| เจียม จ้อยจับใจ
ในภาพจำมีช้างม้า พระมาลัย
ชูชกไปขอชาลีและกัณหา
นางมัทรีสตรีซื่อถือสัตยา
และวิธีได้พบหน้าพระศรีอาริยะ
เพียงมานั่งฟังเทศน์พระเวสสันดร
สิบสามตอนจบกัณฑ์ปรมัตถะ
พระมาลัยมาโปรดสัตว์วิสัชชนะ
คือฟังเทศน์มหาชาติ มหาชัย
แล้วแห่ผ้าระโยงระยางมากี่กัลป์
มากี่ชาติกี่สวรรค์ถึงชั้นไหน
ราวกับเฟสติวัล อมรรตรัย
บุญผะเหวดโยงใย ในจิตวิญญาณ
หรือเฉพาะเป็นมนุษย์ในพุทธันดร
พบปกรณ์ ฟังพระเวสสันดรสาส์น
ได้ทบทวนโทษทัณฑ์ในสันดาน
มืดมนอนธการ และมหาทานบารมี
ผูกโยงดั่งผญา นัยผ้าผะเหวด
ผูกด้วยเลศนัย วิสัย วิถี
ผูกด้วยกามตัณหา กาลี
ผูกด้วยโลกีย์ โลกุตรธรรม
ด้วยภาพกาก ทั้งดีงาม ทรามขั่ว
เกลือกกลั้ว แก่นหรือเปลือก เกลือกกล้ำ
บำเพ็ญตบะ มหาชะตากรรม
ผูกอำ เชิงสังวาส หยาดเนา
นัยฮูปแต้มผืนผ้า มหาชาติ
ประวัติศาสตร์พระโพธิสัตว์ สวัสดิ์เสลา
ในแก่นแท้ปรมัตถ์จะขัดเกลา
ในความเศร้า ความเสียสละ ปลงละวาง
เคยแห่โยงมากี่รุ่นต่อกี่รุ่น
มาเอาบุญผะเหวด เฮ็ดบุญสร้าง
ร้องไห้มากี่กัณฑ์ พลันร้องคราง
สงสารนางมัทรี มากี่ครา
สาปแช่งเกลียดชูชกมากี่ชาติ
หรืออยากงามวิลาสสมปรารถนา
ดั่งพรนางผุสดี ขอพระอินทร์ราชา
หรือเหมือนนางอมิตตาเมียชูชก
สะท้อนโลกธรรม บำเพ็ญทาน
ตัดสะพานกิเลส พระเวสสันดรชาดก
สะเทือนทานของผู้ข้า ขอสาธก
แล้วก็จกข้าวสารหว่านรอบทิศ
สาธุ
** ภาพกาก ในผ้าผะเหวด คือภาพวาดตัวประกอบหรือสามัญชนตัวเล็กๆ ที่ไม่มีชื่อและไม่ได้อยู่ในเนื้อเรื่องหลักของเวสสันดรชาดก แต่ถูกช่างพื้นบ้านแทรกไว้ตามมุม ช่องว่าง หรือส่วนล่างของผืน แฝงเรื่องเพศและตลกขบขัน บางผืนมีภาพเชิงสังวาส (อีโรติก) เพื่อสะท้อนโลกียวิสัยของปุถุชน
