กรรมเก่าเดิม จดหมายเหตุแห่งการทบทวนสิ่งที่ทำในชีวิตที่ผ่านมา ของ อารยา ราษฎร์จำเริญสุข
อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
ในช่วงปลายปี 2025 นี้ เป็นห้วงเวลาอันโดดเด่นเจิดจ้าที่สุดของศิลปินร่วมสมัยชาวไทยผู้หนึ่งที่มีชื่อว่า อารยา ราษฎร์จำเริญสุข หนึ่งในศิลปินคนสำคัญของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เธอยังได้รับการยอมรับในวงการศิลปะระดับโลกในหลายทศวรรษที่ผ่านมา
อารยาเป็นศิลปินที่ทำงานศิลปะในหลากสื่อหลายประเภท ทั้งงานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ วิดีโอ ศิลปะจัดวาง ผลงานของเธอมักเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตและความตาย การสำรวจปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่เป็นคู่ตรงข้าม หากแต่ก็มีขอบเขตที่เหลื่อมซ้อนกัน ไม่ว่าจะเป็นชีวิตและความตาย มนุษย์และสัตว์ เสรีภาพและกฎเกณฑ์ เธอกระตุ้นให้ผู้ชมขบคิดและหาความหมายใหม่ๆ ของขอบเขตและเส้นแบ่งของคู่ตรงข้ามเหล่านี้
และความโดดเด่นเจิดจ้าของศิลปินอย่างอารยาในห้วงเวลานี้ก็คือ นอกจากเธอจะเป็นหนึ่งในศิลปินที่ถูกเชื้อเชิญให้ร่วมแสดงผลงานใน มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025 ที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 นี้แล้ว ในช่วงเวลานี้ อารยายังมีการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะอันโดดเด่นอีกหลากหลายนิทรรศการ


ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการ ช่อมาลา (The Bouquet and the Wreath) ที่จัดแสดงที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม จ.เชียงใหม่ นิทรรศการแสดงเดี่ยวขนาดใหญ่ครั้งแรกในรอบหลายปีของอารยา ที่นำเสนอผลงานตลอดระยะเวลากว่า 45 ปี ในฐานะศิลปินของเธอ รวมถึงผลงานชุดใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับนิทรรศการครั้งนี้ ที่ชี้ชวนให้ผู้ชมสำรวจเส้นทางชีวิตและแนวทางการทำงานของศิลปิน ตลอดจนความหลงใหลส่วนตัวอันลึกซึ้งต่อประเด็นว่าด้วยความปรารถนาและความตาย ความแตกต่าง และความอยากรู้อยากเห็น ถ่ายทอดผ่านสื่อทางศิลปะอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย ศิลปะจัดวาง และภาพเคลื่อนไหว ที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งก็คือ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน นิทรรศการนี้จะมีบทที่สอง ไปจัดแสดงที่ จามีล อาร์ตส์ เซ็นเตอร์ (Jameel Arts Centre) เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อีกด้วย
รวมถึงนิทรรศการคู่ขนานอย่าง กรรมเก่าเดิม (The Same Old Karma) ที่จัดแสดงที่ มูลนิธิ 100 ต้นสน ที่ชวนผู้ชมให้ร่วมย้อนมองและสำรวจเส้นทางการสร้างสรรค์งานศิลปะตลอดเวลากว่าห้าทศวรรษของอารยา ศิลปินผู้ซึ่งเชื่อมโยง ชีวิต ความตาย ศิลปะ และการเขียน เข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้งและต่อเนื่องจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
นิทรรศการนี้ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยเบื้องต้นเพื่อจัดทำจดหมายเหตุ (Archive) ของผลงานของอารยาในระยะยาว ที่มุ่งรวบรวมและจัดระบบผลงานอันหลากหลายและต่อเนื่องของอารยา (ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนมกราคม พ.ศ.2570) โดยนิทรรศการพยายามร้อยเรียงเส้นทางการสร้างสรรค์ของเธอผ่านไทม์ไลน์เชิงปฏิสัมพันธ์ (Interactive timeline) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการบรรจบกันของศิลปะ การเขียน และชีวิตของศิลปิน พร้อมทั้งจัดแสดงผลงานวิดีโอแบบจอเดี่ยวทั้งหมดของอารยา เพื่อเผยให้เห็นพัฒนาการทางความคิดจากการใคร่ครวญเรื่องความตายอย่างใกล้ชิด สู่การวิพากษ์ขอบเขตทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างลุ่มลึก



โดย กิตติมา จารีประสิทธิ์ ภัณฑารักษ์ของนิทรรศการนี้ (รวมถึงเป็นภัณฑารักษ์ร่วมในนิทรรศการ ช่อมาลา อีกด้วย) กล่าวถึงที่มาที่ไปและแนวคิดเบื้องหลัง กรรมเก่าเดิม ว่า
“คือตอนที่จะทำนิทรรศการ ช่อมาลา เราคิดว่าจะทำนิทรรศการย้อนหลัง (Retrospective) ที่สำรวจอาชีพการทำงานที่ผ่านมาของอาจารย์อารยา เรารู้สึกว่า อาจารย์อารยามีช่วงเวลาการปฏิบัติทางศิลปะที่ยาวนานกว่า 45 ปีแล้ว ทำให้ผลงานของอาจารย์มีจำนวนมาก จึงอยากทำการวิจัยเบื้องต้นว่าอาจารย์ทำงานอะไรมาบ้าง ก็เลยกลายเป็นโครงการจัดทำจดหมายเหตุของอาจารย์อารยาขึ้นมา เพื่อที่จะศึกษาผลงานของอาจารย์ หลังจากนั้นพยายามเสาะหาเจ้าภาพร่วมที่สนใจจะสนับสนุนการทำโครงการจดหมายเหตุนี้ขึ้นมา มาทราบว่าทางมูลนิธิ 100 ต้นสน เคยมีแผนที่จะจัดทำจดหมายเหตุของศิลปิน และเคยสนับสนุนอาจารย์อารยามาอย่างยาวนาน ก็ปรึกษาคุณเอกอนงค์ (พรรณเชษฐ์) ผู้ก่อตั้ง 100 ต้นสน ว่ามีความสนใจจะสนับสนุนโครงการจดหมายเหตุนี้ไหม ซึ่งเขาก็สนใจและเห็นความสำคัญในการทำจดหมายเหตุของศิลปิน ก็เลยได้ทำงานร่วมกัน”
“ด้วยความที่การทำจดหมายเหตุที่ว่านี้ต้องใช้เวลายาวนาน เพราะผลงานของอาจารย์อารยาไม่ได้มีแค่งานศิลปะอย่างเดียว ขอบเขตงานของอาจารย์กว้างและหลากหลายมาก ทั้งงานศิลปะที่เป็นภาพพิมพ์ ประติมากรรม วิดีโอ ศิลปะจัดวาง ไปจนถึงงานเขียน วรรณกรรมต่างๆ หรือแม้แต่งานสอนของอาจารย์ก็ตาม งานของอาจารย์จึงถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วน ทำให้ต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลอย่างมาก สิ่งนี้เลยไม่ต่างกับการวางแผนรวบรวมผลงานทั้งชีวิตของศิลปินคนหนึ่งขึ้นมา”


“ก่อนที่จะรวบรวม เรามีความพยายามทำเป็นเหมือนฐานข้อมูล โดยการศึกษาลำดับของไทม์ไลน์เพื่อทำให้เข้าใจว่าการทำงานของอาจารย์คืออะไร เลยมุ่งเน้นในการทำเส้นเวลาของการทำงานของอาจารย์เพื่อแสดงถึงลำดับของการทำงาน โดยศึกษาข้อมูลจากสิ่งพิมพ์อย่างสูจิบัตรนิทรรศการ รวมถึงหลอมรวมไปกับเวลาที่อาจารย์ไปสร้างผลงานในฐานะนักเขียน ที่มีผลงานตีพิมพ์ในสื่อสิ่งพิมพ์รายสัปดาห์ หรือในรูปเล่มของหนังสือ ไปจนถึงการได้รับการยอมรับทางด้านการสอนของอาจารย์ การเปิดสาขาวิชาใหม่ทางศิลปะขึ้นมา ว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญอย่างไรกับอาจารย์ ก็เลยทำข้อมูลเบื้องต้นของจดหมายเหตุระยะยาว ซึ่งวางแผนว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2570 โดยแสดงให้เห็นในรูปของไทม์ไลน์เชิงปฏิสัมพันธ์ ที่ผู้ชมสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลได้ เป็นเหมือนการเกริ่นนำว่าเรากำลังทำจดหมายเหตุของอาจารย์อารยาขึ้นมา”
“นอกจากในนิทรรศการจะมีส่วนที่เป็นไทม์ไลน์ที่ว่านี้จัดแสดงแล้ว ยังมีการจัดแสดงวิดีโอแบบจอเดี่ยวของอาจารย์อารยา เพื่อให้ผู้ชมได้รับชมผลงานของอาจารย์ โดยแบ่งการฉายออกตามลำดับช่วงปี เพื่อแสดงให้เห็นว่าในช่วงเวลาแต่ละปี ความสนใจหรือความหมกมุ่นของศิลปินคืออะไร และมีความต่อเนื่องกันอย่างไรบ้าง นิทรรศการนี้จึงเป็นเหมือนการปฏิสัมพันธ์ในเชิงเกริ่นนำเกี่ยวกับอาจารย์อารยา ในขณะเดียวกัน ก็เป็นนิทรรศการเสริมคู่ขนาน ควบคู่กันไปกับนิทรรศการใหญ่อย่าง ช่อมาลา ที่จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ใหม่เอี่ยม รวมถึงจะต่อเนื่องไปยังจามีล อาร์ตส์ เซ็นเตอร์ (Jameel Arts Centre) เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อีกด้วย”



กิตติมายังเผยถึงแรงบันดาลใจของชื่อนิทรรศการอย่าง กรรมเก่าเดิม ว่า
“ที่ตั้งชื่อนิทรรศการแบบนี้ เพราะว่าการทำจดหมายเหตุก็ไม่ต่างอะไรกับการกลับไปสำรวจกรรมเก่าว่า ที่ผ่านมาเราทำอะไรเอาไว้บ้าง ซึ่งเป็นกระบวนการและแนวคิดอันหนึ่งของอาจารย์อารยา เรายังได้แรงบันดาลใจจากชื่องานวิดีโอชิ้นล่าสุดที่อาจารย์อารยาทำในปี 2025 ที่แสดงในนิทรรศการ ช่อมาลา ที่พิพิธภัณฑ์ใหม่เอี่ยม ที่มีชื่อว่า ทิวทัศน์กรรมเก่าเดิม (Same Old Karma Landscape) ซึ่งอาจารย์กลับไปย้อนดูผลงานวิดีโอทุกชิ้นของตัวเอง แล้วทำงานชิ้นใหม่เพื่อสร้างบทสนทนาโต้ตอบ ซึ่งเป็นเหมือนการย้อนกลับไปเยี่ยมเยือนกรรมเก่าดั้งเดิมของตัวเองว่าทำอะไรมาบ้าง ดังนั้น การทำจดหมายเหตุของเราก็เป็นเหมือนอุปมาของการกลับไปเยี่ยมเยือนกรรมเก่าเดิมของตัวเองของศิลปินด้วยเหมือนกัน”
“นิทรรศการนี้เป็นเหมือนการแสดงเบื้องต้นของจดหมายเหตุ ซึ่งจะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมข้อมูลไปเรื่อยๆ เรายังเปิดโอกาสว่า ถ้ามีผู้ชมมาชมงานแล้วแจ้งข้อมูลที่เราไม่ทราบ เราก็จะรับมาพิจารณาเพิ่มเติมในหมายเหตุ เพราะเราไม่ได้มองว่าสิ่งที่เราทำเป็นความจริงที่สมบูรณ์ เพราะประเด็นสำคัญสำหรับศิลปินที่มีชีวิตและทำงานมาอย่างยาวนาน ข้อมูลของผลงานอาจมีความคลาดเคลื่อน ในฐานะคนทำงานจดหมายเหตุ เราก็ต้องตรวจสอบ ทั้งข้อมูลของศิลปิน ตรวจสอบทั้งตัวเองด้วย รูปแบบเช่นนี้น่าจะเป็นความเคลื่อนไหวที่เราตั้งเป้าเอาไว้ ไม่ใช่แค่สำหรับอาจารย์อารยาเท่านั้น แต่รวมถึงศิลปินท่านอื่นด้วย”



นิทรรศการ อารยา ราษฎร์จำเริญสุข : กรรมเก่าเดิม (ภาคแรก) จัดแสดงที่ มูลนิธิ 100 ต้นสน ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2568 – 18 มกราคม พ.ศ.2569
โดยจะมีการนำเสนอไทม์ไลน์เชิงปฏิสัมพันธ์เผยแพร่ทั้งในนิทรรศการ และผ่านทางเว็บไซต์ของมูลนิธิ 100 ต้นสน (https://100tonsonfoundation.org/araya-rasdjarmrearnsook) ให้ผู้ที่สนใจศึกษาเส้นทางการทำงานเบื้องต้นของอารยา
รวมถึงจัดแสดงผลงานวิดีโอแบบจอเดี่ยวทั้งหมดที่เคยจัดแสดงของศิลปิน โดยคัดสรรเป็น 3 โปรแกรม 1. โปรแกรม A ผลงานที่สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2540-2548 ช่วงเวลาจัดฉาย 16 ตุลาคม-9 พฤศจิกายน 2568, 2. โปรแกรม B ผลงานที่สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2551-2557 ช่วงเวลาจัดฉาย 13 พฤศจิกายน-14 ธันวาคม 2568, 3. โปรแกรม C ผลงานที่สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2557-2568 ช่วงเวลาจัดฉาย 18 ธันวาคม 2568 – 18 มกราคม 2569, โดยในทุกวันอาทิตย์ ตลอดทั้งนิทรรศการ มูลนิธิ 100 ต้นสนจะมีการจัดฉายผลงานทั้ง 3 ชุด จากทั้งสามช่วงเวลาตามลำดับ ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น. ตลอดระยะเวลาการจัดแสดงยังมีกิจกรรมสาธารณะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก 100 Tonson Foundation
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก มูลนิธิ 100 ต้นสน
