MatiTalk “อนุดิษฐ์” ชู DNA “กล้าธรรม” ลงพื้นที่จริง ทำจริง ไม่เอาสีเทา ยึดประโยชน์ประชาชนนำทาง
เราคงไม่ไปจองเวรหาเรื่องแล้วก็ไปตั้งป้อมที่จะไปสู้กับพรรคการเมืองใดๆ และไม่เอาตัวของเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ดูได้จากแถลงการณ์ของพรรค คือ ถ้าเป็นคนโดยปกติ เป็นพรรคการเมือง ผู้บริหารของพรรคการเมืองที่โดนกล่าวหาแบบนี้ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีหลักฐานทางกฎหมายรองรับ ไม่ได้มีเรื่องของหลักฐานเส้นเงิน หลักฐานทางบัญชี หลักฐานทางเอกสารมันไม่มีอะไร แล้วก็โดนกันมาขนาดนี้ ถ้าเราไม่หนักแน่นแล้วเราไม่ได้ยืนยันกับสิ่งที่เราอยากจะทำแบบนี้ เราก็คงต้องหันมาชนหันมาสู้
แต่วันนี้ไม่ต้องครับ เราก็อธิบายด้วยหลักฐานแล้วก็เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนเป็นคนเลือกเองครับว่าเขาจะเชื่อใคร
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการ MatiTalk มติชนสุดสัปดาห์
: พรรคกล้าธรรมจะยืนอย่างไรในสมรภูมิการเมืองเดือดนี้
DNA ของพรรคกล้าธรรม เป็นพรรคที่มีความเชื่อที่มีความศรัทธาในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
พรรคกล้าธรรมคงจะไม่ใช่พรรคการเมืองที่มุ่งเน้นไปสู้หรือว่าแข่งขันกับพรรคการเมืองอื่นๆ พรรคกล้าธรรมของเราคุยกันในสมาชิกว่าเราขอแข่งกับตัวเอง
วันนี้เรามี ส.ส.อยู่ 20 กว่าคน เรามีผู้สมัครซึ่งเป็นทั้งอดีต ส.ส.หรือแม้แต่ ส.ส.ในปัจจุบันที่เอาจจะยังสังกัดพรรคการเมืองอื่นที่เขาเห็นว่าเขามี DNA ที่เหมือนกล้าธรรมแล้วก็มีความประสงค์อยากจะมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม
ทุกคนเห็นตรงกันว่ามันคงไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราจะไปแข่งขันกับพรรคการเมืองใด เพราะว่าสุดท้ายปลายทางพรรคการเมืองเหล่านั้นไม่ได้เป็นคนมาเลือกเรา คนที่เลือกคนที่จะขึ้นไปทำหน้าที่เป็น ส.ส.ก็คือพี่น้องประชาชน
พรรคกล้าธรรมเรามุ่งเน้นในเรื่องของการลงพื้นที่ไปเจอกับปัญหาของพี่น้องประชาชนจริงๆ ไปดูกันให้รอบเลยว่าในเขตเลือกตั้งของตัวเองแน่นอนบริบทของเขตเลือกตั้งแต่ละที่มันไม่เหมือนกัน กรุงเทพฯ ก็อย่างหนึ่ง ต่างจังหวัดก็อย่างหนึ่ง ชนบทก็อย่างหนึ่ง ในเมืองก็อย่างหนึ่ง
ฉะนั้น ตัวของเรา เรารับผิดชอบตรงไหนอย่างไรคงไม่มีใครรู้ดีกว่าตัวของผู้สมัครเพราะว่าเขาอยู่ในพื้นที่นั้นๆ
: จุดแข็งของพรรคสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าคืออะไร
วันนี้เรากำลังเสริมจุดแข็ง ในเรื่องของการสื่อสารให้กับพี่น้องประชาชนได้รู้ว่าพรรคกล้าธรรมเรากำลังทำอะไร พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคที่กล้าทำจริงๆ แล้วก็ทำจริง เราลงพื้นที่มีประสบการณ์
ยกตัวอย่าง ส.ส.ของพรรคกล้าธรรมลงพื้นที่ต่อสู้เพื่อที่จะเอางบประมาณ แล้วก็เอางบดังกล่าวนั้นมาสู่การพัฒนา อย่างการผลักดันจนกระทั่งได้ฝายกั้นแม่น้ำ ถ้าหากว่าเรามีความเข้าอกเข้าใจพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ปลายน้ำทั้งหมดก็จะเห็นได้ว่า ฝายมันมีหลายแบบมันมีทั้งฝายชั่วคราว ถาวร หน้าที่ของฝาย มันชะลอน้ำ มันช่วยระบายเพื่อให้กับพี่น้องเกษตรกรหลายแสนครอบครัว สิ่งเหล่านี้ ผมยืนยันว่าสิ่งที่ ส.ส.พรรคกล้าธรรม สิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่ดีแล้วก็ผลักดันกันมาหลายปี
แต่เชื่อไหมครับ เกี่ยวกับกระบวนการของการสื่อสารเท่านั้นเองมี ส.ส.ฝ่ายที่อาจจะไม่ได้สนับสนุนหรืออาจจะคิดแบบไหนอย่างไรช่างเถอะไม่ว่ากัน แต่ก็สามารถที่จะเสนอข่าวไปในทำนองว่า ส.ส.ของพรรคกล้าธรรมนำเอางบประมาณไปลงที่พื้นที่ของตัวเองมากกว่าพื้นที่อื่นโดยที่ไม่ได้ดูข้อเท็จจริง ว่าฝายดังกล่าวนั้นมันไม่ได้ตอบโจทย์ในส่วนของพื้นที่ของตัวผู้สมัครในเขตนั้น มันเพียงอยู่ในเขตเขา แล้วก็เกษตรกรในเขตเขาก็ได้ประโยชน์
แต่ขณะเดียวกันอีก 5 จังหวัดก็ได้ประโยชน์ เผลอๆ อาจจะมีเขตเลือกตั้งของพรรคการเมืองนั้นด้วยก็ได้
แต่สิ่งเหล่านี้ทำให้เราต้องหันกลับมาสำนึกตัวเองอยู่เหมือนกันว่าการที่เราลงพื้นที่เหงื่อยังไม่ทันแห้ง แต่กลับถูกโจมตีในสิ่งที่มันเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ถูกบิดเบือนข้อเท็จจริงไปเยอะแยะมาก
สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นจุดอ่อนของพรรคกล้าธรรมอาจจะทำเก่ง อาจจะกล้าทำ อาจจะทำจริงแต่อาจจะพูดไม่เก่ง อาจจะไม่ได้ทำหน้าที่อยู่หลังแป้นคีย์บอร์ด
ผมเคยเป็น ส.ส.ฝ่ายค้านแล้วผมก็ทำการตรวจสอบ แต่ทุกครั้งก่อนที่ผมจะแถลงข่าวกับสื่อมวลชนตัวผมเองผมคิดว่าถ้าเราจะไปกล่าวหาใครก็แล้วแต่มันควรจะต้องเป็นการกล่าวหาที่มีหลักฐาน
เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเรียกร้องเหมือนกัน ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาล ฝ่ายค้านตรวจสอบฝ่ายบริหาร ฝ่ายค้านตรวจสอบฝ่ายนิติบัญญัติ
คำถามผมง่ายๆ สิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่ใครจะตรวจสอบท่านบ้าง ผมเรียกร้องพี่น้องประชาชนคนที่รักความเป็นธรรมท่านอย่าเอาความเกลียดมาอยู่เหนือความจริงอย่างนั้น
จากนี้ถ้าการกล่าวหาเดินนำหน้าข้อเท็จจริงไปเสียเรียบร้อยแล้วนั้น ผมเกรงว่าประเทศนี้มันจะอยู่ยากเหมือนกัน
แล้วอย่าลืมว่ากระบวนการในการปล่อยข้อกล่าวหาเรื่องของข่าวลือนั้นไปเร็ว เขาถึงมีคำพูดที่ตลกแต่จริงๆ มันเศร้า คือ เรื่องร้ายเขาจะลงให้ฟรี แต่ข่าวดีอาจจะต้องเสียตังค์
: จุดยืนพรรคกล้าธรรมกับเรื่องรัฐธรรมนูญ
เราเข้าใจบริบทในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จริงๆ ก็ต้องบอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นคนที่มีสิทธิ์จะพูดดังๆ ก็คือคนที่มีจำนวนของ ส.ส.ในสภาเกินร้อย
ภูมิใจไทยอาจจะไม่ได้เกินแต่เมื่อเราเข้ามาร่วมกับพรรคภูมิใจไทยเราก็สนับสนุนตัวของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีทั้งสิ้น 3 ร่าง
พรรคกล้าธรรมจริงๆ ต้องบอกว่าเราให้ความสำคัญ
ในที่ประชุมพรรคเราก็พูดคุยกันเรื่องของทิศทางของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
: รอฟังเสียงประชามติจากประชาชนก่อน?
น่าจะต้องเป็นก้าวแรก แต่จริงๆ คือเราก็คุยกันในพรรค เราก็มองเห็นเหมือนกับพี่น้องประชาชน แล้วก็พรรคการเมืองอื่นๆ ที่เห็นว่าตัวของรัฐธรรมนูญปี 2560 เองนั้นอาจจะยังไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่มีความสมบูรณ์พร้อม แล้วก็อาจจะมีหลายมาตราอาจจะมีหลายส่วนหลายลายลักษณ์อักษรที่มันอาจจะเป็นปัญหาและอุปสรรคจริงๆ
ซึ่งตรงนั้นดีที่สุดคือ เปิดโอกาสให้ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้เราก็ต้องเคารพในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่บอกว่าตัวแทนประชาชนอาจจะต้องมาทางอ้อมก็ขอให้จะมาทางใดก็แล้วแต่ก็คงต้องเป็นไปในทางที่ศาลรัฐธรรมนูญท่านให้ข้อเสนอแนะเอาไว้
แล้วหลังจากนั้นก็คงจะต้องเป็นการทำงานของตัวแทนเหล่านี้ที่จะต้องจัดการกับรัฐธรรมนูญ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดโอกาสให้เราได้ปรับปรุงในส่วนที่ทุกคนมองเห็นสอดคล้องกันว่ามันเป็นปัญหาอุปสรรค
ก็เปลี่ยนแปลงให้มันดีขึ้น
: “มีเรา ไม่มีเทา” “เทา” ของพรรคประชาชนกับของพรรคกล้าธรรมต่างไหม
เหมือนกันครับ คือจะมีเราก็ไม่มีเทาเหมือนกัน
คือประเทศไทยก็เหมือนบ้านหลังใหญ่ ถามว่าใครอยู่
ก็เราอยู่ ลูกหลานเราก็อยู่
แล้วมันจะมีพรรคการเมืองไหนที่มันอยากให้ลูกหลานของตัวเองมันอยู่กับสภาพแวดล้อมที่มันไม่ปลอดภัย อยู่กับโจร
เพราะฉะนั้นคุณจะไปเขียนวลีแบบไหนอย่างไรก็แล้วแต่ก็ถือว่ามันเป็นแคมเปญของคุณ
แต่จริงๆ บนหลักการเดียวกันเรื่องของสีเทาสีดำใดๆ ก็แล้วแต่ที่มันเป็นตัวแทนของความสกปรกเป็นตัวแทนของสิ่งผิดกฎหมาย ผมเชื่อว่าไม่มีพรรคการเมืองไหนหรอกครับที่อยากจะให้สิ่งสกปรกเหล่านี้มันอยู่ในบ้านตัวเองให้มันอยู่ใกล้กับลูกหลานตัวเอง
คงไม่เป็นแบบนั้น
: หลังเลือกตั้งปี 2569 เห็นภาพประเทศไทยเป็นยังไง
ผมอยากเห็นประเทศไทยมีความรักความสามัคคี มีความปรองดองกันมากกว่านี้อยากให้การทำงานของตัวแทนพี่น้องประชาชนในสภา
ซึ่งแน่นอนพอถึงเวลานั้นมันก็จะแบ่ง 2 ฝั่ง เป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน แต่อยากให้ทั้ง 2 ฝั่งทำงานโดยยึดโยงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน มองเห็นผลประโยชน์ของประเทศที่ตั้ง
ผมเชื่อนะครับถ้าเกิดเราทำงานกันอย่างมืออาชีพ เราทำงานรู้จักหน้าที่ของแต่ละฝ่ายแล้วก็ทั้งหมดเราเดินหน้ากันโดยยึดเอาประโยชน์ ผมเชื่อว่าการเมืองไทยจะดีขึ้น
ประเทศไทยมันไม่ใช่ผมคนเดียว ไม่ใช่พรรคกล้าธรรมพรรคเดียว มันก็คงต้องเป็นการแสวงความร่วมมือกันในพรรคการเมืองทุกๆ พรรค
เลือกตั้งข้างหน้าก็น่าจะแก้ปัญหาประเทศได้ ผมเชื่อเช่นนั้น
ชมคลิป
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
