เอกภาพ | พิชัย แก้ววิชิต
หลังฝนตก นกมักชอบร้องเพลง ทางเดินจัดสร้างและถนนหนทางเปียกชุ่มพอกันในหลายพื้นที่ อากาศไม่บริสุทธิ์ถูกชำระล้างโดยธรรมชาติ ลมเย็นโชยอ่อนรู้สึกได้ถึงความสดชื่น ลมหายใจที่ยังไม่สิ้นคงได้กลิ่นหอมจางของไอดินกลิ่นหญ้าโดยไม่รู้ที่มา
และก่อนที่ฝนจะตกเป็นวาระซ้ำซากของวัน น้ำฝนหลงฤดูกลายเป็นแรงผลักดัน ให้ก้าวเดินต่อแต่โดยเร็วไม่อาวรณ์จุดเดิมนานเกินไป ออกมองหาสิ่งที่พอจะสังเกตเห็นได้ ให้มันคุ้มค่ากับการเกิดมาเพื่อ “ลืมตามาชำเลืองดูโลก” ของตัวเองและใครต่อใคร
ใครกันหนอผ่านมาก่อนหน้านี้ สังเกตได้จากก้นบุหรี่ที่ถูกทิ้ง ใครคนนั้นอาจคงเหนื่อยหน่ายอ่อนล้ากับชีวิต เขาหรือเธออาจกำลังอาวรณ์กับการจากไปของใครสักคน หรืออาจเป็นเพียงกลไกของความอยาก บุคคลนิรนามสูบบุหรี่หมดมวน ไม่อาวรณ์กับก้นบุหรี่ “ก้นบุหรี่สารพิษถูกทิ้งไม่เลือกที่” ด้วยเปลือยเปล่าในความรู้สึก ไม่อาวรณ์ต่อสถานที่และสิ่งมีชีวิตอื่นใด ด้วยคงเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย ก่อนที่บุคคลนิรนามจะจากไปโดยทิ้งร่องรอย
และเรื่องราวไว้ให้อาวรณ์ กับผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่จะตามมา

หลายครั้งหรือเปล่า ที่ยังอาวรณ์อยู่กับเรื่องบางเรื่อง จนทำให้ความขำขันของชีวิตหายตัวไป บางทีบางหนอาจยกเลิกข้อตกลงที่เป็นการผูกมัดแน่นหนา เพื่อความสบายตัวท่ามกลางปัญหาที่ยังคาใจ ด้วยรูปแบบชีวิตมีผลต่อใจ ข้อตกลงไม่เป็นธรรมยกเลิกไปบ้างก็ได้ ถ้าอยากให้สมเหตุสมผล เพื่อความผ่อนคลายหายใจได้อีกยาวไป อย่าได้อาวรณ์ผิดคิดจนตัวตาย ในหน้าประวัติศาสตร์ของตัวเองและผู้อื่น
มีอะไรในความอาวรณ์ และไม่อาวรณ์ ความสำคัญอาจขึ้นอยู่กับสาระการให้คุณค่าชีวิตกันในแบบไหน ใครจะเลือกและไม่เลือกอะไร ที่จะทำให้อาวรณ์และไม่อาวรณ์กับสิ่งหนึ่งหรือสิ่งใด มันอาจเชื่อมติดอยู่โลกรอบตัวมาพร้อมกับเรื่องราวรอบด้าน การสังเกตเห็นบาปบุญคุณโทษ ผลประโยชน์ ผลกระทบต่อตนเองและคนอื่น หลายคนอาวรณ์อยู่เสมอด้วยท่าทีที่เข้าใจ และแม้อาจปนเปื้อนเล็กน้อยถึงปานกลางกับเห็นความพอใจส่วนตัวเป็นสำคัญ จนหลายคนบ่นอุบ “หัวจะปวด”
ยังคงอาวรณ์เสมอกับความพอใจประจำวัน แม้ไม่ถึงขึ้นชื่อเอ่ยได้ว่าเป็นความสุข เรื่องเล็กน้อยในวันธรรมดา กับความรู้สึกลึกลับซับซ้อน และแสนจะเปราะบางที่ควบคุมได้บ้างไม่ได้บ้าง ลดอาวรณ์ความหวังด้วยความเรียบง่าย “ยอมรับได้แม้จะพลาดไป อย่าได้อาวรณ์” ผมมักบอกตัวเองไว้อย่างนี้ แม้ยากจะเชื่อ เรื่องแบบนี้คงต้องฟังหูไว้หู ถึงจะอ่านด้วยความเงียบงัน
ไม่ห่างกันนักกับก้นบุหรี่มวนน้อย เบาะผุๆ สภาพพังยับแลดูอนาถา “ใครกันหนอเอามาวางทิ้งไว้?” แต่ก็แน่ใจจากสายตา ครั้งหนึ่งเศษซากชิ้นนี้ เคยเป็นเฟอร์นิเจอร์อยู่ในบ้านของใครสักคน มันเคยมีราคา มันเคยมีเจ้าของ แต่ไม่ใช่วันนี้ วันที่ไร้ความอาวรณ์จากใครหน้าไหน ไม่มีอะไรนอกจากความน่าสงสัยลอยๆ ที่ไม่ต้องการคำตอบเพื่อความกระจ่างจากสิ่งนี้ สิ่งที่ถูกทิ้ง หากจะอาวรณ์อยู่บ้างพอให้เป็นกังวล ก็คงจะมีแต่ “ถังขยะแถวนี้มันอยู่ตรงไหน!?”
ขอบคุณมากมายครับ
