bg-single

นายกรัฐมนตรีหญิงญี่ปุ่น ผงาดบนเวทีโลก

10.11.2025

บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์

นายกรัฐมนตรีหญิงญี่ปุ่น

ผงาดบนเวทีโลก

ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์หลังนาง ซานาเอะ ทาคาอิชิ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2025 ผลสำรวจคะแนนนิยมในตัวนายกรัฐมนตรีหญิงพุ่งสูงขึ้นกว่านายกรัฐมนตรีชายหลายคนก่อนหน้าอย่างเด่นชัด ไม่ว่าสำนักข่าวใดก็ปรากฏคะแนนนิยมในตัวนายกฯ หญิงสูงกว่า 70 %

อาทิ ผลสำรวจของหนังสือพิมพ์ซังเค(産経新聞)ร่วมกับฟูจินิวส์เน็ตเวิร์กวันที่ 25-26 ตุลาคม คะแนนนิยมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ 75% ผู้ตอบทั้งชายและหญิงเป็นไปในแนวทางเดียวกัน หากแยกตามวัยของ หญิง โดยเฉพาะสาววัย 18 -29 ปี สนับสนุนนายกฯ หญิงสูงถึง 91% วัยสูงกว่า 70 ปีขึ้นไป 60% ส่วนชายวัย 60 ปี และ 70 ปี พอๆ กันคือ 64 – 67%

เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลนายชิเงรุ อิชิบะ แล้วสูงเกินกว่าหนึ่งเท่าตัวทีเดียว หากย้อนไปในอดีตอาจจัดได้ว่าสูงรองจากรัฐบาลนายจุนอิชิโร โคอิสุมิ 85% (ปี 2001) นายยูคิโอะ ฮาโตยามะ 77% (ปี 2009) นายโมริฮิโร โฮโซกาวา 75% (ปี 1993) เป็นต้น

นางทาคาอิชิ สามารถเรียกคะแนนนิยมจากผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน อาทิ พรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน(国民民主党)พรรคหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่อย่างพรรคซันเซ(参政党)รวมทั้งสายอนุรักษนิยมที่เสื่อมความนิยมและผิดหวังกับผลงานของนายกรัฐมนตรีจากพรรคแอลดีพี(自民党)คนก่อนๆ ก็หวนกลับมาเทกำลังใจให้เธออย่างมีความหวัง

นอกจากนี้ ผู้ที่ได้ฟังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของนายกฯ หญิง แล้วต้องยอมรับว่าเห็นความมุ่งมั่น ตั้งใจ พร้อมทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนชาวญี่ปุ่น เปรียบเสมือนทหารซามุไรสวมเสื้อเกราะแล้วกระชับเชือกผูกหมวกเหล็ก(兜の緒を締める)พร้อมออกศึกเพื่อนำชัยชนะกลับมา !

เป็นเรื่องน่ายินดีที่คะแนนนิยมกลับฟื้นขึ้นมาอย่างผิดคาดได้ขนาดนี้ ต้องยอมรับด้วยว่าการที่พรรคโคเม(公明党)ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมยาวนาน 26 ปีอย่างกะทันหัน ทำให้ใจหายใจคว่ำในการหาเสียงโหวต จนสุดท้ายได้พรรคอิชิน(日本維新の会)มาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลโดยไม่รับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (อ่าน สุภา ปัทมานันท์ “ชัยชนะของผู้หญิงญี่ปุ่น : นางซานาเอะ ทาคาอิชิ” มติชนสุดสัปดาห์ 31 ตุลาคม 2568) เป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าขั้วอำนาจเดิม ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ประชาชนเกิดความหวัง อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

มีเสียงเชียร์จากภายในพรรคแอลดีพีว่า นางทาคาอิชิควรฉวยโอกาสนี้ยุบสภา เพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเร็ววันนี้ นับเป็นทางลัดที่จะเรียกคืนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนให้กลับเพิ่มขึ้นมา เพื่อที่จะหลุดพ้น ไม่อยู่ในสถานะรัฐบาลเสียงข้างน้อยอย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้ให้ได้

บางเสียงก็ว่า ต้องรีบทำโดยด่วนก่อนที่จะเกิดอะไรที่ไม่คาดฝันมาขัดจังหวะเสียก่อน เรื่องการเมือง อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น !

ขณะที่เสียงจากพรรคฝ่ายค้านว่า อย่าคิดว่าคะแนนความนิยมเป็นของคงทน มีปัญหาใหญ่ภายในพรรคแอลดีพีที่ประชาชนยังเคลือบแคลงใจ เรื่อง “เงินทอน” การลงบัญชีในพรรคไม่โปร่งใส (อ่าน สุภา ปัทมานันท์ “เรื่อง ‘เงินทอน’ ของพรรครัฐบาลญี่ปุ่น” มติชนสุดสัปดาห์ 9 กุมภาพันธ์ 2567) ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างชัดเจน ถึงเวลากาบัตรเลือกตั้ง คิดหรือว่าประชาชนจะไม่ลังเล

อย่าหมิ่นเสียงของประชาชนเกินไป !

นางทาคาอิชิประกาศในวันแถลงนโยบายว่า “จะนำพาญี่ปุ่นให้กลับมาผงาดยืนเด่นบนเวทีโลกให้ได้” และโอกาสก็เป็นของเธอ หลังรับตำแหน่งยังไม่ครบสัปดาห์ ก็เดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ ASEAN ที่มาเลเซียเป็นงานแรกวันที่ 26 ตุลาคม

ผู้นำชาติต่างๆ ต้อนรับผู้นำหญิงของญี่ปุ่นอย่างอบอุ่น และประทับใจ

เธอต้องเร่งกลับมาญี่ปุ่นเพื่อเตรียมต้อนรับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิดีสหรัฐอเมริกาที่เยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในรอบ 6 ปี วันที่ 28 ตุลาคม ซึ่งได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิด้วย

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางมาถึงญี่ปุ่นว่า นางทาคาอิชิเป็นผู้นำเก่งยอดเยี่ยม เป็นลูกหม้อผู้รับไม้ต่อของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผู้เป็นมิตรสนิท ขนาดเรียกชื่อต้น “โดนัลด์” และ “ชินโซ” กันเลย เคยได้ยินชื่อของเธอจากปากของนายอาเบะด้วย ฉะนั้น จึงพร้อมสนับสนุนเธอ

เมื่อถึงเวลาพบหน้ากันจริงๆ ภาพของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในอิริยาบถต่างๆ ร่วมกับนางทาคาอิชิ คนญี่ปุ่นบอกว่าท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแตกต่างอย่างมากกับตอนพบกับนายชิเงรุ อิชิบะ ที่ไปเยือนทำเนียบขาวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ครั้งนี้เป็นความสนิทสนม ชื่นมื่น ยิ้มแย้มและเป็นกันเอง

นางทาคาอิชิ ประกาศว่า จะร่วมสร้าง “ยุคทอง”(黄金時代)แห่งความสัมพันธ์ของสองประเทศ ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาจะเป็นมหามิตรที่ใกล้ชิดกันยิ่งกว่ามิตรประเทศใด ญี่ปุ่นจะเสริมกำลังการป้องกันตนเอง เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศเป็น 2% ของจีดีพี ซึ่งหมายถึงการพึ่งพิงบรรดาอาวุธประสิทธิภาพสูงของสหรัฐฯ

และยินดีเสนอชื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศพร้อมผ่อนปรนเงื่อนไขอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น

พลังทางการทูตระหว่างประเทศของนางทาคาอิชิเด่นชัดมาก ภายในหนึ่งสัปดาห์กว่าตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง แสงบนเวทีโลกส่องมาที่เธอ ผ่านการประชุม ASEAN ที่มาเลเซีย วันที่ 26 ตุลาคม

การได้พบปะเจรจากับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่ญี่ปุ่นวันที่ 28 ตุลาคม

การร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคที่เกาหลีใต้วันที่ 30 ได้พบกับนายอี แจ มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เป็นครั้งแรก ยืนยันความสัมพันธ์ฉันมิตรประเทศเพื่อนบ้านที่มีมาตลอดจนครบรอบ 60 ปีในปีนี้ จะยกระดับความสัมพันธ์อันดีระหว่างญี่ปุ่น – เกาหลี และญี่ปุ่น – เกาหลี – สหรัฐอเมริกา เพื่อประโยชน์ร่วมกันในภายหน้า

และวันที่ 31 ตุลาคม ได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประเทศทั้งสองเป็นเพื่อนบ้านที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาความสงบและความมั่งคั่งในภูมิภาคนี้ร่วมกัน

ผลสำเร็จด้านการทูตของนางทาคาอิชิ เป็นที่ชื่นชมอย่างกว้างขวางในหมู่คนญี่ปุ่น เธอมีความเป็นผู้นำที่มุ่งมั่น ขณะเดียวกันก็มีความอ่อนโยนแบบผู้หญิงที่ทำให้สถานการณ์เคร่งเครียดผ่อนคลายลงได้ เป็นข้อดีของการมีผู้นำสตรี เมื่อเปรียบเทียบกับการทูตของนายกรัฐมนตรีชายที่ผ่านมากับประเทศต่างๆ ซึ่งมักเห็นญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สามารถขอเงินช่วยเหลือได้อย่างง่ายดายเพื่อแลกกับผลประโยชน์บางอย่าง

นายกรัฐมนตรีหญิงญี่ปุ่นผงาดบนเวทีโลกแล้ว ! Japan is back !



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ขอเคลียร์อีกสักครั้ง… ผิดแล้ว ผิดอีก และจะผิดต่อไป!
เชลยศึกสงครามลาว (45)
พระสารสาสน์พลขันธ์ : จากอาชญากรสงครามสู่นักเศรษฐศาสตร์ (28)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (190)
ธงนำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ใน ‘มนุษยภาพ’
E-DUANG | เมื่อ”กระแส”เป็น”ขบวนการ” พัฒนาสู่”จุดตัด”ทางการเมือง
งานประกาศรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ “สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 34” ประจำปี 2568
Songs in the Key of Life : มีหรือไม่มีเธอ?
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (18)
ดินแดง ราชปรารภ เลือด ประชาชน หลั่งที่ รางน้ำ ราชปรารภ กระสุน ทะลุทะลวง
ทำไมยุงเลือกกัดบางคนมากกว่า
E-DUANG | “ป้อมค่าย” แตกจาก “ภายใน” พิสูจน์ทราบ ในกรณี “โกงส.ว.”