E-DUANG
ไม่ว่าใครก็ตามที่มีส่วนร่วมในปฏิบัติการ”ปล่อยภาพ”เด็ดอันเกี่ยว กับการเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับ เบน สมิธ
ถือว่าสร้าง”คุณูปการ”ในทางการเมือง
เป้าหมายเฉพาะหน้าอาจเพื่อต้องการ”เบรก”ต่อคำแถลงยึด และอายัดทรัพย์กลุ่มบุคคลในเครือข่าย”สแกมเมอร์”
เป็น”ปฏิกิริยา”โดยตรงต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล
แต่ปฏิบัติการนี้ก็เท่ากับก่อให้เกิดสถานการณ์”กรุแตก”ในทางการเมือง ก่อให้เกิดผลสะเทือนยิ่งกว่า”ไหน้ำผึ้ง”กลางเมือง
เพาะสร้างปรากฏการณ์”ฝนตกใหญ่”โดยพลัน
มิใช่เพราะการเปิดภาพจากสิงคโปร์หรอกหรือ มิใช่เพราะการเปิดภาพงานแต่งอันมหึมาโหฬาร
จึงมีการตอกย้ำ กรณี”ลังกาวี หลีเป๊ะ”
จึงมีการนำเอาภาพการเข้าร่วมงานแต่งงานของ ยิม เลียก โดย”อดีต”นายกรัฐมนตรีบางคน
จึงมีการขุดภาพโต๊ะกาแฟที่เกสรมาขยายผล
แต่ละปรากฏการณ์ที่ตามมายืนยันอะไร
ยืนยันว่า”สถานการณ์”ยากแก่การควบคุม แม้ว่าแต่ละกลุ่มที่มีส่วนในการ”ปล่อยภาพ”ล้วนเป็น”ชนชั้นนำ”
ล้วนเคย”กินน้ำร่วมท่า” ล้วนเคย”กินปลาร่วมหนอง”
ความเด่นชัดเป็นอย่างมากของทุกภาพที่นำมาเปิดเผยต่อสาธารณะสะท้อนเจตจำนงของ เบน สมิธ ชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นการเข้าหา ทหารใหญ่ ตำรวจใหญ่
ไม่ว่าจะเป็นการเข้าหา ข้าราชการพลเรือนใหญ่ นักการเมืองใหญ่
เป็นเส้นทางเดียวกับที่เคยทำใน”กัมพูชา”
ต้องยอมรับว่าเขาสามารถเข้าถึงระดับ”นายกรัฐมนตรี” เข้าถึงระดับ”รองนายกรัฐมนตรี” และ”รัฐมนตรี”
ทั้งที่”กัมพูชา” แม้กระทั่งใน”ไทย”
ถามว่าเหตุปัจจัยใดทำให้เกิดปรากฏการณ์ เบน สมิธ ขึ้นอย่าง อึกทึกครึกโครมระดับนี้
คำตอบที่ตรงเป้าที่สุด คือ ผลประโยชน์
หากมีผลประโยชน์”ร่วม” ทุกอย่างก็ราบรื่น หากผลประโยชน์”ขัด”การเปิดโปงก็ตามมา
นั่นคือ สามัคคีตอน”ร่วม” แต่ขัดแย้งหลัง”ปฏิบัติการ”
ความขัดแย้งทางด้าน”ผลประโยชน์”นั้นเองทำให้เกิดสถาน การณ์ที่เรียกว่า”สามัคคีเภท”
เป็นสามัคคี”เภท”ก่อนเกิด”การเปลี่ยนแปลง”
