วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com

กรณี “ตั้งฮั่วเส็ง” ว่าไป เป็นปกติในสังคมธุรกิจไทย หากมองในบางมิติ มีบางแง่มุมที่น่าสนใจอยู่บ้าง

จากเรื่องราวห้างย่านบางลำพู อายุกว่า 6 ทศวรรษ ประกาศปิดกิจการ (20 พฤศจิกายน 2568) ที่ว่า 6 ทศวรรษนั้น นับมาตั้งแต่จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด (2505) เริ่มจากร้านเล็กๆ จำหน่ายสินค้าเครื่องสำอาง อุปกรณ์เย็บปักถักร้อย และเสื้อผ้า

อันที่จริงตั้งแต่ปี 2519 ที่เปิดแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้น พัฒนาตามโมเดล “ห้างสรรพสินค้า” จนมาจดทะเบียนเป็น บริษัทสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง จำกัด ในปี 2524

ในยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟู ทศวรรษ 2530 ในปี 2534 ตั้งฮั่วเส็ง ตัดสินใจเปิดห้างใหม่แห่งที่ 2 ขึ้นในฝั่งธนบุรี ถือเป็นห้างขนาดกลางๆ ตามแบบฉบับที่เป็นมา

ดูไปแล้ว กิจการขนาดกลางๆ อย่างที่ว่ามา มีความสามารถอย่างจำกัด ก้าวข้ามวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2540 ไปได้ไม่ดีเท่าที่ควร ผลสะเทือนสะสมมาอีกระยะหนึ่ง กรณีตั้งฮั่วเส็ง ในที่สุดต้องตัดสินใจปิดกิจการฝั่งธนบุรีไปด้วย (2567)

มีอีกกรณีข้างเคียง เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน บางลำพูสรรพสินค้า ทั้งกรณีห้างดั้งเดิมในย่านบางลำพู มีปัญหาฟ้องร้องให้รื้อถอนอาคารมายาวนาน ตั้งแต่ราวปี 2532 เป็นอันว่าช่วงเวลาดังกล่าวไม่สามารถดำเนินกิจการไปกอย่างไม่ราบรื่น

ขณะที่ อีกแห่ง-ห้างบางลำพู สาขางามวงศ์วาน มีปัญหากิจการเช่นกัน จนต้องขายให้กับกลุ่มทีซีซีไปในช่วงหลังวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ (ราวปี 2548)

ภาพจาก www.tanghuaseng.com

ว่าด้วยต้นแบบ “ห้างสรรพสินค้า” ทรงอิทธิพลที่สุดในธุรกิจค้าปลีกสังคมไทย เกิดขึ้นมาเมื่อราวครึ่งศตวรรษที่แล้ว เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นภาพที่ตื่นเต้น-ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ในปี 2517

ในเชิงภูมิศาสตร์ ห้างเซ็นทรัลชิดลม เป็นภาพต่อเนื่องในการขยายเครือข่าย จาก ห้างเซ็นทรัลสีลม หากพิจารณาโมเดลธุรกิจ ถือเป็นการยกระดับธุรกิจ “ห้างสรรพสินค้า” ไปอีกขั้น

หนึ่ง-เป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเวลานั้น มีพื้นที่ขายและบริการมากกว่าห่างเซ็นทรัลสีลม ถึง 3 เท่า โดยให้ความสำคัญพื้นที่จอดรถมากเป็นพิเศษ เกือบๆ เท่าพื้นที่ขาย เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มสำคัญ

สอง-อ้างอิงบทเรียน ห้างเซ็นทรัลสีลม ไม่เพียงเป็นบทเรียนของกลุ่มเซ็นทรัลหากเป็นของธุรกิจค้าปลีกทั่วไปด้วย ว่าด้วยการการเลือกทำเล

ขณะที่ “สีลม” ต้องรอเวลาระยะหนึ่งให้ฐานผู้บริโภคขยายตัว แต่ที่ชิดลม เป็นทำเลที่มีความพร้อม มีฐานผู้บริโภคให้การต้อนรับห้างสรรพสินค้าทีทันสมัยในทันที

สัมพันธ์การพัฒนาย่านธุรกิจใหม่ของกรุงเทพฯ เริ่มจากการเกิดขึ้น โรงแรมเอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ราวปี 2500 เชื่อมเข้าสู่ย่านถนนพระราม 1-ด้วยการเปิดตัว โรงแรมสยามคอนติเนนตัล (เชนโรงแรมระดับโลก-InterContinental Hotel) ในเครือข่ายสายการบิน Pan Am แห่งสหรัฐ กับการพัฒนาศูนย์การค้า (ปี 2505) ทั้งนี้ควรเพิ่มเติมด้วยว่า การพัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าว มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับอาณาบริเวณที่พักอาศัยของชุมชนผู้มีฐานะในย่านสุขุมวิท

ย่านที่พักอาศัยย่านสุขุมวิท เติบโตขึ้นในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อกองทัพญี่ปุ่นเข้ายึดกรุงเทพฯ ชุมชนที่พักอาศัยของผู้มีฐานะเดิมอยู่ที่อาณาบริเวณสีลมได้รับผลกระทบ ขบวนการย้ายถิ่นมาอยู่ที่ย่านใหม่-สุขุมวิท จึงเกิดขึ้นและขยายตัวขึ้นเป็นลำดับ

เซ็นทรัลชิดลม : ภาพจากหนังสือ จิราธิวัฒน์สัมฤทธิ์

เซ็นทรัลชิดลม ไม่เพียงเลือกทำเลใกล้เคียงกับย่านธุรกิจใหม่ที่กล่าวมาแล้ว ยังถือเป็นทำเล “หน้าด่าน” ที่เชื่อมโยงและใกล้กับย่านสุขุมวิทมากกว่าย่านการค้าใหม่ของกรุงเทพฯ ในเวลานั้น

จากสยามสแควร์ ถือเป็นศูนย์การค้าแนวราบ เปิดโล่งขนาดใหญ่ใจกลางเมืองแห่งแรก จากนั้นในปี 2516 ศูนย์การค้าเกิดขึ้นอย่างจริงจังครั้งแรก-สยามเซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามสยามสแควร์ ด้านถนนพระราม 1 ถือกันว่าศูนย์การค้าทันสมัยแห่งแรกของเมืองไทย เป็นอาคารขนาดใหญ่ สูง 4 ชั้นออกแบบโดย Robert G Boughey สถาปนิกชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงในเมืองไทย

อย่างไรก็ตาม สยามเซ็นเตอร์ประกอบด้วยผู้ค้ารายย่อยๆ ที่พยายามสร้างแบรนด์ท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสยามสแควร์ เป็นพัฒนาการที่น่าสนใจในช่วงต้นๆ ของย่านค้าปลีกใจกลางกรุงเทพฯ

ขณะที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม มีสินค้าจำนวนมากจากต่างประเทศ โดยเฉพาะแบรนด์ระดับโลก เป็นไปตามรสนิยมคนกรุงเทพฯ เป็นกระแสที่สูงขึ้นๆ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ที่หรูหรา ทันสมัย จึงสร้างแรงดึงดูด โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคระดับบนได้มากกว่าศูนย์การค้าในย่านใกล้เคียง

อีกด้านหนึ่ง เซ็นทรัลชิดลม เป็นตำนานความสำเร็จของ “ห้างสรรพสินค้า” ในการตอบสนองวิถีชีวิตสมัยใหม่ ของสังคมกรุงเทพฯ มีแรงกระตุ้นอย่างต่อเนื่องตลอดยุคสงครามเวียดนาม แม้ว่าอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความยุ่งยากทางการเมืองครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งก็ตาม

เซ็นทรัลลาดหญ้า : ภาพจากหนังสือ จิราธิวัฒน์สัมฤทธิ์

จากนั้น ธุรกิจ “ห้างสรรพสินค้า” (Department store) กลายเป็นกระแสหลักอันเชี่ยวกรากธุรกิจค้าปลีกไทย

สังคมกรุงเทพฯ ได้ต้อนรับห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นขบวน ในย่านย่อยๆ ต่างๆ ไม่ว่า ห้างพาต้า (2518) ในย่านปิ่นเกล้า ฝั่งธนบุรี ตั้งฮั่วเส็ง (2519) และ บางลำพู (2521) ในย่านบางลำพู เมอร์รี่คิงส์ (2520) ในย่านสะพานควายจนถึง โรบินสัน (2522) ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ปรากฏการณ์ข้างต้น สะท้อนโอกาสใหม่ทางธุรกิจ บางรายกระโดดข้ามจากธุรกิจอื่น เข้าสู่ธุรกิจใหม่อย่างไม่ลังเล โดยอ้างอิงความสำเร็จของห้างเซ็นทรัลชิดลม บางรายพัฒนามาจากธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิมจากตึกแถวในย่านการค้าเก่า ในเวลานั้นธุรกิจการค้าปลีกยังไม่ขยายเครือข่ายครอบคลุมและแข่งขันกันอย่างเช่นทุกวันนี้ โอกาสทางธุรกิจสำคัญ จึงมาจากการเข้ายึดทำเลย่านการค้าต่างๆ ของกรุงเทพฯ ซึ่งเริ่มขยายตัวมากขึ้น

กระแสข้างต้น เชื่อมโยงกับการพัฒนาเมืองที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง จากช่วงแรกๆ ต่อขยายโครงข่ายทางด่วนยกระดับซึ่งดำเนินมาก่อน (2524-2530) ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ มากขึ้น ตามแผน ระบบทางด่วนขั้นที่ 2 หรือที่เรียกว่า ทางพิเศษศรีรัช สามารถเปิดใช้บริการได้ในช่วงปี 2536-2539 การเดินทางโดยรถยนต์ของผู้คน จากชุมชนชานเมืองที่เติบโตขึ้นมาก เข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ จึงสะดวกขึ้น ตามมาอีกช่วง โดยเฉพาะระบบขนส่งมวลชนระบบรางครั้งแรกในกรุงเทพฯ ซึ่งต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

การพัฒนาโครงข่ายเส้นทางคมนาคม ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญ สร้างภูมิศาสตร์เศรษฐกิจกรุงเทพฯ ใหม่ ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและธุรกิจได้เคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว จากย่านสำนักงานธุรกิจถนนสีลม มายังศูนย์กลางจับจ่ายใช้สอยอาณาบริเวณหัวถนนพระราม 1 ตัดกับสี่แยกปทุมวัน และไปยังที่อื่นๆ ในเวลาต่อมา

ย่านใหญ่ๆ เป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ มีพลังดึงดูดมากกว่าเดิม ด้วยการลงทุนของเครือข่ายธุรกิจใหญ่ ในโมเดลใหม่ที่ใหญ่ๆ ขึ้นกว่าเดิม ด้วยโมเดลค้าปลีกที่แตกต่างหลากหลายไปกว่าเดิมอย่างมาก ขณะที่ย่านรองลงไปบางที่ยากแก่ขยายตัวและพัฒนาเป็นเมืองที่ใหญ่ขึ้น ทั้งไม่มีระบบขนส่งมวลชนเข้าถึงอย่างสะดวก เช่น กรณีย่านบางลำพู ยิ่งไปกว่านั้น ห้างสรรพสินค้าขนาดกลางแบบเก่าที่ว่า กับกลุ่มนักลงทุนที่มีอยู่ ย่อมมีความสามารถจำกัด ย่านนั้นจึงลดพลังลงไปอย่างที่เห็นเป็นอยู่

จะอย่างไร เมื่อมีการพัฒนา ระบบเชื่อมโยงใหม่ อย่างกรณีรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ใต้) เชื่อว่า จะสร้างแรงกระเพื่อมอีกครั้งให้ย่านบางลำพู มีการปรับโฉมและเปลี่ยนบทบาทใหม่ (regeneration) อย่างที่ควรเป็นไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก
คำถามเชิงซ้อน : คำถามลวงให้เราตอบ
จากเวทีปราศรัยสู่หน้าฟีด : อ่านยุทธศาสตร์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ผ่านโซเชียลมีเดีย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (14)
ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’
จากแหวนทองคำ 2 พันปี สู่ใจคนเมืองเพชร ทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ อยากมี ‘มิวเซียมท้องถิ่น’