bg-single

ทางวิบากเพื่อไทย | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

23.11.2025

สถานีคิดเลขที่12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

ทางวิบากเพื่อไทย

น่าติดตาม พรรคเพื่อไทย หรือว่าจริงๆ ครอบครัว”ชินวัตร” จะเลือกเดินบนเส้น”ทางการเมือง”อย่างไร หลังจากนี้

ทางแรก เมื่อถูกกระทำอย่างหนักหน่วงไม่หยุดยั้ง

ก็จำเป็นต้องเลือก เปิดหน้าสู้อย่างเต็มที่

โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นจะต้องทุ่มเททุกสรรพสิ่งเข้าต่อกร

ทั้งคนในครอบครัวและเครือญาติ อาจต้องลงไปเป็นตัวเลือกเอง โดยเฉพาะแคนดิเดตนายกฯ

ชื่อบุตรเขย หรือหลาน ของนายทักษิณ ชินวัตร ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ ก็อาจจำเป็น

ขณะที่ทุน กระแส นโยบาย มวลชน ก็ต้องระดมเข้าไปสู้อย่างไม่ออมมือ

เพื่อเป้าหมายที่จะต้องเป็นที่หนึ่ง เพื่อยึดกุมอำนาจ”รัฐ”เอาไว้ในมือให้ได้

เพราะมีแต่อำนาจรัฐเท่านั้น ที่จะสามารถพลิกสถานการณ์จากเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำ ให้กลับมาเป็น”ผู้กระทำ”อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ถามว่า ทางเลือกแรกนี้ มีความเป็นไปได้ มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะ การครองความเป็นที่หนึ่ง

ซึ่งก็ต้องตอบอย่างไม่เกรงใจ ว่า ยาก ถึงยากมาก

เพราะองค์ประกอบ เงื่อนไข และสิ่งแวดล้อมทางการเมือง ในปัจจุบัน

พรรคเพื่อไทยและครอบครัวชินวัตร ไม่มีศักยภาพโดดเด่นเหมือนเดิมอีกแล้ว

ทรัพยากรที่ทุ่มเทลงไป มีแนวโน้มสูง ที่จะไม่บรรลุผล

หรืออาจเลวร้ายขั้น “สูญเปล่า”ได้

ทางแรก อันหมายถึงเปิดหน้าสู้ แบบตายเป็นตาย

จึงไม่น่าตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบันนัก

เว้นแต่ว่า วิญญาณนักสู้ รวมถึงความคับแค้นใจ ที่ถูกกระทำครั้งแล้วครั้งเล่า จะผลักดันทำให้นายทักษิณ ต้องสู้ ต้องแลกหมัด แม้จะต้องมีต้นทุนสูงเพียงใด ซึ่งนั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ทางที่สอง พรรคเพื่อไทย และครอบครัวชินวัตร เลือกที่จะอดทน”กลืนเลือด”

ยอมเจ็บปวด เป็นผู้ถูกกระทำ ในตอนนี้

“ซุ่มซ่อน”เพื่อรอเวลาอันเหมาะสม

ส่วนปัจจุบันหรือในอนาคตอันใกล้ ต้องยอมรับสภาพ”ความเป็นจริง”

ความเป็นจริงที่ว่า พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่พรรคการเมืองที่มีศักยภาพจะเป็นที่หนึ่งอีกแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น อาจจะไม่ใช่พรรคที่สองด้วยซ้ำ

มีโอกาสจะรูดไหลลงเป็นพรรคอันดับสามเสียด้วยซ้ำ

มองในแง่ศักดิ์ศรี อาจจะ”หมอง”หรือดูหมด”ราศี”ลงไปมาก

แต่หากไม่ยึดติด หรือมองในแง่ร้ายนัก

การเป็นพรรคอันดับที่สาม อาจเป็น”ภาวะ”ที่สร้างผลดีให้พรรคเพื่อไทยก็ได้

ทั้งนี้ ตามการประเมินของคนการเมือง พรรคที่จะต้องชิงอันดับที่หนึ่งและสองในตอนนี้ คือพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน

ซึ่งไม่ว่าพรรคไหนจะได้ที่หนึ่ง และมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล

แต่คงไม่มีพรรคใดได้เสียงแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หรือตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้

ต้องเป็น”รัฐบาลผสมแน่”

และรัฐบาลผสมนั้น พรรคที่หนึ่งและที่สองซึ่งขับเคี่ยวกันมาอย่างหนักไม่น่าจะจับมือกัน

หากแต่น่าจะเลือกพรรคที่สาม รวมถึงพรรคขนาดเล็กอีกจำนวนหนึ่ง

ซึ่ง ถ้าเป็นเช่นนั้น โอกาสก็จะตกมาที่พรรคเพื่อไทย แม้จะไม่ได้เป็นแกนหลัก หรือยึดกุมการนำ

แต่การได้แชร์อำนาจในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

ก็อาจทำให้พรรคเพื่อไทยได้มีโอกาสฟื้นและสะสมกำลัง เพื่อจะหวลกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ได้อีก

เพียงแต่ พรรคเพื่อไทยและครอบครัวชินวัตร จะอดทนพร้อมกลืนเลือด ยอมเล่นบทพรรค”ตัวประกอบ”หรือไม่

ซึ่งแน่นอน ต้องอาจต้องระแวดระวัง คือเมื่อยืนหนึ่งไม่ได้ ก็มีสิทธิที่จะถูกตามบดขยี้จนหลุดจะเวทีอำนาจอย่างถาวรได้

จะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร นี่คือโจทย์ที่ต้องแก้

และต้องทำใจเยอะๆ คือไม่ว่าเลือกทางไหน พรรคเพื่อไทยและครอบครัวชินวัตร ไม่มีสิทธิอุทธรณ์-ฏีกา

ต้องเผชิญ”วิบาก”หนักถึงหนักมากๆตลอดทาง

———————–



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กู้ดบาย แซม นีล
วิดีโอสั้นครองโลก ถอดสูตรปั้นคอนเทนต์ TikTok ให้ติดกระแสในปี 2026
เมื่อ One China บนแผ่นดินไทย ไม่ Smooth : เปิดเบื้องหลังการคุกคาม เทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวันแห่งประเทศไทยครั้งที่ 8
ส่องลึกอิหร่าน: 12) แผนแบ่งแยกรัฐอิหร่านของอิสราเอล-อเมริกา
E-DUANG | ยุทธวิธี ในแบบ แยกกันเดิน บนเป้า ยุทธศาสตร์ รวมกันตี
เส้นทางชีวิต – ความรัก ‘พิ้งกี้’ กับ สถานะโสด เลิกไม่มีเหตุผล ใจพังแต่มูฟออนได้
เปิดโผรางวัล “สุพรรณหงส์ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568” “ผีใช้ได้ค่ะ” ท็อปฟอร์มเข้าชิงสูงสุด 15 รางวัล
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (185)
ครุฑยุดนาค ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์ฯ กับความคิดสันติภาพ (23)
เชลยศึกสงครามลาว (40)
พฤษภาเลือด เสียงปืน จาก บ่อนไก่ สวนลุม เสียงปืน ที่ราชปรารภ ดินแดง