้อ(สุก)หอม”
ใครๆก็อยากดอมดม
แต่ตอนนี้ ชักเริ่มมีกลิ่นแปลกๆโชยมา
ตัวอย่างเช่น ตอนแรกหวังโชว์จุดขาย “หอมกลิ่นชาตินิยม”กรณี”กัมพูชา”เต็มที่
อย่างไรก็ตาม หลังจากเจอไฟท์บังคับ ให้ไป ลงนามปฏิญานสันติภาพ กับกัมพูชา ที่กัวลาลัมเปอร์
ฝ่ายรักชาติ แบบ”จัดๆ” ไม่ค่อยพอใจ
เพราะรู้สึกว่าเสียเหลี่ยมให้กัมพูชา มาเลเซียและสหรัฐ และมากเกินไป
แถมมี”พ่วง”การเซ็น เอ็มโอยูแร่แรร์เอิร์ทกับอเมริกา ที่คนไทยไม่รู้เรื่องมาก่อน
เลยก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์นายอนุทินกันอื้ออึง
นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังไปเผลอพูด สิ่งขัดหู ทำนอง”ไทยก็รุกที่กัมพูชา” เติมความไม่พอใจเข้าไปอีก
ทีมงานทำเนียบ ต้องออกมาช่วยแก้กันวุ่น
ขณะเดียวกันก็ต้องขยายความปฏิญานสันติภาพ ว่ามิได้หมายถึงการอ่อนข้อ
กัมพูชายังต้องปฏิบัติตามสัญญา 4 ข้อโดยเคร่งครัด
1)การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ขัดแย้ง 2)การเก็บกู้ทุ่นระเบิด3) การปราบปรามขบวนการไซเบอร์สแกม 4)การจัดการพื้นที่หมู่บ้านชายแดน โดยเฉพาะที่ บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว
อย่างไรก็ตาม เอาเข้าจริง สิ่งที่หวังจะรุกกัมพูชา ภายใต้ 4 ข้อก็ไม่ได้เป็นตามนั้น
เรื่องการถอนอาวุธ กัมพูชาสร้างภาพตีกินก่อน ขณะที่ของไทยต้องตามทีหลัง เพราะมี”ความเห็นต่าง”ของผู้ปฏิบัติ โดยเฉพาะกองทัพ
การเก็บกู้ทุ่นระเบิด แม้ไทยจะดูมีแต้มต่อ แต่ในเชิงแอ๊คชั่นก็ยังไม่เป็นรูปธรรมนัก
ส่วนการปราบปรามขบวนการไซเบอร์สแกม ที่ไทยดูจะรุกและได้เปรียบสุด
แต่กระนั้น กลับมีผลข้างเคียง”ด้านลบ” กับเรื่องภายในของไทยเอง
ทั้งความไร้ประสิทธิภาพในการปราบปราม ที่เมื่อเทียบกับชาติอื่นดูเขาจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า เด็ดขาดกว่า
และที่หนักกว่านั่นคือ การเมือง โดยเฉพาะปีกรัฐบาล ที่”ภาวะสีเทา”ของแก๊งสแกมเมอร์เข้ามาทาทับจนว้าวุ่นไปหมด
กลายเป็นวิกฤตศรัทธาต่อ นายอนุทิน พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม ซึ่งอาจนำไปสู่ วิกฤตการเมือง ได้โดยง่าย
ส่วนข้อที่4 การจัดการพื้นที่หมู่บ้านชายแดน กรณีบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้วนั้น ฝ่ายรักชาติจัดๆก็หาว่าฝ่ายรัฐบาลไม่เด็ดขาด
ลามไปถึงความไม่พอใจเรื่องการไม่ยอมยกเลิกเอ็มโอยู43-44
ที่รัฐบาลนายอนุทินก็เตะลูกออกอุดตลุย ทั้งโยนภาระไปให้ประชาชนทำประชามติ
ทั้งล่าสุด นายไชยชนก ชิดชอบ ทิ้งเผือกร้อน ลาออกจากประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเอ็มโอยู43-44 ของสภา
แล้วดึงให้นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ซึ่ง”สุดขั้ว”กับการให้ยกเลิกเอ็มโอยู43-44เข้ามาทำหน้าที่แทน
ซึ่งคงทำนายได้ล่วงหน้า กมธ.ชุดนี้ น่าจะปั่นป่วน-อลหม่านสุดๆ
ไม่ต่างกับกรณีกรณี “กัน จอมพลัง” ที่นายอนุทินเคยชื่นชมในฐานะ”คนดี”รักชาติ แต่ดีก็แตก
ภาวะปั่นป่วน อลหม่าน จากกรณีนี้รวมถึงกรณีอื่นๆทำให้ รัฐบาลนายอนุทิน อยู่ในภาวะแรร์ๆ คือ”สุกๆดิบๆ”
นำไปสู่ภาวะศรัทธา-แรร์ๆ หรือ ภาวะ”ศรัทธา-หายาก” มากขึ้น
แรร์ ขนาดไหน สะเทือนถึงสนามเลือกหรือไม่ ต้องติดตามอย่างระทึกใจ
——————-
