bg-single

คุยเรื่อง ‘น้ำท่วมใต้’ กับ ‘บก.ลายจุด’ จาก ‘เศรษฐกิจที่ฟื้นยาก’ สู่ ‘ความเปราะบาง’ ที่สังคมละเลย

08.12.2025

เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี

คุยเรื่อง ‘น้ำท่วมใต้’ กับ ‘บก.ลายจุด’

จาก ‘เศรษฐกิจที่ฟื้นยาก’

สู่ ‘ความเปราะบาง’ ที่สังคมละเลย

หมายเหตุ “บก.ลายจุด” หรือ “สมบัติ บุญงามอนงค์” เล่าถึงแนวคิดในการจัดทำโครงการ “วอร์รูมภาคประชาชน” เพื่อช่วยระดมไอเดียแก้ปัญหาอุทกภัยที่ภาคใต้ ผ่านรายการ “The Politics” ทางช่องยูทูบมติชนทีวี เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568

ที่มาของ “วอร์รูมภาคประชาชน”

“ผมก็เหมือนประชาชนทั่วไปที่เราติดตามข่าวการทำงานของรัฐ เพียงแต่ผมมีประสบการณ์เรื่องการจัดการภัยพิบัติ ดังนั้นผมประเมินได้ว่าการรับมือหรือการวางกรอบการทำงานของรัฐในการมองปัญหา มันน่าจะไม่สามารถที่จะเข้าใจ (สถานการณ์น้ำท่วม) อย่างลึกซึ้งได้

“ผมคิดว่าพวกเราในภาคประชาชนมันเคยมี ‘นักจัดการภัยพิบัติ’ อยู่จำนวนหนึ่ง แล้วในสังคมก็ยังมีพลเมืองที่กระตือรือร้น มีนักบริหารจัดการ นักวิเคราะห์ นักปฏิบัติ ถ้าเราเปิดโอกาสให้กับคนที่มีคุณสมบัติและอาสาสมัครที่จะมาทำเรื่องนี้ น่าจะพอมีคนมาช่วยกันทำ

“ปรากฏวันแรกมีเกือบร้อยคน แล้ว 30 กว่าเปอร์เซ็นต์เป็นนักจัดการภัยพิบัติมาก่อน บางคนก็เป็นนักบริหาร มีความคุ้นเคยเรื่องการจัดการมาก แล้วก็เป็นคนเคยทำงานมูลนิธิเอ็นจีโอต่างๆ ดังนั้นเขามองภาพเรื่องพวกนี้ได้ง่าย และถ้ามีข้อมูลเพียงพอ แล้วเขาทำงานกันเป็นทีม อันนี้มีประโยชน์มาก

“ก็เลยคิดว่าเราเปิด ‘วอร์รูมภาคประชาชน’ คู่ขนานไปกับรัฐ แล้วอะไรที่สามารถผลิตแนวทางหรือข้อเสนอได้ เราลองผลิตออกมาในพื้นที่สาธารณะ เช่น ผ่านสื่อไทยพีบีเอส

“เราก็ใช้โมเดลนี้ พอเราได้คอนเทนต์ เราก็ทดลองแหย่ ส่งผ่านสื่อของไทยพีบีเอส ออกไปสู่สังคม แล้วลองดูฟีดแบ็กว่าสังคมขานรับไหม? หรือฝ่ายรัฐมองเรื่องพวกนี้อย่างไร?

“ภาคสื่อก็ว่ากันไป พอดีว่าอีกภาคหนึ่ง รัฐเขาสนใจ เขาก็เลยมาขอคุย เราก็เริ่มมีกระบวนการป้อนข้อมูลเชื่อมโยงเข้าไปที่รัฐเพื่ออธิบายว่า เขาทำต้องหนึ่ง สอง สาม สี่ ดังต่อไปนี้ เรื่องรถเป็นแบบนี้ เรื่องขยะเป็นแบบนี้ เรื่องล้างบ้านเป็นแบบนี้

“หรือหลังจากล้างบ้าน คุณบริจาคข้าวสารอาหารแห้งไป เขาเอาอะไรหุง? หม้อหุงข้าวมีไหม? ไม่มี คุณส่งบะหมี่สำเร็จรูปไป จะต้มอย่างไร? มันสถานการณ์เบอร์นั้น จริงๆ หนักกว่านั้นเยอะ นี่แค่เบสิก เขาเข้าไป ของที่เคยมีอยู่ทั้งบ้าน 90 เปอร์เซ็นต์มันเป็น ‘ขยะ’ ดังนั้นคุณต้องหาวิธีการ ‘เติม’ เข้าไป

“ทั้งหมดผมได้คุย (กับภาครัฐ) และผมได้อ่านในการแถลงข่าวประจำวันของคุณภราดร (ปริศนานันทกุล – รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี) ผมคิดว่าตอนนี้ รัฐบาลรับไอเดียของวอร์รูมภาคประชาชน มีหลายเรื่องที่เราสอดแทรกเข้าไปจนเป็นรูปธรรมเป็นคำสั่งออกมา”

ยังไม่ชัวร์

ต้องใช้เวลาฟื้นฟูพื้นที่

นานเท่าไร?

“ผมจะไม่ตอบว่าใช้เวลาเท่าไร (เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย) แต่ผมจะบอกว่า วันที่เราตอบได้ว่าเราจะใช้เวลาเท่าไร จะต้องผ่านไปหนึ่งเดือน เข้าใจประเด็นไหม?

“สาระสำคัญคืออะไรรู้ไหม? เราไม่รู้ว่าทรัพยากรที่จะเข้าไปในพื้นที่จริงๆ มันจะมีอยู่เท่าไร กำลังคนที่จะเข้าไปช่วยมีเท่าไร ดังนั้นเราประเมินตรงนี้ไม่ได้ จนกว่าจะผ่านไปหนึ่งเดือน แล้วเราค่อยถอยกลับมาว่า ณ เวลานั้น มีทรัพยากรที่เข้าไปในพื้นที่ มีกำลังพล มีเครื่องจักร มีงบประมาณ มีมาตรการต่างๆ เท่าไร

“หมายความว่าหนึ่งเดือนก็จะไม่จบในความเห็นผม แต่พอครบหนึ่งเดือนแล้ว เราจะรู้ทรงเลยว่า มันเหลือ (เวลา) อีกเท่าไร”

โจทย์ยาก

คือ “ฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่”

“คุณลองคิดดูว่า ‘หาดใหญ่’ เป็นเมืองเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของภาคใต้ แล้วมัน ‘ล่ม’ ทั้งหมด ตอนนี้ยังไม่มีใครเปิดขายอะไรได้ในหาดใหญ่ มันทำอะไรไม่ได้เลย มันล้มทั้งยืน เป็นการล้มแบบหัวฟาดพื้นเลย ไม่มีใครซื้ออะไรได้ในหาดใหญ่ คุณต้องออกไปข้างนอกอย่างเดียว

“คำถามคือพวกข้าวของที่นักธุรกิจหรือร้านค้าทั้งหลายเขาสะสม คุณลองคิดดู เสื้อผ้าอาจจะพอซักได้ แต่น้ำซักก็ไม่มี ของที่มันโดนน้ำไม่ได้ แล้วมันเสียหาย คุณคิดถึงต้นทุนว่ามันจมหมดไปเท่าไร? พวกที่ทำธุรกิจรถ อู่ซ่อมรถทั้งหลาย ทุกคนเจ๊งหมด แล้วมันจะมีกี่คนที่สามารถ (กลับมา) ยืนได้?

“เวลาคุณยืนได้ คุณยืนแบบแข็งแรงไหมหรืออ่อนแรง? แล้วคุณใช้เวลากี่ปี? ถ้าหาดใหญ่ไม่สามารถเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจได้แล้ว คำถามผมก็คือว่าแล้วมันจะฟื้นได้อย่างไร? เมื่อมีสภาพเป็นแบบนี้

“มันเคยเกิดขึ้นที่ ‘เขาหลัก’ ตอนสึนามิ คุณรู้ไหมว่าภูเก็ตฟื้นได้ แต่เขาหลัก 20 ปีผ่านไปแล้ว ยังไม่ได้เท่ากับตอนก่อนสึนามิมา นี่เรื่องที่หนึ่ง

“เอาปีนี้ใกล้ๆ ก็คือ ‘จังหวัดน่าน’ คุณให้นักข่าวไปศึกษาได้เลยว่า น้ำท่วมเขตเมืองน่านในปีนี้ ซึ่งเป็นน้ำท่วมสูงมากเป็นประวัติการณ์เหมือนกัน ทะลุขึ้นไปชั้นสอง สินค้าที่อยู่ในเมืองน่าน ถึงแม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ทรัพย์สินเหล่านั้นมันคือเงินสะสมตลอดชีวิตที่เขาทำงานมาทั้งหมด แล้วมันหายไปหมด

“มีธุรกิจกี่ธุรกิจที่ไม่สามารถกลับมายืนในตำแหน่งเดิมได้ นี่เป็นโจทย์หนึ่งที่ผมคิดว่า ‘ยากจริงๆ’ เรื่องเศรษฐกิจ

“พอเศรษฐกิจไม่ขึ้นมา การจ้างงานเป็นอย่างไร? ตอนนี้ร้านก็ปิดหมด คนตกงานกันระเนระนาด แล้วคุณจะอยู่กันอย่างไร? อีกกี่เดือนร้านคุณจะเปิดได้? เราจะทำอย่างไรกับเรื่องแบบนี้? คนจะมีชีวิตอยู่ต่ออย่างไรกว่าที่คุณจะกลับมาเหมือนเดิมได้?”

“กลุ่มเปราะบาง”

ที่สังคมมองข้ามไป

“ผมจะพูดถึง ‘กลุ่มที่เปราะบางที่สุด’ ในเรื่องนี้ คนที่เรามองไม่ออกและเราละเลยคือ ‘เด็ก’

“ทีมวอร์รูมภาคประชาชน ทีม (วิเคราะห์ปัญหา) เด็กของผม เขาวิเคราะห์ประเด็นหนึ่งน่าสนใจมาก

“ประเด็นคือว่าเด็กในฐานะผู้ประสบภัย เด็กที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ความเป็นความตาย คุณอยู่บนหลังคา อยู่ในบ้านที่มันลุ้นกันขนาดนั้น ไฟไม่มี มีความโกลาหล สิ่งเหล่านี้มันเป็น ‘ความทรงจำ’ แล้วมันจะอยู่ติดทั้งระดับความทรงจำและทำงานในระดับจิตใต้สำนึก

“การที่เขากลับไปในบ้าน (หลังน้ำท่วม) บ้านและชุมชนของเขาที่เคยมีความทรงจำอยู่ การตีความ ทำความเข้าใจว่าสิ่ง (เสียหาย) ที่เขาเห็นอยู่ สัมผัสอยู่ กลิ่นที่เขาสัมผัสอยู่ มันคืออะไร อันนี้ไม่ต้องพูดถึงการสูญเสียชีวิตคนในครอบครัว

“ของเล่นของเขา ที่มันแทบจะเป็นสิ่งที่ผูกพันเขาที่สุด มันเสียหายหมดสภาพ (นี่คือ) ‘ความเปราะบาง’ ของเด็ก ในฐานะที่เขาเป็นมนุษย์ที่จะต้องมีชีวิตเติบโตต่อไป

“ประเด็นคือปมนี้มันจะกลายเป็น ‘บาดแผล’ แล้วมันจะกลายเป็นพัฒนาการของสิ่งที่เรียกว่าอุปนิสัย เป็นพัฒนาการของคนคนนั้นในอนาคต ซึ่งเปราะบางมาก

“คนหลายคนที่มีปัญหาตอนเป็นผู้ใหญ่ คุณย้อนกลับไปได้ มันคือ ‘ปมวัยเด็ก’ ดังนั้นนักจิตวิทยาเด็กหรือนักกิจกรรมเด็กจะต้องพยายามหากระบวนการ ในการที่จะทำให้เด็กสามารถตีความเหตุการณ์นี้ว่าไม่ใช่เป็นเรื่อง ‘ความโชคร้าย’ แต่เขาจะต้องเป็น ‘ผู้รอด’

“วันนี้ วอร์รูมอภิปรายเรื่องนี้เยอะมาก เขาเสนอคำว่ามันต้องใช้กระบวนการ ‘นิทาน’ หรือกระบวนการอื่นๆ ที่จะทำให้บาดแผลหรือความทรงจำนั้นมันถูกตีความอีกด้านหนึ่ง ที่ไม่ใช่เรื่องความโชคร้าย

“เพราะถ้ามันติดตัวว่า เขาเติบโตมาในเหตุการณ์ที่โชคร้าย ตอนโตขึ้น เขาก็จะพบกับสิ่งนี้เป็นเส้นทาง และพัฒนาการของชีวิตเขาก็จะอยู่บนเรื่องแบบนี้ ซึ่งอันตรายมาก

“นี่เป็นบาดแผลที่สังคมมองไม่ออก คนส่วนใหญ่มองไม่ออก อาจจะมีแค่คนที่อยู่ในวงการนี้เท่านั้นที่สามารถมองเห็นรายละเอียดแบบนี้ได้

“(ผมและทีมงาน) กำลังออกแบบเต็มที่ เดี๋ยวกำลังจะมีแพ็กเกจแบบเป็นชุดใหญ่ๆ ตอนนี้ บุคลากรไม่พอ แต่เรามีเครือข่ายอยู่พอสมควร

“ยกตัวอย่างเช่น พวกคริสเตียน ในกลุ่มเรามีคนที่เป็นคริสเตียน แล้วเขาก็ทำงานในเครือข่ายคนคริสเตียน เขารับโจทย์นี้ไป และเขาจะทำกิจกรรม ‘ของขวัญให้เด็ก’ ในวันคริสต์มาส เขาจะมีรูปแบบให้เด็กมาอธิษฐาน แล้วขอพรว่าอยากได้อะไร เราจะส่งของขวัญ-ของเล่นให้กับเด็ก

“แล้วผมประกาศหาคนที่เป็นผู้ประสบภัย ที่เป็นคนขี่รถขายไอติม ผมจะหาคนกลุ่มนี้ขึ้นมา และเราจะอุดหนุนเขา เราจะซื้อไอติมจากเขา แล้วให้เขาไปแจกเด็ก เรากำลังหาวิธีการแบบนี้เข้าไป

“เรากำลังจัดส่งพวกหนังสือนิทานเด็ก จัดเสื้อผ้าสำหรับเด็ก เพราะคนส่วนใหญ่ก็ส่งแต่เสื้อผ้าผู้ใหญ่ ดังนั้นเสื้อผ้าสำหรับเด็กต้องเข้าไป”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน