ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์

มีคนเคยบอกว่าแม้เราจะเลือกเกิดไม่ได้

แต่เราเลือกที่จะ “เป็น” ได้

เลือกพ่อแม่พี่น้องไม่ได้

แต่เลือก “เพื่อน” ได้

และที่สำคัญเราเลือกที่จะฝาก “ความทรงจำ” ในโลกใบนี้ได้

“หมากสุดท้าย” ในกระดานชีวิตจึงสำคัญมาก

นักธุรกิจใหญ่หลายคนที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงศ์ตระกูล

แต่พออายุมากขึ้นไม่ได้วางแผนการแบ่งสมบัติให้ดี

พี่น้องที่เคยรักกันก็ทะเลาะกันเพราะเรื่องสมบัติ

บางคนพ่อแม่ยังไม่ตายก็ทะเลาะกันแล้ว

แต่บางครอบครัวเมื่อพ่อแม่เสียชีวิตก็เปิดศึกสายเลือดจนเหมือนไม่ใช่พี่น้องกัน

เวลาคนพูดถึงตระกูลนี้แทนที่จะสรรเสริญถึง “ความสำเร็จ” ที่รุ่นพ่อทำมา

กลับกลายเป็นพูดถึงความขัดแย้งของพี่น้องในตระกูล

หรือผู้ใหญ่บางคนที่สร้างเรื่องราวดีๆ มาตลอด

แต่เพราะไม่ระมัดระวังในการวาง “หมากสุดท้าย” บนกระดานชีวิต

“ความทรงจำ” ในประวัติศาสตร์ก็เปลี่ยนแปลงไปทันที

ผมนึกถึง “เนลสัน แมนเดลา”

เขาเคยต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมในแอฟริกาใต้ด้วยความรุนแรง

เคยจับอาวุธสู้กับรัฐบาลผิวขาว

เขาต้องติดคุกยาวนานถึง 27 ปี

วันที่ “แมนเดลา” ออกจากคุก เขาเปลี่ยนความคิดใหม่

“ในวันที่ผมเดินออกจากประตูคุกสู่เสรีภาพ

ผมรู้ทันทีว่าหากไม่ทิ้งความขมขื่นและความเกลียดชังไว้ข้างหลัง

ผมก็ยังติดคุกอยู่เหมือนเดิม”

เป็น “คุกในใจ” ที่อยู่กับตัวเขาตลอดเวลา

“แมนเดลา” เลือกที่จะเขียนประวัติศาสตร์หน้าสุดท้ายในชีวิตของเขาใหม่

เขาไม่ใช้ “ความรุนแรง” เป็นอาวุธในการต่อสู้

แต่ใช้การต่อสู้อย่างสันติแทน

“แมนเดลา” กลายเป็น “บุรุษแห่งสันติภาพ”

และได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ในปี 1993

หลายคนไม่รู้รางวัลโนเบลนั้นเกิดขึ้นจากวิธีคิดเดียวกับ “แมนเดลา”

คนที่เป็นผู้ก่อตั้งรางวัลโนเบล คือ “อัลเฟรด โนเบล”

เขาเกิดเมื่อปี 1833 เป็นลูกของ “อีมานูเอล โนเบล” นักประดิษฐ์และวิศวกร

“โนเบล” สนใจเรื่องวรรณกรรม ภาษาต่างประเทศ และวิชาเคมี

สัญชาตญาณความเป็น “นักประดิษฐ์” ที่ได้จากพ่อ และความชื่นชอบในวิชาเคมีทำให้เขาสนใจเรื่องวัตถุระเบิดมาก

ตอนนั้นคนงานในเหมืองและการก่อสร้างที่ต้องระเบิดภูเขาหรือเจาะอุโมงค์ มีปัญหามากเรื่อง “ไนโตรกลีเซอรีน”

“ไนโตรกลีเซอรีน” เป็นของเหลว มีความเสถียรต่ำ ได้รับแรงกระทบกระเทือนนิดเดียวก็ระเบิดได้

มีคนงานเสียชีวิตจากการใช้ “ไนโตรกลีเซอรีน” เป็นจำนวนมาก

“โนเบล” อยากคิดหาวิธีแก้ปัญหาความสูญเสียดังกล่าว

ปี 1867 เขาค้นพบว่าการผสมไนโตรกลีเซอรีนเข้ากับ ดินเบา (diatomaceous earth) ทำให้สารมีสภาพมั่นคงขึ้น พกพาได้ง่าย และควบคุมการระเบิดได้

เขาเรียกสิ่งประดิษฐ์นี้ว่า “ไดนาไมต์”

“โนเบล” ร่ำรวยมหาศาลจากการขาย “ไดนาไมต์”

เขาตั้งโรงงาน 90 แห่งใน 20 ประเทศ

แต่ “โนเบล” ก็เหมือนกับ “ไอน์สไตน์” ที่ค้นคิดสูตร E=mc2 ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “ระเบิดนิวเคลียร์”

ทั้งที่ตอนเริ่มต้น เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องการนำไปใช้ในการสังหารผู้คนเลย

แต่ประวัติศาสตร์กลับจดจำเขาในฐานะผู้ค้นคิดระเบิดปรมาณู เช่นเดียวกับ “โนเบล”

ทั้งที่ตั้งใจคิด “ไดนาไมต์” เพื่อแก้ปัญหาการเสียชีวิตของคนงานในการใช้ “ไนโตรกลีเซอรีน”

แต่มีคนเอา “ไดนาไมต์” ไปพัฒนาเป็นระเบิดจำนวนมาก

เขาจึงกลายเป็น “พ่อค้าความตาย” โดยไม่ตั้งใจ

ถ้า “อัลเฟรด โนเบล” ดำเนินชีวิตแบบเดิมไปเรื่อยๆ ประวัติศาสตร์ก็คงจะจดจำเขาแบบนี้

REUTERS/Victoria Klesty

ปี 1888 “ลุดวิก โนเบล” น้องชายของเขาเสียชีวิต หนังสือพิมพ์ฝรั่งเศส เห็นนามสกุลแล้วคิดว่าเป็น “อัลเฟรด โนเบล”

เขาพาดหัวข่าวว่า “พ่อค้าแห่งความตายตายแล้ว”

เนื้อหาข่าวพูดถึงการสร้างความร่ำรวยของเขาด้วยการขายไดนาไมต์ที่สังหารคนจำนวนมากมาย

คำพาดหัวสั้นๆ ประโยคเดียวเปลี่ยนชีวิตของ “โนเบล” ไปอย่างสิ้นเชิง

เขาโชคดีที่ได้ตายก่อนตายจริง

ได้รู้ว่าผู้คนคิดถึงเขาอย่างไร

ไม่ใช่นักประดิษฐ์ที่ประสบความสำเร็จ

ไม่ใช่นักธุรกิจที่เก่งกาจ

แต่เป็น “พ่อค้าความตาย”

“โนเบล” ตั้งใจที่จะเขียนประวัติศาสตร์ในช่วงท้ายของชีวิตด้วยมือของตัวเอง

ครับ วันที่โลกบอกว่าเราเป็นใคร

อาจเป็นวันที่เราค้นพบว่าเราอยากเป็นใครจริงๆ

นั่นคือ จุดเริ่มต้นของ “รางวัลโนเบล”

“อัลเฟรด โนเบล” บริจาคทรัพย์สิน 94% ของชีวิตเพื่อสร้างกองทุนรางวัลโนเบล

เขาตั้งใจให้รางวัลมอบแก่ผู้ที่ “สร้างประโยชน์สูงสุดแก่มวลมนุษยชาติ” ใน 5 สาขา :

1. ฟิสิกส์

2. เคมี

3. สรีรวิทยา/การแพทย์

4. วรรณกรรม

5. สันติภาพ

“รางวัลนี้จะมอบให้แก่ผู้ที่ในปีที่ผ่านมาได้ทำประโยชน์สูงสุดแก่มนุษยชาติ” คือคำประกาศของ “อัลเฟรด โนเบล”

รางวัลด้านฟิสิกส์ เคมี การแพทย์ ไม่ใช่เรื่องแปลกนักสำหรับนักประดิษฐ์อย่าง “โนเบล”

แต่ทำไมจึงมีรางวัลสาขาวรรณกรรม และสันติภาพ

ในด้านวรรณกรรม เพราะ “โนเบล” เป็นนักอ่าน ชอบงานวรรณกรรม

ส่วน “สันติภาพ” นั้นเกิดขึ้นจากเหตุผลเดียวคือ เขาต้องการสร้าง “ความทรงจำ” เกี่ยวกับตัวเขาใหม่

ไม่ใช่ “พ่อค้าความตาย”

แต่เป็น “สันติภาพ”

“โนเบล” เคยบอกว่า “ถ้าสันติภาพเกิดจากอำนาจไม่ได้ ก็จงทำให้มันเกิดขึ้นจากรางวัล”

อย่าแปลกใจที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” จะพยายามเป็นตัวกลางยุติสงคราม

เพราะเขาอยากเขียนประวัติศาสตร์ชีวิตในช่วงสุดท้าย ด้วยรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ

รางวัล “โนเบล” กลายเป็นรางวัลระดับโลกที่ใครๆ ใฝ่หา

ทำให้คนจดจำ “อัลเฟรด โนเบล” ในมุมใหม่

เขากลายเป็นบุรุษที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนอยากสร้างผลงานเพื่อมนุษยชาติ

“โนเบล” สอนให้เรารู้ว่า “โชคชะตา” อาจเขียนบทแรกของชีวิตให้กับเรา

แต่เราต้องเขียนบทสุดท้ายด้วยตัวเอง

อยากเป็นอะไร

อยากให้คนจดจำเราแบบนั้น

จงเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 4) เรื่อง ปัญหา JBC | สุรชาติ บำรุงสุข
วันหนึ่ง ณ ตึกสันติไมตรี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถามถึง ‘ไอ้บ๊อบ’ การเมือง ‘ทองใบ ทองเปาด์’ ทนายแม็กไซไซ
ไทยประกันชีวิต เดินหน้าโครงการ ‘เสริมโอกาส สร้างอาชีพ’ ปี 4 ประเดิมที่แรก APCD หนุนกลุ่มเปราะบาง
เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)