บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์
ศัลยแพทย์ความงาม
กับวิกฤตศัลยแพทย์ในญี่ปุ่น
เป็นธรรมดาที่ไม่ว่าผู้หญิงชาติใด ย่อมสนใจความสวยงาม รักสวยรักงาม ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับของนอกกาย ไปจนถึงรูปร่าง ผิวพรรณ หน้าตา คนที่คิดว่าไม่สวย ก็อยากทำให้สวยขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะแต่ดารา นักแสดงเท่านั้น สาวทั่วไปก็ยอมเสียเงินก้อนใหญ่ที่เก็บออมมาเพื่อพึ่งหมอทำศัลยกรรม พอรู้สึกตัวว่าสวยขึ้น ก็มีความมั่นใจมากขึ้น มีความสุข รวมถึงผู้สูงวัยที่อยากไล่ตามความอ่อนเยาว์ด้วย
ศัลยแพทย์ด้านความงามจึงมีงานเพิ่มมากขึ้น ที่ญี่ปุ่นมีแนวโน้มนักศึกษาแพทย์ที่เรียนจบ สอบได้ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม เป็นแพทย์อินเทิร์นครบตามเวลา 2 ปีแล้ว ไม่สนใจเรียนต่อแพทย์เฉพาะทาง และทำงานในโรงพยาบาลเพื่อรักษาผู้ป่วยตามระบบประกันสุขภาพของญี่ปุ่น แต่กลับมุ่งไปทำงานในคลินิกความงาม เรียนรู้การเป็นแพทย์ด้านความงามกันมากขึ้น ซึ่งล้วนเป็นแพทย์ในวัยก่อน 30 ปี
ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขและแรงงานญี่ปุ่นช่วงเวลา 15 ปี ตั้งแต่ปี 2008 ถึงปี 2022 มีแพทย์ทั่วไปเพิ่มขึ้น 1.1 เท่า แพทย์ผิวหนังเพิ่มขึ้น 1.3 เท่า แต่ศัลยแพทย์ด้านความงามเพิ่มสูงถึง 3.2 เท่า
เพราะเหตุใดแพทย์หนุ่มสาวจึงสนใจเบนเข็มเป็นศัลยแพทย์ด้านความงามกันมากขึ้น ?
คำตอบง่ายๆ คือ “รายได้ดี”
คลินิกความงามในญี่ปุ่น ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสุขภาพ กำหนดค่าบริการได้เอง ผู้รับบริการต้องจ่ายเงินค่าบริการเองเต็มจำนวนตามที่แพทย์ระบุ
ดังนั้นคลินิกจึงสามารถให้ค่าตอบแทนแก่แพทย์ได้สูงตามไปด้วย และย่อมสูงกว่าแพทย์ในโรงพยาบาลภายใต้ระบบประกันสุขภาพ งานก็เบากว่า ไม่มีการอยู่เวร ไม่ถูกเรียกตัวด่วนยามดึกดื่น
ที่นี่จึงเป็นจุดหมายปลายทางของแพทย์หมาดๆ มากขึ้น
แพทย์หนุ่มวัย 30 ปี เจ้าของคลินิกเสริมความงาม ให้ความเห็นว่า ในอดีตการเรียนจบเป็นแพทย์ก็มีรายได้ที่มั่นคงมากอยู่แล้ว แลกกับการทำงานหนักและฐานะทางสังคมที่เป็นอาชีพที่มีเกียรติ แต่ปัจจุบันภาระงานที่หนักเมื่อเทียบกับค่าตอบแทนและค่าครองชีพที่สูงขึ้น รายได้สวนทางกับแรงงานเสียแล้ว
ไม่เพียงแต่รายได้เท่านั้นที่ไม่จูงใจแพทย์หนุ่มสาว มีแพทย์ไม่น้อยที่ต้องสู้งานหนักในโรงพยาบาล ต้องอยู่เวรติดต่อกันนานๆ เป็นประจำ จนเหนื่อยล้า นอกจากนี้ ยังเห็นศัลยแพทย์รุ่นพี่ในโรงพยาบาลนอกเหนือจากภาระงานอันหนักอึ้งต่อสู้กับความเป็นความตายของคนไข้เสร็จแล้ว ยังต้องทำงานด้านเอกสารจิปาถะอีกด้วย การเป็นแพทย์ด้านความงามจึงเป็นทางเลี่ยงอย่างหนึ่ง
แพทย์หนุ่มให้ความเห็นเพิ่มเติมที่น่าสนใจคือ อายุรแพทย์หรือศัลยแพทย์รักษาผู้เจ็บป่วยให้หายเป็นปกติ เปรียบเสมือนทำให้ “สภาพติดลบกลายเป็นศูนย์ตามเดิม”
ตรงกันข้ามกับแพทย์ด้านความงามช่วยให้ผู้มารับการรักษาเปลี่ยนจาก “สภาพศูนย์กลายเป็นบวก” แน่นอนว่าเป็นสภาพที่ดีขึ้นจากสภาพ ณ ปัจจุบัน ในทางการแพทย์คือ มีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น เขาจึงเลือกทำงานด้านนี้ที่ให้ความสุขแก่ผู้มารับบริการด้วย
แพทย์เจ้าของคลินิกความงามวัยใกล้ 40 ปี เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่สามารถรับภาระงานหนักในฐานะศัลยแพทย์หัวใจที่ทุ่มเทมา 10 กว่าปี ตัดสินใจหันมาทางด้านความงาม เนื่องจากเริ่มมีลูกคนแรก อยากมีเวลาให้ครอบครัว
และยิ่งไปกว่านั้นคือ มีรายได้เพิ่มขึ้น 2 เท่า มีวันหยุดแน่นอนทุกสัปดาห์ เดินทางท่องเที่ยวกับภรรยาและลูก 3 คนได้ มีเวลากินอาหารเช้าและเย็นพร้อมหน้าครอบครัว ชีวิตสมบูรณ์น่าพอใจ!
แม้ว่าหลายคนบ่นเสียดายความรู้ ประสบการณ์ที่มี แต่แพทย์ผู้นี้กลับพอใจและมีความสุขที่ได้เลือกครอบครัวมากกว่างาน
มีข้อมูลปี 2022 จำนวนแพทย์ด้านความงามกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะกรุงโตเกียวมีถึง 40.4% หรือ 497 คนของทั้งหมด โอซากามีประมาณ 9% แพทย์ผิวหนัง โตเกียวมี 19.7% หรือ 1,208 คนของทั้งหมด โอซากามีประมาณ 7.3%
การสำรวจของกระทรวงสาธารณสุขฯ ญี่ปุ่น พบว่าผู้ใช้บริการด้านความงามไม่น้อยมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการรับการรักษาจากศัลยแพทย์ด้านความงามที่ยังอายุน้อย อาทิ หมอยังมีประสบการณ์ไม่มากจะปลอดภัยไหม การใช้ยาสลบในการผ่าตัดจะมีผลกระทบต่ออวัยวะส่วนอื่นไหม เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แพทย์จบใหม่ที่เอาดีด้านศัลยกรรมความงามจะอยู่ในสายงานด้านนี้ได้ตามที่หวังทุกคน เมื่อพบว่าเพื่อนร่วมงานเป็นแพทย์วัยเดียวกันทั้งสิ้น ลงมือปฏิบัติการจริงด้วยประสบการณ์อันน้อยนิด ไม่มีอาจารย์แพทย์ผู้ชำนาญคอยกำกับอยู่ข้างๆ ขณะทำการผ่าตัด ย่อมเกิดความไม่มั่นใจ กังวลว่าอาจเกิดความผิดพลาดได้
อย่ากระนั้นเลย บางคนจึงหันกลับไปเรียนรู้และหาประสบการณ์ด้านศัลยกรรมในโรงพยาบาลตามเดิมก็มีไม่น้อย
นายแพทย์โนมูระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง บอกว่าแพทย์หนุ่มสาวปัจจุบันมีค่านิยมในอาชีพเปลี่ยนไปจากแพทย์สมัยก่อนมาก ถ้าอาการคนไข้น่าเป็นห่วง แพทย์รุ่นเก่าจะอยู่ค้างคืนที่โรงพยาบาลติดตามอาการคนไข้อย่างใกล้ชิด
แต่สำหรับรุ่นหนุ่มสาวตอนนี้ ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของตัวเอง มีเวิร์กไลฟ์บาลานซ์ ไม่อยากเป็นศัลยแพทย์ทำงานหนัก แพทย์จึงเป็นเพียงอาชีพหนึ่งเท่านั้น หรืออีกนัยหนึ่ง แพทย์พาณิชย์เพิ่มมากขึ้น
โรงพยาบาลในญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาศัลยแพทย์ในหลายสาขาหลุดออกจากระบบไปเป็นศัลยแพทย์ด้านความงามกันมากขึ้น อาทิ ช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ศัลยแพทย์ทางเดินอาหารมีจำนวนลดลงแล้ว 20% คาดว่าอีก 20 ปีต่อจากนี้จะลดลงถึงครึ่งหนึ่งทีเดียว
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ฮิเดคิ ไดดันศัลยแพทย์ทางเดินอาหารและการปลูกถ่ายอวัยวะ มหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ให้ความเห็นว่า แพทย์หนุ่มสาวที่ทุ่มเทให้กับงานมีไม่น้อยที่มีความทุกข์ในการดำเนินชีวิต กระทรวงสาธารณสุขฯ ต้องมีนโยบายเพื่อดูแลแพทย์ เพิ่มค่าตอบแทน ปรับปรุงระบบการทำงาน เพื่อไม่ให้แพทย์รุ่นใหม่ไฟแรงรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นเหยื่อของระบบที่เอาเปรียบ หากไม่เร่งแก้ไข ก็น่ากังวลว่าระบบการรักษาพยาบาลทั้งระบบจะมีปัญหาในอนาคต
ผู้ป่วยทั่วไปจะได้รับผลกระทบ
แต่ผู้คนจะมีรูปร่างหน้าตาสวยงามกันมากขึ้น !
