วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com

ภาพสะท้อนน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ครั้งนี้ สร้างจินตนาการโครงสร้างทางความคิด ในมิติที่ทั้งกว้าง-ลึก และสำคัญเกินกว่าวิกฤตการณ์น้ำท่วมโดยทั่วไปมากมายนัก

หนึ่ง-สะท้อนความเชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ ทั้งบุคลิก และความสัมพันธ์

หาดใหญ่ แม้เพียงเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสงขลา แต่ในฐานะทางเศรษฐกิจเป็นเมืองที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ที่สำคัญลักษณะทางเศรษฐกิจ ถือว่าเป็นภาพจำลองของกรุงเทพมหานคร มากกว่าเมืองใหญ่ใดๆ ในประเทศ

หาดใหญ่ เมืองเก่ามีพัฒนาการในหลายยุค เข้าสู่ยุคการค้าใหม่ เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ เชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน ในฐานะเมืองการค้าและจุดเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ

ปรากฏการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ มีลักษณะแตกต่างจากที่อื่นๆ แม้ว่าจะอุบัติขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงเพียงไม่กี่วัน

แต่ได้ส่งผลกระทบเฉียบพลันในเชิงเศรษฐกิจ

ระบบสาธารณูปโภคสำหรับเมืองการค้าสมัยใหม่ เมืองที่มีสิ่งก่อสร้างมากมาย อาทิ มีศูนย์การค้ามากที่สุดในภูมิภาค และมีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในภูมิภาค (เมื่อเปรียบเทียบเขตเทศบาล โดยเปรียบเทียบเชียงใหม่และนครราชสีมา แล้วความหนาแน่นประชากรในหาดใหญ่มากที่สุด) ถูกตัดขาดค่อนข้างสิ้นเชิง ทั้งระบบไฟฟ้า ประปา สื่อสาร และการคมนาคม

ธุรกิจของเมืองใหญ่หยุดชะงัก และจะต้องใช้เวลาพอควรในการฟื้นฟูให้เข้าภาวะปกติ

บุคลิกสำคัญของหาดใหญ่ เป็นย่านธุรกิจกาค้า มีฐานตลาดกว้าง ด้วยกำลังซื้อมากพอสมควร ดังนั้นเครือข่ายธุรกิจสมัยใหม่ทีมีฐานอยู่ที่กรุงเทพฯ จึงกระจายไปทั่วหาดใหญ่ ถือว่าหนาแน่นที่สุดนอกกรุงเทพฯ (และปริมณฑล) ก็ว่าได้ (ธนาคาร ธุรกิจค้าหลักทรัพย์ ในจังหวัดสงขลา ส่วนใหญ่อยู่ในหาดใหญ่) เครือข่ายค้าปลีก และเครือข่ายกิจการสื่อสาร ฯลฯ

ภาพสะท้อนหาดใหญ่ สร้างจินตนาการและเป็นบทเรียนถึงกรุงเทพฯ ซึ่งไม่มีประสบการณ์อย่างเข้มข้นในกรณีวิกฤตการณ์น้ำท่วมอย่างขนานใหญ่มานานเกือบร้อยปีแล้ว ในเชิงเศรษฐกิจและธุรกิจ โมเดลหาดใหญ่เป็นบทเรียนการบริหารความเสี่ยงประการสำคัญประการหนึ่งเลยทีเดียว

สอง-เมืองขนาดใหญ่ที่สุดในหัวเมือง กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาเดียวกัน เป็นมิติที่ซับซ้อน และเป็นปัญหาทางยุทธศาสตร์ระดับชาติ

จากข้อมูลที่มีอยู่ในช่วงสองทศวรรษมานี้ ประเทศไทยเผชิญปัญหาน้ำท่วมมาตลอด และแนวโน้มมีความถี่และรุนแรงมากขึ้น

พื้นที่ที่ประสบภัยใหม่ขยายวงไปเกือบทั่วประเทศ จากที่ผ่านๆ มาพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่หัวเมืองขนาดกลางและพื้นที่เกษตรกรรมในต่างจังหวัด ซึ่งมีอาณาบริเวณกว้างขวาง ผู้ประสบภัยส่วนใหญ่อยู่ในระบบเศรษฐกิจเกษตร

เท่าที่ประเมินบทบาทหน่วยงานวางแผนของรัฐ ดูจะไม่กระตือรือร้นเท่าที่ควร ในการวางแผนแก้ปัญหาทั้งระบบ หรือว่ายังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรก็ไม่ทราบได้

ขณะเดียวกัน สูตรสำเร็จของการแก้ปัญหา หรือฟื้นฟูหลังน้ำท่วมดูเหมือนมีอยู่แล้วในลิ้นชัก สืบทอดปฏิบัติกันมา

วิกฤตการณ์น้ำท่วมกลายเป็นปัญหาระดับชาติไปอย่างแท้จริง

อาณาบริเวณต่างๆ ของประเทศเผชิญหน้าเกือบทุกปี มีระดับความรุนแรงแตกต่างกัน ฯลฯ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง

จำต้องมีการศึกษา วางแผน มียุทธศาสตร์ และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องในระดับประเทศ อย่างเชื่อมโยงกัน

มิใช่หน้าที่ของบางหน่วยงาน กลุ่มบุคคลที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจอีกต่อไป มิใช่ภาระและหน้าที่แต่ละท้องถิ่น แก้ปัญหาเฉพาะส่วน หรือเอาตัวรอดกันตามลำพังอีกต่อไป

ปัญหาวิกฤตการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย ได้ข้ามพรมแดนภูมิศาสตร์ทางการปกครองท้องถิ่นไปแล้ว

สาม-พัฒนาการเมืองใหญ่ อดีตที่เจริญรุ่งเรือง กำลังเผชิญหน้าท้าทายสำหรับอนาคต

ตัวเมืองขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคของไทย อย่างเชียงใหม่ นครราชสีมา และหาดใหญ่ มีประสบการณ์น้ำท่วมใหญ่ในระยะใกล้ๆ มาด้วยกันทั้งนั้น

เชียงใหม่ เมืองเก่าแก่ การพัฒนาหลังยุคอาณานิคม กับเจ้านายภาคเหนือ การทำสัมปทานป่าไม้ และการค้า ไปสู่ฐานะเมืองศูนย์กลางของภาคเหนือที่มีความหลากหลายทั้งเศรษฐกิจ และวัฒนธรรม เป็นเมืองที่มีบุคลิกที่ดีเด่น เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวและพักผ่อนระดับโลก

นครราชสีมา แม้จะเป็นเมืองเก่าตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ความเจริญเติบโตอย่างมากเพิ่งเริ่มต้นตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนาม การขยายถนนมิตรภาพ และเครือข่ายคมนาคมทั่วภาคอีสาน เมืองจึงกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคอีสาน โดยเฉพาะยุคหลังสงครามอินโดจีน กิจกรรมทางเศรษฐกิจในย่านนี้คึกคักขึ้น ท่ามกลางเกษตรกรรมรอบนอกที่หดตัว ตามการพัฒนาและขยายพื้นที่ของเมือง

เช่นเดียวกับหาดใหญ่ เติบโตจากจุดเชื่อมต่อสำคัญของเส้นทางรถไฟในยุคอาณานิคมเมื่อกว่าศตวรรษ กระบวนการสร้างรถไฟในช่วงต่อจากเพชรบุรี ผ่านสงขลา หาดใหญ่ และปาดังเบซาร์ ผู้คนผู้บุกเบิก มีส่วนสร้างเมืองหาดใหญ่อยู่ด้วย ในบทบาทผู้รับเหมาช่วงในการหักล้างถางป่า ตามเส้นทางรถไฟ เป็นการบุกเบิกที่ยากลำบากมาก ขณะเดียวกัน ถือเปิดโอกาสในการสะสมความมั่งคั่ง

จากการบุกเบิกแผ้วถางป่า กลายเป็นจุดเริ่มต้น ค้นพบแหล่งทำแร่ดีบุก ซึ่งเวลานั้นอยู่ภายใต้ห่วงโซ่ และอิทธิพลอาณานิคมอังกฤษ ครอบคลุมภูมิภาคคาบสมุทรมลายู

ด้วยมองเห็นวิวัฒนาการอันน่าทึ่งตามเส้นทางรถไฟ โดยเฉพาะการเติบโตของชุมชนรอบๆ สถานีรถไฟ บริเวณสถานีหาดใหญ่ เป็นชุมทางสำคัญของภาคใต้เวลานั้น แนวทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คลาสสิกได้ผุดขึ้น ชุมชนใหม่ได้เติบโตอย่างน่าทึ่ง ท่ามกลางและแวดล้อมพื้นที่เกษตรกรรม อ้างอิงอาศัยแม่น้ำอู่ตะเภา ซึ่งหล่อเลี้ยงผู้คนมาช้านาน เช่นเดียวกันทำเลที่ดี ริมแม่น้ำนั้น เป็นจุดเริ่มต้นชุมชนเมืองใหม่ด้วยเช่นกัน

ในเวลาต่อมา จากการเป็นศูนย์กลางจุดเชื่อมและข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย ในยุคการค้าแร่ดีบุกเติบโตทั่วอาณาบริเวณภาคใต้ เปลี่ยนผ่านสู่ยุคปัจจุบัน เชื่อมโยงแหล่งทองเที่ยวในภาคใต้ตอนล่าง

เป็นแรงเหวี่ยงสำคัญอีกช่วงพัฒนาการให้ในเมืองเติบโตอย่างมากในช่วงไม่กี่ทศวรรษมานี้

ทั้งสามเมืองที่ว่า เป็นชุมทางการเจริญเติบโตของแต่ละภูมิภาคในประเทศไทยมานับศตวรรษ ภายใต้โครงสร้างทางภูมิศาสตร์เศรษฐกิจอ้างอิงชุมชนเกษตรกรรมดั้งเดิม อาจถึงบทสรุปสำคัญที่ว่า ไม่อาจจะรองรับการพัฒนายุคใหม่ ตามกลไกทางเศรษฐกิจทุนนิยม ที่ไม่มีการวางแผนที่ดี

การบริหารจัดการเมืองสมัยใหม่ มิใช่งานประจำ (Routine) อีกต่อไป การวางแผนพัฒนา และวางผังเมืองในความหมายเดิมก็ไม่เพียงพออีกต่อไป

ในเมื่อต้องเดินตามรอยเส้นทางพัฒนาเมืองในโลกสมัยใหม่ การเรียนรู้บทเรียนระดับโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กระบวนการรื้อโครงสร้างของเมืองให้สอดรับกับอนาคต (สังคม เศรษฐกิจ และโครงสร้างทางกายภาคที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก) กำลังเป็นเรื่องใหญ่มาก

ไม่ต้องอื่นไกล สิงคโปร์เสมือนเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง ดำเนินปรับโฉมหน้าขนานใหญ่ จากจุดเริ่มต้นความต้องการน้ำจืดจำนวนมากเพื่อรองรับกับการเติบโตของเมืองที่เป็นเกาะในทะเล รวมทั้งวางแผนป้องกันน้ำทะเลสูงในอนาคตจากวิกฤตโลกร้อนด้วย เป็นแนวคิดเชิงบูรณาการ

ในยุโรปก็เช่นเดียวกัน ได้ดำเนินการอย่างจริงจังมาระยะหนึ่งแล้ว เรียกว่า City Regeneration มหาวิทยาลัยในลอนดอนบางแห่งถึงกับเปิดการสอนวิชานี้ด้วย

แม้จะเข้าใจดีว่า แผนยุทธศาสตร์ในระบบบริหารประเทศไทย เป็นกระบวนการดำเนินการอันยากยิ่ง แต่ที่ยากยิ่งกว่า คือการเกิดขึ้นความคิดยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาดและเหมาะสม

เชื่อหรือไม่ สาระข้างต้นยกมาแทบไม่ได้ตัดทอนจากข้อเขียนเก่า (มติชนสุดสัปดาห์ พฤศจิกายน 2553) เมื่อ 15 ปีที่แล้ว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก
คำถามเชิงซ้อน : คำถามลวงให้เราตอบ
จากเวทีปราศรัยสู่หน้าฟีด : อ่านยุทธศาสตร์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ผ่านโซเชียลมีเดีย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (14)
ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’
จากแหวนทองคำ 2 พันปี สู่ใจคนเมืองเพชร ทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ อยากมี ‘มิวเซียมท้องถิ่น’