bg-single

‘การขอเวลานอกทางแท็กติก’ ปัญหาชวนปวดหัวของเกมลูกหนัง

06.12.2025

Technical Time-Out | SearchSri

จากเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนคุ้นตา กลับกลายเป็นประเด็นของการถกเถียงในวงกว้าง จนถึงขั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎในอนาคตอันใกล้

ตัวอย่างของ “ปัญหา” แบบเห็นภาพคือเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน

เกมดังกล่าวลงเอยด้วยชัยชนะของเรือใบสีฟ้าฉิวเฉียด 3-2 หลังจากทีมขึ้นนำก่อน 2-0 แต่โดนลีดส์ไล่บี้อย่างหนักจนหวิดพ่าย

ครึ่งแรก แมนซิตี้ขึ้นนำสบายๆ 2-0 พอเข้าครึ่งหลัง ดาเนียล ฟาร์เก้ กุนซือลีดส์ปรับทัพใหม่ โดยเฉพาะในแนวรุก โดยสั่งให้ลูกทีมเพรสซิ่งสูงกว่าเดิมมาก แล้วเน้นโยนบอลยาวเข้าไปแถวกรอบเขตโทษ

ปรากฏว่าแผนใหม่ได้ผล ลีดส์ตีตื้นมา 1 ประตู และกำลังไล่บี้กดดันอย่างหนักจนแข้งเรือใบปั่นป่วนเสียกระบวน

ตอนกลางครึ่งหลังนั้นเอง จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นายทวารแมนซิตี้ อาศัยจังหวะหนึ่งทิ้งตัวลงเจ็บ ต้องเรียกทีมแพทย์เข้าไปดูอาการและปฐมพยาบาล

จังหวะนั้นเอง ได้เกิดช่วง “เบรก” สั้นๆ ประมาณ 2 นาที ให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนซิตี้ เรียกลูกทีมไปแนะนำแท็กติกและสั่งให้ปรับแผนรับมือที่ข้างสนาม

เมื่อเกมกลับมาเตะกันต่อ ลีดส์ได้ประตูที่สองตีเสมอ 2-2 ก่อนที่ ฟิล โฟเด้น จะทำประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บให้เรือใบเฉือนชัยไปสุดระทึก 3-2

หลังเกมดังกล่าว โฟเด้นให้เครดิตเรื่องการเบรกเกมและการปรับแท็กติกของเป๊ปว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ซิตี้กลับมาตั้งหลักได้จนเอาชนะได้ในที่สุด

ฝั่งฟาร์เก้โวยผ่านสื่อว่า ดอนนารุมม่าอาศัยช่องโหว่ของกติกาสร้างการ “ขอเวลานอกทางแท็กติก” ขึ้น

เนื่องด้วยกฎของเกมฟุตบอลยุคปัจจุบันมีอยู่ว่า หากนักเตะเอาต์ฟิลด์ (ผู้เล่นตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่ผู้รักษาประตู) ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นต้องเรียกเจ้าหน้าที่แพทย์ไปปฐมพยาบาล ถ้าไม่ได้คอขาดบาดตายหรือฉุกเฉิน นักเตะคนนั้นก็ต้องออกไปปฐมพยาบาลข้างสนาม

ยกเว้นตำแหน่งเดียวคือผู้รักษาประตู ซึ่งกรรมการต้องเป่าหยุดเกม แล้วเรียกแพทย์เข้าไปดูอาการและปฐมพยาบาลในสนามได้เลย (เพราะถ้าปล่อยให้ผู้รักษาประตูออกไปนอกสนามแล้วเกมดำเนินต่อไป ย่อมเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในเกมอย่างมาก)

ฟาร์เก้บ่นว่า เรื่อง “อาการเจ็บ” ของดอนนารุมม่าตอนนั้นก็รู้ๆ กันอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร เขาฉลาดที่ทำตามกฎ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องตั้งคำถามเรื่องแฟร์เพลย์ว่ายอมรับได้หรือไม่ พร้อมฝากคำถามไปยังผู้รับผิดชอบว่าจะปล่อยให้เรื่องนี้เป็นอย่างนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะเป็นแท็กติกเบรกเกมและประวิงเวลาให้ทีมตัวเองได้พักจากการโดนกดดันอย่างหนักในสนาม และตั้งหลักกลับมาจนได้ชัยชนะ

…ทั้งหลายทั้งปวงนี้ทำอยู่ในขอบข่ายของกฎกติกาที่มี โดยที่ไม่ได้ทำผิดกติกาแต่อย่างใด

เหตุการณ์ลักษณะคล้ายๆ กันนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ ในเกม ไม่ว่ากับทีมไหน เพราะเป็นการอาศัยช่องโหว่ของกฎสร้างการ “ขอเวลานอกทางแท็กติก” ขึ้นมาอย่างที่ว่า

จากเมื่อก่อนที่นักเตะเอาต์ฟิลด์ทิ้งตัวเจ็บหลังโดนทำฟาวล์เพื่อหยุดเกม พอเปลี่ยนกติกาตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2023-2024 หน้าที่นั้นก็มาตกกับผู้รักษาประตูแทน

สตีเว่น ชูมัคเกอร์ กุนซือ โบลตัน ก็เคยยอมรับในปีนี้ว่า แท็กติกนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในเกมฟุตบอลทุกระดับ เป็นแท็กติกที่ทำลายโมเมนตัมของเกม เพราะถ้าเลือกเบรกเกมถูกจังหวะ ก็อาจพลิกเกมได้เลย

น่าสนใจที่ประเด็นนี้ ผู้รับผิดชอบไม่ได้นิ่งนอนใจ ดังปรากฏว่าในที่ประชุมของคณะที่ปรึกษาด้านฟุตบอลและเทคนิคของ คณะกรรมการบริหารสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (ไอเอฟเอบี) องค์กรที่มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาการแข่งขันของกีฬาฟุตบอลสมัยใหม่ เมื่อเดือนตุลาคม ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงว่าควรหาแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกมการแข่งขันดำเนินไปแบบหยุดชะงักให้น้อยที่สุด

หนึ่งในทางออกที่มีการเสนอแนะขึ้นมา คือการบังคับให้ทีมฝั่งที่ผู้รักษาประตูบาดเจ็บ ต้องเลือกนักเตะเอาต์ฟิลด์คนหนึ่งออกไปข้างสนามเป็นเวลา 30 วินาที เพื่อทดแทนกัน

หรืออีกแนวทางหนึ่งคือการสั่งห้ามนักเตะไปยืนแถวเส้นข้างสนามในช่วงเวลาการปฐมพยาบาลไปเลย

ปรากฏว่าแนวทางแรกได้รับการสนับสนุนอย่างมาก และจะนำมาถกกันต่อในการประชุมของไอเอฟเอบีในวันที่ 20 มกราคมปีหน้า

ที่น่าจะต้องขบคิดกันต่อคือ ทางออกเรื่องการส่งผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ออกไปนอกสนาม 1 คนช่วงที่ผู้รักษาประตูรับการปฐมพยาบาล ถึงจะถูกมองว่าเป็นการ “ทดแทน” กัน และปรับให้เข้ากับกติกาที่มีอยู่ (เรื่องนักเตะเอาต์ฟิลด์ที่ได้รับบาดเจ็บต้องออกไปปฐมพยาบาลนอกสนาม) แต่มันจะช่วยเปลี่ยนแปลงแก่นหลักของปัญหาเรื่องการเบรกเกมได้หรือไม่?

เพราะสุดท้ายเมื่อผู้รักษาประตูก็ต้องยังอยู่ในสนาม และต้องหยุดเกมเพื่อให้เขาได้รับการปฐมพยาบาล นักเตะคนอื่นๆ ยกเว้นคนเดียวที่ถูกส่งไปนอกสนาม ก็ยังสามารถไปฟังแท็กติกของโค้ชที่ริมเส้นได้อยู่ดี

ไม่เช่นนั้นก็ต้องออกกฎแบนการไปคุยข้างสนามตามทางเลือกที่สองไปเลย?

ถ้ามีคนตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้ แล้วนำไปถกกันต่อ ก็เชื่อว่าอาจต้องหารือแนวทางอื่นๆ เพื่อเป็น “ทางออก” ที่ดีที่สุด

เพื่อลดช่องโหว่ของกฎที่อาจนำไปสู่ความได้เปรียบเสียเปรียบของทีมใดทีมหนึ่ง รวมถึงการให้เกมดำเนินต่อไปแบบสะดุดหยุดชะงักน้อยที่สุด อันเป็นแนวคิดหลักของเกมฟุตบอลในยุคปัจจุบัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน