DEATH BY LIGHTNING | ‘ประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม’
ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
หนังที่มีชื่อว่า “ฟ้าผ่าตาย” นี้ เป็นซีรีส์สี่ตอนทางเน็ตฟลิกซ์ เล่าเรื่องราวของหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกาที่ผู้คนส่วนใหญ่ลืมเลือนไปแล้ว
ชื่อหนังไม่ได้บ่งบอกความหมายตรงตามตัวอักษรหรอก แต่เป็นอุปมาจากถ้อยคำของเจมส์ เอ. การ์ฟีลด์ เองที่กล่าวไว้ก่อนเกิดเหตุการณ์ว่า “การลอบสังหารไม่มีทางป้องกันได้มากไปกว่าการถูกฟ้าผ่าตาย จึงไม่ต้องไปกังวลถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรอก”
พูดง่ายๆ คือ โอกาสในการโดนลอบสังหารมีเท่าๆ กับโอกาสในการโดนฟ้าผ่าตาย วิตกไปก็เท่านั้นแหละ ทำใจให้สบายจะดีกว่า
ใน ค.ศ.1969 พิพิธภัณฑ์การแพทย์ของกองทัพ มีการเคลื่อนย้ายข้าวของครั้งใหญ่ เป็นวัตถุสำหรับตั้งแสดงของพิพิธภัณฑ์
ระหว่างการขนย้ายสมบัติในกรุของพิพิธภัณฑ์ พนักงานขนย้ายบังเอิญซุ่มซ่ามทำสิ่งของบางชิ้นหล่นกลิ้งหลุนๆ ลงมาบนพื้น เมื่อเก็บขึ้นมา สิ่งนั้นเป็นโหลแก้วบรรจุวัตถุขาวๆ บางอย่าง ป้ายที่เขียนติดข้างโหลบอกว่า “สมองของชาร์ลส์ แอล. กีโต”
คำถามที่ออกจากปากผู้ดูแลการขนย้ายครั้งนั้น คือ “ไอ้หมอนี่มันเป็นใครกันล่ะ (สำคัญยังไงถึงต้องมีการเก็บสมองดองเอาไว้ด้วย)”
และนั่นคือจุดเริ่มของหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ถูกลืมเมื่อกาลเวลาผ่านไปร่วม 90 ปี
ตอนจบของหนังจะย้อนกลับมาลงเอยอย่างพอดิบพอดีและได้ใจในฉากสุดท้ายที่ภรรยาม่ายของประธานาธิบดีเจาะจงจะมาเจอตัวผู้ลอบสังหารสามีของเธออย่างไม่เป็นทางการ
เป็นฉากที่ตรึงตราที่สุดฉากหนึ่งในหนังชุดนี้

หนังเล่าเรื่องราวของตัวละครหลักสองคนจากหน้าประวัติศาสตร์อเมริกา คือชาร์ลส์ กีโต (แมทธิว แมคฟาเดียน) และเจมส์ การ์ฟีลด์ (ไมเคิล แชนนอน) ซึ่งดูไม่น่าจะมีวิถีชีวิตที่เข้ามาพ้องพานพัวพันกันได้เลย
แต่ชะตากรรมของพวกเขาโยงเข้ามาหากันและถูกเรียกว่าเป็น “โชคชะตาของสาธารณรัฐ” (Destiny of the Republic) ซึ่งเป็นชื่อหนังสือที่เขียนโดยแคนดิศ มิลลาร์ด และซีรีส์ขนาดสั้นชุดนี้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ที่น่าจดจำของบุคคลที่เกือบจะถูกลืมเลือนไปแล้ว
ชาร์ลส์ กีโต เพิ่งออกจากคุกในข้อหาฉ้อฉลไม่ยอมจ่ายหนี้ เขาต้องไปพึ่งพิงอาศัยครอบครัวของน้องสาว ซึ่งสามีของเธอออกจะไม่ต้อนรับน้องเขยผู้ไม่เป็นโล้เป็นพายคนนี้
และในที่สุด ชาร์ลส์ก็เนรคุณต่อผู้มีบุญคุณด้วยการกวาดทรัพย์สินจนเกลี้ยงหลบหนีออกจากบ้านมา เขาทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จสักอย่าง ไม่ว่าจะพยายามก่อตั้งหนังสือพิมพ์ และหลอกตัวเองและคนอื่นๆ ไปเรื่อยๆ
ระหว่างนั้น เจมส์ เอ. การ์ฟีลด์ นายทหารผ่านศึกในสงครามกลางเมืองและผู้แทนราษฎรหลายสมัยแห่งรัฐโอไฮโอ กำลังก้าวพรวดขื้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของประเทศโดยที่เขาไม่ได้มีความใฝ่ฝันทะเยอทะยานเลย
เพียงแค่การถูกขอให้เดินทางข้ามรัฐไปกล่าวคำปราศรัยเสนอชื่อผู้เข้าชิงประธานาธิบดีภายในพรรครีพับลิกัน
วิสัยทัศน์ในคำปราศรัยของการ์ฟีลด์ชนะใจคนในพรรคเสียจนเขากลายเป็นผู้ชนะของรีพับลิกันเพื่อเข้าชิงตำแหน่งสูงสุดของประเทศเสียเอง
มิไยว่าเขาจะปฏิเสธว่าเขาไม่ต้องการตำแหน่งนั้น

ท่ามกลางความแตกแยกทางการเมืองและผลประโยชน์ที่ขัดกัน การ์ฟีลด์ได้ชัยชนะเหนือยูลิซีส แกรนต์ ผู้บัญชาการทัพฝ่ายยูเนียนที่ทำให้กองทัพฝ่ายเหนือมีชัยชนะเหนือฝ่ายใต้ในสงครามกลางเมืองของอเมริกา จนต่อมาได้เป็นประธานาธิบดีถึงสองสมัย
และกลยุทธ์ทางการเมืองทำให้การ์ฟีลด์ต้องเลือกเชสเตอร์ เอ. อาร์เธอร์ (นิค ออฟเฟอร์แมน) ผู้ควบคุมศุลกากรในนิวยอร์ก เข้าลงสนามเลือกตั้งทั่วประเทศคู่กับเขาในตำแหน่งรองประธานาธิบดี
แม้ว่าอาร์เธอร์จะมีผลประโยชน์ร่วมอยู่กับรอสโก คองคลิง (เชีย วิแกม) ผู้หนุนหลังยูลิซิส แกรนต์ แต่อาร์เธอร์ก็ทนความเย้ายวนใจของตำแหน่งรองประธานาธิบดีที่ถูกนำมายั่วน้ำลายไม่ได้
การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์และอำนาจ
และเมื่อก้าวขึ้นในตำแหน่งประมุขของประเทศ เชสเตอร์ อาร์เธอร์ ต้องยืนหยัดและต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม ต่อต้านคอร์รัปชั่น และสนับสนุนสิทธิพลเมืองและความเท่าเทียมทางผิวพรรณและเชื้อชาติ
นักประวัติศาสตร์คาดเดาว่าเชสเตอร์ อาร์เธอร์ อาจเป็นประธานาธิบดีที่ดีที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกาก็ได้ ถ้าเขาดำรงตำแหน่งอยู่ยาวนานพอที่จะฝากผลงานไว้
ทว่าเขาก็ดุจดัง “โดนฟ้าผ่าตาย” เสียก่อน เพียงหลังจากดำรงตำแหน่งประมุขของประเทศได้ไม่ถึงสี่เดือน
แถมบุคคลที่เหนี่ยวไกปืนยิงเขาสองนัดยังอ้างในเวลาต่อมาอีกว่า ตัวเขาไม่ได้ฆ่าประธานาธิบดีหรอก พวกหมอต่างหากเป็นคนฆ่า
การ์ฟีลด์ไม่ได้ตายทันที แต่เสียชีวิตหลายเดือนต่อจากนั้น ด้วยการติดเชื้อจากการผ่าตัดที่อุปกรณ์และมือของแพทย์ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ เนื่องจากการแพทย์ในเวลานั้นยังแทบไม่รู้จักและไม่เห็นคุณค่าของกรรมวิธีเช่นนั้น

บุคคลในประวัติศาสตร์อีกคนที่กล่าวถึงในหนังคือ อเล็กซานเดอร์ แกรม เบลล์ ผู้ประดิษฐ์คิดค้นโทรศัพท์ เบลล์เสนอตัวเข้ามาช่วยทีมแพทย์ที่รักษาประธานาธิบดี ซึ่งพยายามผ่าเอากระสุนที่ฝังอยู่ในร่างออกมา…โดยไม่สำเร็จ ด้วยการใช้เครื่องมือไฟฟ้าตรวจจับโลหะ…แต่ก็ไม่สำเร็จอีกเช่นกัน…ด้วยเหตุผลที่ว่าเครื่องมือโดนเตียงที่มีโลหะเป็นส่วนประกอบรบกวนทำให้ตรวจจับโลหะของกระสุนไม่เจอ
เหตุผลในการลอบสังหารและคดีความของชาร์ลส์ กีโต ไม่ได้ถูกนำเสนออย่างจะแจ้ง เราทราบเพียงแต่ว่ากีโตลงมือกระทำจากความหลงผิดและการละเมอเพ้อพกไปเอง จากความเชื่อที่ว่าเขาถูกสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนสั่งให้ทำ ทั้งๆ ที่ไม่อยากทำเลย
ที่น่าฉงนอีกเรื่องคือ ในสมัยนั้น การลอบสังหารบุคคลสำคัญระดับประมุขของประเทศช่างง่ายดายจนเหมือนการเดินเข้าไปจ่ายตลาด แม้ว่าก่อนหน้านั้นเพียงไม่ถึงสองทศวรรษ ประธานาธิบดีลิงคอล์นจะเคยถูกลอบสังหารมาแล้วในที่สาธารณะคือในโรงละคร
แต่อเมริกาก็ยังไม่ได้มีมาตรการปกป้องชีวิตของบุคคลในตำแหน่งสูงสุดของประเทศ จวบจนเมื่อประธานาธิบดีคนที่สาม คือวิลเลียม แมคคินลีย์ ถูกลอบสังหารเมื่อ ค.ศ.1901 นั่นแหละ รัฐสภาจึงได้ออกกฎหมายให้ตำรวจลับมีหน้าที่ปกป้องผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ที่น่าประทับใจและชวนอบอุ่นใจอีกเรื่องคือการที่รองประธานาธิบดีเชสเตอร์ เอ. อาร์เธอร์ ผู้โดนส้มหล่นทับโดยไม่รู้ตัวและไม่ต้องการงานหนักโดยไม่จำเป็น กลับผงาดขึ้นตอบสนองต่อตำแหน่งหน้าที่ผู้นำประเทศได้อย่างสง่างามและภาคภูมิสมศักดิ์ศรี เหมือนดังสำนวนที่ว่า เขา rise to the occasion
และกลับมาลงเอยที่ “สมองในโหลแก้ว” อีกครั้ง เมื่อหาคำอธิบายที่ชัดเจนลงตัวไม่ได้ การแพทย์สมัยก่อนก็มักจะเก็บอวัยวะที่เชื่อว่าเป็นกลไกสั่งการให้เจ้าของอวัยวะลงมือกระทำการ…โดยเฉพาะในกรณีของอาชญากรที่การแพทย์เชื่อว่าจะหาทางอธิบายความซับซ้อนของการสั่งงานได้….
การเมืองอเมริกาอาจเป็นเรื่องเข้าใจยาก แต่ขอแนะนำให้ดูซีรีส์สั้นชุดนี้ค่ะ

DEATH BY LIGHTNING
กำกับ Matt Ross
นำแสดง Michael Shannon
Matthew Macfadyen
Betty Gilpin
Nick Offerman
Shea Wigham
Bradley Whitford
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
