E-DUANG
เป้าหมาย 250 ส.ส.บนฐานคะแนนเสียง 20 ล้านจากทั่วประเทศเป็นเป้าหมายที่สูงและเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง
เหตุใดพรรคประชาชนจึงต้อง”ประกาศ”
จะกำหนดและเก็บไว้ในใจ หรือเป็นการภายในจำเพาะคณะ กรรมการบริหารพรรค หรือผู้อำนวยการเลือกตั้งก็ย่อมได้
ทำไมต้อง”แถลง” ทำไมต้องตอกย้ำและ”ยืนยัน”
ยิ่งหากนับจากฐานเดิม 151 ส.ส.และคะแนนเสียงกว่า 14 ล้านที่ได้มาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566
ก็ยิ่งต้องทะยานในลักษณะ”กระโจน”
จำเป็นต้องเพิ่มคะแนนเสียงร่วม 6 ล้านจำเป็นต้องขยายเขตให้ได้มากกว่า 112 ร่วม 50 จึงจะมีความเป็นไปได้
รู้ทั้งรู้เหตุใดพรรคประชาชนก็ยังตั้งเป็น”เป้าหมาย”
แม้โพลอันเป็นกระแสหลักจะสะท้อนแนวโน้มออกมาในลักษณะที่ว่าคะแนนนิยมอันดับ 1 ยังเป็นของพรรคประชาชน
แต่กระนั้น คะแนนในลักษณะ”นิรนาม”ก็ฟ้องออกมา
เป็นนิรนามในแบบยังหาบุคคลที่เหมาะสมไม่ได้ ยังหาพรรคที่เหมาะสมไม่ได้
ที่ปรากฏผ่านนิด้าโพล” ยิ่งวันก็ยิ่งสูง
สูงเหนือกว่าทุกพรรคการเมือง สูงว่าทุกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
นี่ย่อมเป็นดัชนีชี้ถึงความไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจ
ไม่ว่าจะต่อพรรคประชาชน ไม่ว่าจะต่อพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะต่อพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะต่อพรรคประชาธิปัตย์
แม้ว่านี่คือ”เป้าหมาย”ที่ทุกพรรคจะต้องพุ่งชนก็ตาม
หากประเมินผ่านผลของโพลแต่ละสำนักรวมถึงแม้กระทั่งโพลอันประเมินโดย AI ปัญญาประดิษฐ์
สะท้อนผลในลักษณะเบี้ยหัวแตก แหลกกระจาย
พรรคประชาชนอาจเป็นอันดับ 1 แต่ก็ตามมาติดๆโดยพรรค ภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย
แนวโน้มจะไม่มีพรรคใดชนะเด็ดขาดแบบ”แลนด์สไลด์”
ต้องยอมรับว่าการประเมินไม่ว่าจะจาก”โพล” ไม่ว่าจะจาก AI ปัญญาประดิษฐ์ล้วนอยู่บนรากฐานเดิม
เวลาอีก 2 เดือนที่เหลือต่างหากคือ ปัจจัยผลสะเทือนใหม่
จึงเด่นชัดว่า การเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อาจเสนอมิติใหม่ ปรากฏการณ์ใหม่
เหมือนที่เคยเกิดกับพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล
จังหวะก้าวนับแต่หลังยุบสภาเป็นต้นมาจึงเป็นจังหวะก้าวอันทรง ความหมายเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
ไม่ว่าจะอ่านโดย”นโยบาย” ไม่ว่าจะอ่านโดย”โพล”
เป็นความท้าทายไม่เพียงแต่ในด้านของพรรคการเมือง หากแต่ยังเป็นความท้าทายต่อการตัดสินใจของประชาชน
ล้วนรอเห็น”ปรากฏการณ์”และ”มิติ”ใหม่ทางการเมือง
