วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com

ว่าด้วยมิติหนึ่งซึ่งผันแปร ในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ที่เปิดเผยเปิดกว้าง

นั่นคือ กรณี ปตท. บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนภาพ “ตัวแทน” ประเทศ อย่างเป็นจริงเป็นจังด้วย

ธุรกิจหนึ่งของ ปตท.ที่จับต้องในสายตาสาธารณชนได้มากที่สุด ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ด้วยเครือข่ายอันมีพลัง

ปรากฏการณ์เป็นไปอย่างโดดเด่น เมื่อพลิกโฉมแปลงร่างจากรัฐวิสาหกิจมาเป็นบริษัท และเข้าตลาดหุ้นไทย (ปี 2544)

ตามมาด้วยได้สร้างสรรค์โมเดลสถานีบริการน้ำมันแบบใหม่อันตื่นตา น่าแวะเวียน ด้วยมีบริการเสริมอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะชิมลางเปิดร้านสะดวกซื้อในนั้น (ตั้งแต่ปี 2540) และตามมาด้วยร้านกาแฟ กลายเป็นปรากฏการณ์อันน่าทึ่ง ด้วย Café Amazon เปิดตัวขึ้นในสถานีบริการน้ำมันครั้งแรก (2553)

และที่คนไม่ค่อยรู้ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ได้ข้ามพรมแดนสู่ประเทศเพื่อนบ้านมานานก่อนหน้านั้นอีก เริ่มด้วยประเทศกัมพูชา (2538 )

ถือว่าอยู่ในหัวขบวนการสืบเนื่องก็ว่าได้ การลงทุนจากไทยสู่ประเทศกัมพูชาในระลอกแรก เมื่อกว่า 3 ทศวรรษที่แล้ว หลังสงครามสิ้นสุดลง สอดรับแนวทางและนโยบายรัฐบาลไทยในเวลานั้น (ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี) ว่าด้วย “แปรสนามรบเป็นสนามการค้า” โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นหัวหอก ก่อตั้งธนาคารกัมพูชาพาณิชย์ (ปี 2534) ในฐานะผู้นำร่องขบวนการลงทุนธุรกิจไทย

ส่วน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ก่อตั้งขึ้น เมื่อ 7 ปีที่แล้ว จากการปรับโครงสร้าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ครั้งสำคัญ ด้วยการแยกธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ทั้งมีกระบวนการการแยกสาธารณสมบัติของรัฐออกไปด้วย เสร็จสิ้นในปี 2561

ตามมาด้วยจุดเปลี่ยนสำคัญอีกขั้นหนึ่งมาถึงในปี 2564 เมื่อ OR ผ่านกระบวนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โดย PTT คงถือหุ้นใหญ่ที่สุดในสัดส่วน 75%

ภาพใหญ่ปัจจุบัน OR เป็นหนึ่งในบริษัทไทยขนาดใหญ่ มีรายได้เข้าใกล้ 1 ล้านล้านบาท ขณะที่ PTT ในฐานะบริษัทแม่ ว่าตามกระบวนการหลอมรวมรายได้ตามกฎเกณฑ์ทางบัญชี มีรายได้รวม (2567) มากถึงกว่า 3 ล้านล้านบาท มีฐานะเป็นบริษัทที่เติบโต และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นมาราว 2 ทศวรรษแล้ว

OR กับโครงสร้างธุรกิจ (อ้างอิงข้อมูลนำเสนอ OR Opportunity Day FY 2567-มีนาคม 2568 ถือว่าอยู่ในก่อนหน้าปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา) ประกอบด้วยธุรกิจที่เรียกว่า Mobility (สถานีบริการน้ำมัน และบริการน้ำมันเชิงพาณิชย์) เป็นธุรกิจหลักที่สำคัญ สร้างรายได้มากที่สุดในสัดส่วนมากถึง 88.7%

ขณะธุรกิจค้าปลีกอื่นซึ่งเป็นสีสันที่ตื่นเต้น ที่เรียกว่า Lifestyle มีสัดส่วนเพียง 3.1%

ส่วนธุรกิจต่างประเทศ ที่เรียกว่า Global มีสัดส่วน 7.8%

เมื่อเทียบเคียงกับปี 2564 (ตอนเข้าตลาดหุ้น) OR ได้ขยายเครือข่ายธุรกิจกว้างขวางขึ้นตามลำดับ (เทียบเคียงข้อมูลในช่วงเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ กับข้อมูลนำเสนอก่อน มีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา อีกชิ้นหนึ่ง- OR Opportunity Day 1Q25-20 พฤษภาคม 2568) ว่าเฉพาะธุรกิจในต่างประเทศ เครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน เพิ่มจาก 329 แห่ง (2564) เป็น 415 แห่ง (ไตรมาสแรกปี 2568)

ที่น่าสนใจ เครือข่ายร้านกาแฟ Cafe Amazon ธุรกิจข้างเคียงที่น่าตื่นเต้นได้ปักหลักในตลาดต่างประเทศ จาก 272 ร้าน (2564) เป็น 391 ร้าน (ไตรมาสแรกปี 2568)

ว่าเฉพาะ Cafe Amazon ผ่านมาทศวรรษกว่าๆ มีสาขารวมกันทั้งหมดเกือบ 5,000 แห่ง ทั้งนี้จำนวนหนึ่งเป็นสาขาในต่างประเทศ มีถึง 11 ประเทศ ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ ในบรรดาสาขาต่างประเทศ ประเทศกัมพูชา มี Cafe Amazon มากเป็นอันดับ 1 ถึงกว่า 250 สาขา (ไตรมาสแรก 2568)

“..Cafe Amazon เปิดครั้งแรกเมื่อปี 2556 เริ่มจากร้านในสถานีบริการน้ำมัน ต่อมาในปี 2558 ได้เปิดร้าน Stand Alone ใน ย่านบึงเกงกอง ที่เป็นย่านธุรกิจหลักเปรียบเหมือนแถบสุขุมวิท ทองหล่อ ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากชาวกัมพูชาที่มาใช้บริการในช่วงเปิดร้านใหม่ๆ ขายดีถึง 1,000 แก้วต่อวัน จนกล่าวได้ว่า Cafe Amazon ที่ขายดีที่สุดในโลกอยู่ที่กัมพูชา ถัดมาในปี 2559 เริ่มขายแฟรนไชส์ให้นักลงทุนกัมพูชา ซึ่งการขยายแฟรนไชส์จะเน้นในเรื่องโลเคชั่นเป็นหลัก เป็นย่านที่มีผู้คนสัญจรไปมา เช่น ออฟฟิศ โรงเรียน มหาวิทยาลัย มีกลุ่มลูกค้ารองรับอย่างชัดเจน …” บางตอนจากบทความชิ้นหนึ่งของธนาคารไทยพาณิชย์ ( “ถอดรหัสความสำเร็จ Cafe Amazon กาแฟแบรนด์ไทยในกัมพูชา” 2564)

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมีนาคม 2568 ผู้บริหาร OR ได้มีถ้อยแถลง “ต่อยอดกลยุทธ์ให้กัมพูชาเป็นบ้านหลังที่ 2 (Second Homebase) โดยการเปิดร้านร้าน Caf? Amazon Concept Store สาขาตวลโก๊ก (Toul Kork) ถือเป็น Caf? Amazon ในรูปแบบ Concept Store แห่งแรกในกัมพูชา” ด้วย

เมื่อปัญหาชายแดนปะทุ (ตั้งแต่กรกฎาคม 2568) ดูเป็นไปยืดเยื้อ เรื่องราวเครือข่าย ปตท.ในกัมพูชา ถูกกล่าว ถูกโฟกัส และอ้างอิงต่อเนื่อง ว่าด้วยความผันแปรทางธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการจาก ปตท.

ข้อมูลที่ปรากฏอย่างน่าสังเกต อยู่ในรายงานผลประกอบการ ซึ่งนำเสนอต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 (6 พฤศจิกายน 2568) งบการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย สำหรับงวดสามเดือนและเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 ฉบับแก้ไข (7 พฤศจิกายน 2568) และเอกสารนำเสนอ Opportunity Day 3Q2568 (21 พฤศจิกายน 2568)

ว่าด้วยภาพรวมสถานการณ์ OR ได้รายงานอย่างเจาะจงไว้

“กองทุนสำรองระหว่างประเทศ (The International Monetary Fund : IMF) ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจกัมพูชาขยายตัวที่ 4.8% ในปี 2568 และมีแนวโน้มขยายตัวลดลงในปี 2569 ที่ 4.0% โดยมีปัจจัยหนุนจากการเร่งส่งออกสินค้า และภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดีในช่วงครึ่งปีแรก ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทั้งปี อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจกัมพูชาได้รับแรงกดดันจากภายนอกสูง ทั้งภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สินค้าราคาถูกจากจีนที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญและภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ส่งผลต่อการบริโภคของประชากรภายในประเทศ ประกอบกับความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคธุรกิจ กระทบต่อความเปราะบางของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจด้วย”

ส่วนผลการดำเนินงาน OR เฉพาะไตรมาส 3

“มีรายได้ขายและบริการ 153,600 ล้านบาท ลดลง 13,566 ล้านบาท (-8.1%) จากไตรมาสก่อนหน้า โดยลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจ …กลุ่มธุรกิจ Mobility ลดลง 7.7% จากปริมาณจำหน่ายที่ปรับตัวลดลงตามสถานการณ์ตลาดที่แข่งขันสูง แม้ว่าราคาจำหน่ายเฉลี่ยต่อลิตรปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย กลุ่มธุรกิจ Global ลดลง 19.0% จากปริมาณจำหน่ายที่ลดลงในประเทศกัมพูชาเป็นหลัก ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาและกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ลดลง 0.5% จากธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ ตามปัจจัยฤดูกาล”

เกี่ยวกับเครือข่ายธุรกิจ เฉพาะในกัมพูชา (เทียบเคียงระหว่างไตรมาสแรก กับไตรมาสที่ 3) ได้ลดจำนวนลงไปพอสมควร โดยสถานีบริการน้ำมัน ได้ลดลงจาก 186 เหลือ 155 แห่ง และ Cafe Amazon จาก 254 เหลือ 217 ร้าน

หากกล่าวในภาพใหญ่ ว่าด้วยสัดส่วนรายได้ OR เฉพาะธุรกิจต่างประเทศ ที่เรียกว่า Global จากเดิม (ไตรมาสแรกปี 2568) ซึ่งมีสัดส่วน 7.8% จนถึงไตรมาสที่ 3 ได้ลดลงเล็กน้อย เหลือ 7.4%



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก
คำถามเชิงซ้อน : คำถามลวงให้เราตอบ
จากเวทีปราศรัยสู่หน้าฟีด : อ่านยุทธศาสตร์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ผ่านโซเชียลมีเดีย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (14)
ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’
จากแหวนทองคำ 2 พันปี สู่ใจคนเมืองเพชร ทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ อยากมี ‘มิวเซียมท้องถิ่น’