bg-single

จะปฏิรูปตำรวจได้ ต้องปฏิรูปการเมืองก่อน? MatiTalk พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ชี้ทางสีกากีจะพ้นวงจรอุบาทว์นี้ได้อย่างไร

21.11.2025

“ที่ชอบถามกันว่าปฏิรูปตำรวจทำไมไม่สำเร็จ ผมก็พูดได้เลยว่า ถ้าจะปฏิรูปตำรวจต้องปฏิรูปการเมืองก่อนไม่ให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงไม่ให้การเมืองเข้าก็มายุ่งเกี่ยวในเรื่องการบริหารงานบุคคลเรื่องแต่งตั้งโยกย้าย”

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต รอง.ผบ.ตร.ในฐานะ กรรมการข้าราชการตํารวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวผ่านรายการ MatiTalk ทางช่องมติชนสุดสัปดาห์

พล.ต.อ.เอก ระบุว่ามี ส.ส.หลายคนพูดไว้ชัดเจน และตรงกับที่เราคิดมานาน ทุกครั้งที่ใครมาเป็นรัฐบาลมีอำนาจก็จะเอาตำรวจไปผูกโยงระบบบ้านใหญ่ ทุกคนคงเคยเห็นภาพวันเกิด-วันปีใหม่ ตำรวจถือกระเช้าไปสวัสดี ส.ส.บ้านใหญ่-นักการเมืองในพื้นที่ แม้กระทั่งกฎหมายตำรวจปี 2565 ก.ตร.ยังเอานายกฯ มาเป็นประธานอยู่เลย

บางครั้งนายกฯ บางท่านมีประสบการณ์มาจากทางด้านธุรกิจอะไรต่างๆ แต่ไม่มีข้อมูลเลยว่าตำรวจคนไหนเป็นยังไง แล้วต้องมาให้ความเห็นในการแต่งตั้งนึกออกไหมว่าเป็นอย่างไร

องคาพยพ ของ ก.ตร. มี 16 ท่าน เลือกตั้งมา 6 ท่าน และเป็นโดยตำแหน่ง 10 ท่าน ถ้าจะโหวตอะไร พูดภาษาชาวบ้าน “มันแพ้มาตั้งแต่ในมุ้ง มันไม่มีทางชนะเลย” เพราะฉะนั้น ในทางการเมืองนายกรัฐมนตรีมีหมวกหลายใบ ท่านเป็นหัวหน้าพรรคด้วย เราเลยเห็นข่าวว่ามีประชุมพรรคบางท่านก็บอกว่าอย่าเสียใจนะที่ผู้กำกับคนนั้นคนนี้ไม่ได้ตำแหน่ง

สิ่งที่ผมอยากจะเรียนยืนยันที่ได้ให้สัญญาไว้กับพี่น้องตำรวจมา ว่าเราจะพยายามดูแลให้การแต่งตั้งเป็นธรรมที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันอาจจะไม่ได้ 100% เพราะตำแหน่งมีอยู่ 10 แต่คนมี 100 ไม่มีทางที่จะเป็นที่พอใจได้ทุกคน

แต่สิ่งหนึ่งที่เรายืนยันเรารับฟังมาตลอด 2 หูในช่วงที่ผ่านมาผมฟันธงได้เรื่องซื้อขายตอนนี้เราทำได้แล้ว ต้องย้ำว่าการซื้อขายตำแหน่งมันเป็นวงจรอุบาทว์ เพราะเมื่อคุณเอาเงินไปซื้อตำแหน่งก็ต้องไปรีดไปไถจากธุรกิจผิดกฎหมาย แล้วไอ้ธุรกิจเหล่านี้ก็เหิมเกริมมีอำนาจ มันก็เป็นวงจรอุบาทว์ทำลายประเทศ

ณ เวลานี้จึงยืนยันประการแรกว่าไม่มีการซื้อขายตำแหน่งอย่างแน่นอน

นำไปสู่หลักการถ้าเราได้ ผบตร.ที่ดี ได้ผู้บัญชาการคุมภาคดีเราได้ผู้การดีมันก็ส่งผลถึงผู้กำกับดี ใครไม่ดีบอกมาเรารู้เอาโทษเอาทัณฑ์ไล่ออกเอาตำรวจชั่วตัดนิ้วร้ายออก

นี่คือสิ่งที่รณรงค์แล้วก็อยากขอร้องให้พี่น้องส่งเสียงบอกมาว่าตรงไหนที่มีผู้กำกับยังรีดไถทำให้เสียหาย จะรับเรื่องต่างๆไปดำเนินการโดยที่ไม่ปล่อยปละละเลยเด็ดขาด

อีกหนึ่งกรณีตัวอย่างที่วงการตำรวจพูดถึงกันมากที่สุดตั้งแต่อดีต คือ ตำแหน่งที่ตกต่ำมากที่สุดในบรรดาตำรวจทั้งหมดก็คือ “พนักงานสอบสวน” ที่ทำหน้าที่รับแจ้งความตามสถานีต่างๆ ไม่มีใครอยากเป็นสักคน

ถ้าถามเขาว่าอยากย้ายไปอยู่ที่อื่นไหม? เขาตอบว่าอยากย้ายหมด ไม่มีใครอยากขอเป็นพนักงานสอบสวน เพราะทั้งงานที่หนักเหนื่อยค่าตอบแทนก็ไม่ดี ไม่มีความเจริญก้าวหน้า

ทุกท่านคงเคยได้ยินนะที่อดีตเขาเคยมีแท่งเติบโตไปได้ แต่สมัย คสช.ก็ไปยุบแท่งเขา จนต่อมาเป็นเหตุให้ตำรวจบางคนฆ่าตัวตายตำรวจ บางคนวิ่งเต้นโยกย้ายนะ เพราะมองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง แล้วพอไปเทียบกับสายงานอื่น เขารู้สึกว่าถูกข้ามหัวข้ามหางไปมาก ขวัญกำลังใจของคนที่ทำงานด้านนี้ไม่มีเลย อยู่กันแบบซังกะตาย

ยิ่งยุคนี้มีคดีที่รวมทางออนไลน์มันเพิ่มปริมาณขึ้นแบบ 2-3 เท่าตัว มีแต่ผู้เร่งรัดสั่งให้ทำอย่างเดียว แต่เงินไม่เคยเพิ่มให้ แถมยังต้องควักตังค์ควักกระเป๋าซื้ออะไรต่างๆ เอง ค่าทำสำนวนได้ 500-1000 เรื่องเงินประจำตำแหน่งคนที่เป็นพนักงานสอบสวนต้องเข้าเวรยามสอบสวน

เราเรียกร้องให้ทำงานให้เร็วบริการประชาชนให้ดี ท่ามกลางข้อจำกัดภาวะที่ขาดแคลน หมึกปรินเตอร์ก็ต้องซื้อเอง อุปกรณ์ต่างๆ ซื้อเอง ปืนผาหน้าไม้ก็ซื้อเอง รถจะขับไปฝากขังที่ไปทำงานก็ต้องผ่อนเอง หลวงไม่มีซัพพอร์ตสักอย่าง

ผมคิดดูว่าสภาพคงอยู่ในวัฏจักรนี้ต่อไปอีกนานถึงแม้ว่าผมจะไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องนี้แล้ว ผมถึงบอกเรื่องต่างๆ เหล่านี้โจทย์ปัญหาต่างๆ เหล่านี้

ผมยืนยันว่าจะปฏิรูปตำรวจตำรวจต้องปฏิรูปนักการเมืองรัฐบาลให้เห็นความสำคัญเอาใจใส่เรื่องนี้มองให้เห็นความสำคัญ

: ทำไม “ความเทาๆ” ถึงได้ปกคลุมประเทศนี้?

ต้องเรียนตามข้อเท็จจริง พูดถึงโครงสร้างสร้างของประเทศทั้งหมดและพื้นฐานวัฒนธรรมประเพณี ต้องยอมรับว่าเรายังมีเรื่องระบบอุปถัมภ์ ที่แทรกเข้าไปในทุกส่วนของสังคมไทย เห็นกันชัดเจนในโครงสร้างประเทศในระบบการเมืองก็คงจะคุ้นชินกับระบบบ้านใหญ่ มันเป็นระบบอุปถัมภ์ ที่สามารถมองได้หลายมิติ ถ้ามอง positive หน่อย ก็ดูว่ามีการช่วยเหลือเกื้อกูลมีน้ำใจไมตรีคนที่อยู่ในสังคมเดียวกัน

แต่ในทางที่เสียหายก็กลายเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามระบบมาตรฐานที่ถูกต้อง

ระบบอุปถัมภ์ในใช้ในทางการเมืองก็โยงกับเรื่องซื้อเสียงนะครับ นำมาสู่ปัญหาคอร์รัปชั่น หาผลประโยชน์ ซึ่งจริงๆ แล้ว ก็มีมาโดยตลอดทุกยุคสมัย แล้วก็เป็นนโยบายของที่จะมีการปราบปราม

ที่เป็นกระแสในช่วงนี้มากที่สุดคงไม่ปฏิเสธว่าวงการเรื่องตำรวจมีข่าวมีผู้เกี่ยวพันกับรับส่วยจากเว็บพนัน มีการขยายผลไปสู่ว่าจะเชื่อมโยงรับผลประโยชน์สแกมเมอร์ด้วยหรือไม่อย่างไร

ถามว่าบรรยากาศตรงนี้ มันมาปรากฏชัดเจนตั้งแต่เมื่อไหร่ ย้อนหลังไป อยู่ในพีเรียดรัฐบาล คสช.ตั้งแต่ช่วงรัฐประหาร 2557 มาถึงช่วงปี 2565 ช่วงนี้มีความชัดเจนว่าความผิดในลักษณะของการพนันออนไลน์ได้แพร่ระบาดมากขึ้นตามลำดับ

ต่อมามีการไปตรวจสอบหลักฐานว่ามีตำรวจไปรับผลประโยชน์ส่วนนี้ แล้วก็เป็นเรื่องราวจนขยายไปสู่ความขัดแย้งของผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 ท่าน คาราคาซังมาตั้งแต่ปี 2566-2568 ผมคงไม่ลงรายละเอียดมาก ซึ่งก็มีคนตั้งข้อสังเกตของคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ว่า ทั้งคู่ล้วนเจริญเติบโตมาอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2559

พูดง่ายๆ 2 ท่านนี้โตในช่วง คสช. ในฐานะที่ผมรับราชการมา มันแน่นอนเห็นอยู่แล้วว่าการเจริญเติบโตมันผิดปกติ เรียกได้ว่าน่าจะมี 2 คนเท่านั้นในประเทศไทยที่สามารถเจริญเติบโตได้รวดเร็วมาก ตั้งแต่ คสช.เข้ามา ผู้มีอำนาจเด็ดขาดในการควบคุมการแต่งตั้งย้าย เป็น ก.ตร.ที่มาจากอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่จะแต่งตั้งใครก็ได้มาเป็น จึงไม่มีการคานอำนาจไม่มีการท้วงติง ไม่มีการรับฟังความเห็นจากผู้ใดทั้งสิ้น ถ้าอยากจะทำอะไรก็ยกเว้นกฎเกณฑ์ต่างๆ โดยปราศจากการคัดค้าน

ซึ่งถ้าจะให้มาวิเคราะห์ในมุมมองส่วนตัวว่าทำไมตำรวจไปเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ได้ ผมย้อนไปช่วงนั้นน่าจะช่วงปี 2563-2564 มีสถานการณ์โควิด-19 เป็นข้อจำกัดที่ทำให้คนไม่สามารถที่จะเข้าไปรวมตัวเล่นการพนันได้ ก็เกิดการบูมของพนันออนไลน์ใช้โทรศัพท์มือถือแทง

ถ้าเปรียบเทียบเหมือนถนนตัดใหม่เป็นเรื่องใหม่ รถวิ่งเร็วคนที่รับสินบาทคาดสินบนก็คิดว่าทางสะดวก

ส่วนในเรื่องของการบริหารองค์กร ความวุ่นวายในแวดวงตำรวจ ผมคิดว่าแน่นอนมันเริ่มมาจากเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายก็คงไม่ปฏิเสธในช่วงนั้น (คสช.) การแต่งตั้งโยกย้ายเป็นที่ช่วงเป็นยุคที่ตกต่ำที่สุดมีเรื่องทั้งซื้อขายตำแหน่งมีทั้งเรื่องตามที่กล่าวหากัน

ผมยืนยันว่ามันคือเรื่องจริง เพราะแม้ไม่มีใบเสร็จ แต่เราได้เห็นผมยกตัวอย่างผมอยู่ในพื้นที่จังหวัดปริมณฑล ไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ในฐานะที่ผมเคยเป็นผู้บัญชาการภาค 1 ผมแต่งตั้งผู้การจังหวัดใดผมก็จะคัดจากรองผู้บัญชาการหรือผู้การในจังหวัดในพื้นที่ภูธรภาคหนึ่ง แต่ปรากฏว่าในยุคนั้นดันมีรองผู้บัญชาการ กระโดดข้ามภาคมา ผมก็ว่าแปลก เพราะไม่เคยอยู่พื้นที่ย่านนี้เลยเสร็จแล้วมาถึงได้อยู่จังหวัดใหญ่ๆ

ผมก็เพิ่งทราบภายหลัง จากท่านวินัย (ทองสอง) ก็มาเล่าให้ฟังว่า ผู้การคนนี้สิ่งแรกที่เขามาปฏิบัติหน้าที่คำพูดแรกของเขา เขาลั่นวาจาว่า “ผมไม่ได้มาฟรีนะครับ” คือหมายถึงว่า เฮ้ย กูเสียตังค์มานะ ลูกน้องผมก็อยู่ในพื้นที่จังหวัดก็มาเล่าให้ฟังว่าเขามีพฤติกรรมอย่างไร ก็สืบสวนสืบสาวราวเรื่องว่าทำไมผู้การคนนี้ย้ายมาได้ข้ามห้วยข้ามได้ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลย ก็มารู้ทีหลังว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับ “นายตำรวจที่มีอำนาจสูงสุดในสมัยนั้น”

ซึ่งว่ากันว่าแม้กระทั่ง ผบ.ตร.ตอนนั้นท่านก็รับเองว่าถึงเวลาแต่งตั้ง นายตำรวจคนนั้นก็บอกเองว่า “บัญชีเสร็จหรือยัง” เอามาดูเพื่อที่จะเอาไปดำเนินการต่อ อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏ แม้แต่นายตำรวจบางคนก็เคยบอกว่า “เขารู้สึกเสียใจที่มีส่วนสนับสนุนคนนี้มา”

: ถ้ามองสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นกราฟสักแท่งหนึ่ง ตอนนี้พ้นจุดต่ำสุดไปแล้วหรือยัง

ยังไม่หงายครับ เพราะว่าตราบใดที่ยังไม่มีการพิสูจน์ในความชัดเจน ประชาชนยังไม่ไว้วางใจ

พวกเรารู้อยู่แล้วว่าภารกิจตำรวจเป็นภารกิจที่หนัก ทุกคนที่เข้ามาตั้งแต่วันแรกรู้ตัวนะครับ พยายามเสียสละปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด

ผมคิดว่าถ้าตำรวจส่วนใหญ่เลวทรามต่ำช้าเป็น “องค์กรอาชญากรรมจริง” อย่างที่ถูกกล่าวหา

ทุกวันนี้พี่น้องประชาชนก็คงจะต้องออกมาเป็นตำรวจเฝ้าระวังภัยกันเองแล้ว ทุกวันนี้พี่น้องประชาชนก็ยังกลับเข้าบ้านพักผ่อนนอนหลับไปประกอบสัมมาชีพได้ตามปกติ

ผมยอมรับว่ามีตำรวจเลว ที่ทำให้ปลาเน่าไปทั้งเข่ง แต่ขอยืนยันว่าเราลงโทษไล่ออกปีละหลายร้อยหลายพันคน และคงจะต้องเป็นอย่างนี้

เราไม่ปฏิเสธว่ายังมีตำรวจบางส่วนที่ประพฤตินอกลู่นอกทางก็ด้วยข้อจำกัดอย่างที่บอกนะเรื่องระบบอุปถัมภ์เรื่องโครงสร้างบ้างเรื่องสิ่งเย้ายวนบ้าง ตำรวจที่ยังเสี่ยงภัยกับการทำงานโดยที่ไม่ได้ไปคิดแสวงหาผลประโยชน์ ก็ขอยืนยันว่ามี

ขอให้พี่น้องตำรวจที่ส่วนใหญ่ยืนหยัดรักษาอุดมคติ อดทนต่อความเจ็บใจไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบากเพื่อดูแลทุกข์สุขตามหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจต่อไป

ชมคลิป

https://www.youtube.com/@MatichonWeekly


เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘รบ.อนุทิน’ พลิกเกมปรับกลยุทธ์สื่อสาร ผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.’ ตั้ง ‘หมอเอก’ โฆษกรัฐคนใหม่
เพื่อน
วิญญาณโง่เขลาและเดียวดายจำนวนหนึ่ง | เรื่องสั้น : พิณพิพัฒน ศรีทวี
คอนเทนต์ความตาย | กวีกระวาด : พจน์ พันธา
นัยผ้าผะเหวด : และการฟังเทศน์มหาชาติของผู้ข้า | กวีกระวาด
อยากจะย้ำชัดๆ ครั้งสุดท้าย กกต.ไปต่อ หรือลาก่อน
ปรากฏการณ์ ‘สนธิ-บวรศักดิ์-นครินทร์’ ขั้วอนุรักษนิยม ‘แตกตัว’ ‘สีน้ำเงิน’ เริ่มจาง
E-DUANG | สภาพ รั้งให้หยุด ฉุดไม่อยู่ “โกงสว.” กับการเมืองไทย
‘โมงยามพิเศษ’ ในคอนเสิร์ต ‘อัสนี-วสันต์’ | ปราปต์ บุนปาน
ปลัดมหาดไทย แจงความจริง ชี้ข่าวปล่อยจากภาพ บิดเบือนข้อเท็จจริง มุ่งทำลายภาพลักษณ์ กรณีไหว้นอบน้อม
E-DUANG | คำถามใหม่ ในทาง การเมือง คำถาม อาทิตย์ 13 กันยายน
บิ๊กจ๋อ-มัลลิกา นำทีมรับโล่ “ฐานันดร 4” ยกย่องคนสื่อ–คนทำดีเพื่อสังคม ครบรอบ 10 ปี สมาคมสมาพันธ์นักข่าว ประเทศไทย