เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี
‘ความหวัง’ ของสังคมไทย
ในการเลือกตั้ง ‘8 ก.พ. 2569’
หมายเหตุ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เครือมติชนแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “Matichon Thailand Election 2026 : เลือกตั้ง เลือกอนาคต” และ “มติชน-เดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง 2569 : ฟังเสียงคนไทย”
โดยมีนักคิด นักวิเคราะห์ นักวิชาการ มาร่วมแสดงความคาดหวังต่อการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้
สุรนันทน์ เวชชาชีวะ
อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
การเลือกตั้งครั้งนี้ ผมคิดว่าเป็น “การเลือกตั้งอนาคต” ของประเทศจริงๆ ช่วงนี้พอตัดใจได้ว่าไม่เล่นการเมือง ผมมีโอกาสอ่านหนังสือเยอะ ในต่างประเทศก็คิดแบบเดียวกันว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปในประเทศของเขา มันมีประเด็นบางประเด็นที่ต้องมองในระยะยาว
อันแรกก็คือความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งมีผลกระทบไม่ใช่เฉพาะภัยพิบัติ แต่อย่างประเทศเกษตรเรา ฤดูกาลปลูกอะไรต่างๆ มันเปลี่ยนไปหมด
อันที่สองคือภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มันเปลี่ยน
อันที่สามคือช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน โจทย์ในแต่ละประเทศเหมือนกันหมด มันสูงมาก จนทำให้เกิดแรงปะทุจากคนที่เสียโอกาส
อันที่สี่ก็คือเรื่องเอไอ ที่มันอาจจะเปลี่ยนอนาคตของมนุษยชาติ
สี่อันนี้เป็นความท้าทายที่ผมคิดว่า ยังไม่มีพรรคการเมืองไทยพรรคไหนพูดชัดเจน แล้วมันอาจจะสะท้อนมาถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของคนที่ยังไม่ตัดสินใจด้วย เพราะเอาเข้าจริง ประชาชนส่วนหนึ่งรู้ว่าเรื่องพวกนี้เรื่องใหญ่
สี่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่อาจจะมีผลต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะถ้าเกิดระบอบประชาธิปไตยไม่ตอบโจทย์เหล่านี้ จะมีคนเสนอบอกว่า มันต้องมีทางเลือกอื่น (รัฐบาลพิเศษ – ผู้ดำเนินรายการ) ซึ่งผมไม่เห็นด้วย
ผมคิดว่า ในประเทศไทย ถ้าจากสี่เรื่องนี้ นักการเมืองต้องตระหนักถึงแนวนโยบายที่ชัดเจน ในการทำเรื่องพวกนี้ ถ้าให้มันเป็นระยะยาวขึ้น จะต้องมีการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่เพื่อปรับโครงสร้างของประเทศให้เดินต่อได้ ถ้าเลี้ยวไปในทางที่บอกว่าเป็น “รัฐบาลพิเศษ” หรือ “ไม่มีเลือกตั้ง” คนที่ไม่พอใจจะมีมากกว่า แล้วก็จะมีปัญหา
เพราะฉะนั้น เดินหน้าสู่เลือกตั้ง แต่ถ้าถามผมว่า วันนี้ผมจะเลือกพรรคไหน ผมขอดูว่าสี่เรื่องนี้พรรคไหนพูดได้และมีนโยบายที่ชัดเจน
รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ
ประชาธิปไตยคือเลือกให้เลวน้อยที่สุดนั่นแหละ แต่ต้องมองเห็นภาพว่า พรรคหรือคนที่จะมานำประเทศในสภาวะที่มันวิกฤต ทั้งการบ้านการเมือง เศรษฐกิจ เรื่องภูมิอากาศโลก เรื่องสงคราม เรื่องเอไอ มันต้องพลิกประเทศเลยนะ
เราจะมาคาดหวังกับ “สีเทาๆ ดำๆ” ให้จะมาเปลี่ยนประเทศ มันจะเปลี่ยนได้อย่างไร
ถ้าให้ประเมินตอนนี้ เรายังแพ้สีเทาแน่นอนในภาวะนี้
เพราะฉะนั้น ก็ต้องอย่าใช้ความรู้สึกในการเลือกตั้งอย่างเดียว ต้องดูองค์ประกอบด้านนโยบาย ความเป็นไปได้ของนโยบาย
ก็ต้องฝากพี่น้องประชาชนทุกคน

ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
จากประวัติศาสตร์ของโลก ผมศึกษามาหลายประเทศ จริงๆ แล้วความเปลี่ยนแปลงทางสังคมการเมือง ไม่ได้เกิดขึ้นในการเลือกตั้งแค่ 2-3 ครั้ง อย่างน้อยที่สุด ขั้นต่ำหนึ่งทศวรรษ อย่างนานก็คือ 1-2 ชั่วอายุคน
ผมกำลังจะบอกอย่างนี้ ภายใต้โครงใหญ่ที่เราอาจจะรู้สึกว่าการเลือกตั้งมันไม่เปลี่ยนแปลงอะไร แต่ผมคิดว่า ในทุกๆ การเลือกตั้งมันเหมือนการก่ออิฐ
วันนี้เราอาจจะไม่ได้ตึกที่ใหญ่โตมโหฬารอย่างที่เราวาดหวังไว้ แต่ในช่วงชีวิตหนึ่งของเราตอนนี้ เรากำลังค่อยๆ วางอิฐขึ้นมา เผื่อว่าวันหนึ่งมันจะกลายเป็นรากฐานที่นำพาให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางสังคมการเมือง
สรุปสุดท้าย ผมขีดเส้นใต้ว่า ถึงแม้ภายใต้อารมณ์ความรู้สึกของคนจะรู้สึกว่า เลือก (ตั้ง) ไปมันก็ไม่เปลี่ยนอะไร แต่ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งทุกครั้งมันเปลี่ยน อย่างน้อยที่สุดก็เปลี่ยนในทางภาคประชาชน อย่างน้อยคนเรียนรู้ ว่าเลือกพรรคนี้ไปเป็นอย่างไร เลือกคนนี้เป็นอย่างไร การเมืองมันไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่ง มันมีพลวัตเสมอมา
ก็หวังว่าการเลือกตั้งปี 2569 จะเป็นอีกหนึ่งประกายความหวังที่ค่อยๆ ส่งต่อจาก (คน) รุ่นสู่รุ่นในสังคมไทยต่อไป
รศ.ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โลกเราไม่ได้น่าอยู่ ถามผมว่าอยากไปบางประเทศไหมในเวลานี้ ผมบอกอยู่ประเทศไทยดีกว่า ผมคิดว่าประเทศไทยเรามีศักยภาพ แต่เราหยุดนิ่งนานเกินไป เราติดหล่มของตัวเองนานเกินไป เราต้องรีบคืน “ความเป็นปกติ” ให้การเมืองไทย
วิธีการหนึ่งก็คือทำให้การเมืองมันชัดเจน ทำให้บ้านเมืองของเรา “ทำนาย” ได้ เช่น อยู่ในสภา 4 ปี โอเคใกล้ 4 ปีค่อยเลือกตั้ง มันไม่ใช่แบบยุบวันนี้ ยุบวันหน้า ยุบวันไหน หรือจะโดนยุบพรรค โดนสอยหรือเปล่า เนื้อนาบุญที่จะทำให้ประเทศไทยคืนสู่สภาวะปกติก็คือการกลับเข้าสู่ลู่ทางของประชาธิปไตย เข้าสู่การเลือกตั้ง เข้าสู่ระยะเวลาที่คาดเดาได้ ทำนายได้
คนที่เป็นนักลงทุนไม่มีใครอยากอยู่กับประเทศที่คาดเดาอะไรไม่ได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ระบอบประชาธิปไตยถึงแม้จะมีส่วนที่มันบกพร่องเยอะแยะไปหมด เราไม่ชอบหมอนี่ แต่เขาได้เสียงส่วนใหญ่เข้ามา ก็ยอมรับไง แล้วรออีกสี่ปี นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าประชาธิปไตยให้เรา ให้ความหวัง และไม่มีใครผูกขาดอำนาจได้เกิน 4 ปี
สรกล อดุลยานนท์ (หนุ่มเมืองจันท์)
คอลัมนิสต์
ที่เราพูดกันทั้งหมด มันเหมือนกับว่าพรรคการเมืองกำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วมันจะเป็นไปตามนั้น
แต่จริงๆ แล้ว มันมีคำถามหนึ่งในช่วงเวลาทางการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งชอบพูดถามกันเยอะว่า ประชาชนอยู่ไหนในสมการนี้
ผมรู้สึกว่าวันนี้แหละครับ คนที่กำหนดเกมทั้งหมดคือประชาชน อำนาจทั้งหมดอยู่ที่ประชาชน
ผมว่านี่คือช่วงเวลาที่เรามีอำนาจสูงสุด
แล้วถ้าอยากให้ประเทศไทยมีอนาคตแบบไหน กำหนดเกมด้วยปากกาของคุณเอง
