ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ : เปิดนมคือทางเลือก? เมื่อเต้าเจนลอว์กลายเป็นปัญหาเฟมินิสต์

เฟมินิสต์คือการเคลื่อนไหวเพื่อความเท่าเทียมโดยเพิ่มอำนาจให้กับผู้หญิง (Empower)
คำว่าเฟมินิสต์ในทางปฏิบัติจึงเป็นตั้งแต่ขบวนการ, ความรู้ทางสังคมศาสตร์ และภาษาในชีวิตประจำวัน
ความแพร่หลายของคำทำให้คำนี้ถูกใช้ในความหมายต่างๆ เยอะไปหมดจากเรื่องความเท่าเทียมในการทำงาน, ภิกษุณี หรือทำแท้งที่ปลอดภัย ตราบใดที่ไม่ถึงขั้นบอกว่าเฟมินิสม์แปลว่าผู้หญิงเป็นควาย ผู้ชายเป็นคน
อิสรภาพในการใช้คำส่งผลง่ายๆ สองข้อ
ข้อแรกคือ ใครอยากพูดอะไรโดยอ้างเฟมินิสต์ก็ได้
และข้อสองคือ ใครอยากด่าอะไรโดยโยนไปที่เฟมินิสต์ก็ได้เหมือนกัน
ล่าสุด การแต่งตัวของ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ในวันเปิดหนังเรื่อง Red Sparrow ที่ลอนดอนก็จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงเรื่องเฟมินิสต์ขึ้นมาอีก
เพราะทันทีสื่อชี้ว่าเจนลอว์แต่งตัวเหมือนมาผิดงานเมื่อเทียบกับนักแสดงชาย

เธอก็โพสต์ตอบโต้ว่าชุดที่ใส่มันคือทางเลือกของเธอ และเฟมินิสต์เขาไม่วิจารณ์แบบนี้กัน
ในโลกที่ทุกเรื่องออนไลน์ การถกเถียงร่วมสมัยแบบนี้ย่อมเป็นประเด็นในโซเชียลไทยด้วย
แต่ขณะที่ “ดราม่า” ในสื่อฝรั่งนำไปสู่การถกแถลงว่าเฟมินิสต์คืออะไร และ “อะไรก็ตามที่ผู้หญิงเลือก” คือ “ทางเลือก” ตามที่นักแสดงพูดจริงหรือไม่
“ดราม่า” ในไทยกลับผูกเรื่องใหม่จนเข้าข่ายใช้เรื่องเก่าเต้าประเด็น
สรุปสั้นๆ คำถามจากสื่ออย่าง Jezebel และ New Statesman ที่มีประเด็น subtle เรื่องนักแสดงชายไม่ถูกทำให้เป็นสินค้าแบบนักแสดงหญิง ถูกโซเชียลไทยดราม่าเป็น “เฟมินิสต์” ด่าเจนนิเฟอร์โป๊ จากนั้นก็รุมยำว่า “เฟมินิสต์” ยุ่งเรื่องส่วนตัวผู้หญิง และสรุปว่า “เฟมินิสต์” คือเบอร์หนึ่งของการเหยียดเพศเดียวกัน
เมื่อวิวาทะเรื่องทางเลือกถูกตัดต่อไปอีกทาง ผลที่ตามมาคือลูกขุนออนไลน์รวมพลังด่าเฟมินิสต์เหมาไปหมด

ทั้งที่คำนี้ครอบคลุมคนทำงานด้านเพศสภาพตั้งแต่ ทิชา ณ นคร, ชลิดาภรณ์, มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ฯลฯ ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้, คนเริ่มวิวาทะนี้ในตะวันตกทำในสถานะ “สื่อ” ไม่ใช่ “เฟมินิสต์” และไม่มีเฟมินิสต์คนไหนสนการแต่งตัวของเจนลอว์
เฟมินิสม์คือการเคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มอำนาจผู้หญิงซึ่งย้อนไปถึงการยอมรับว่าผู้หญิงมีสิทธิเหนือทรัพย์สินและลูกในอังกฤษสองร้อยปีก่อน ระบบคุณค่าในจักรวาลเฟมินิสต์จึงได้แก่ความหลากหลาย, ความเสมอภาค, ความแตกต่าง หรือความยุติธรรม
ส่วนโป๊เป็นประเด็นศีลธรรมที่ไม่เกี่ยวกับเฟมินิสต์แต่อย่างใด
กลับไปเรื่องที่เถียงกันในสื่อฝรั่งอีกที
ประเด็นสำคัญที่เจนลอว์โต้สื่อคือการนุ่งเวอร์ซาเช่เกือบเปลือยอกในอากาศติดลบคือ “ทางเลือก”
ขณะที่ Helen Lewis ผู้ช่วย บ.ก. New Statesman ที่เริ่มวิจารณ์เธอนั้นชี้ว่าไม่ใช่ว่า “อะไรก็ตามที่ผู้หญิงเลือก” คือ “ทางเลือก” เสมอไป
เช่นเดียวกับที่เราไม่อาจพูดได้ว่าคนซีเรียที่ลงเรือหนีสงครามโดยยอมเสี่ยงเรือคว่ำตายกลางเมดิเตอร์เรเนียนคือมนุษย์ที่มี “ทางเลือก” โดยเสรี
ถ้าการแต่งตัวเกือบเปลือยอกกลางอากาศหนาวคือ “ทางเลือก” คำถามคือทำไมดาราชายในสถานการณ์เดียวกันไม่เจอ “ทางเลือก” แบบเดียวกัน
ทำไมทางเลือกของนักแสดงหญิงต้องพัวพันกับเนินนม, ความสวย และความสาว
ขณะที่ทางเลือกของนักแสดงชายมีพรมแดนครอบคลุมถึงความสามารถด้านการแสดง
มองในมุมนี้ “การได้เลือก” แตกต่างจาก “ทางเลือก” และทางเลือกต้องไม่ใช่สภาวะที่มนุษย์ยอมรับเส้นทางใดภายใต้ตัวเลือกซึ่งมีจำกัดตามที่ผู้อื่นกำหนด คนเราอาจจะได้เลือก แต่การเลือกภายใต้ตัวเลือกอันจำกัดจำเขี่ยนี้เป็นผลจากความกลัว, ความจำยอม หรือความไม่รู้ว่าจะออกจากการถูกจำกัดทางเลือกอย่างไร
ใครงงเรื่องนี้ก็ลองนึกถึงตอนทหารให้ประชาชนลงประชามติรัฐธรรมนูญก็ได้ “ทางเลือก” ของประชาชนมีแค่ยอมรับรัฐธรรมนูญทหาร หรือไม่อย่างนั้นก็ให้หัวหน้ากลุ่มยึดอำนาจเลือกรัฐธรรมนูญใหม่ตามใจ
เจนลอว์มีเสรีภาพในการแต่งตัว แต่การเลือกใส่เวอร์ซาเช่ครึ่งเต้าในอากาศ -1?C คือ “ทางเลือก” ที่เกิดขึ้นภายใต้กรอบที่ธุรกิจบันเทิงหรือแฟชั่นกำหนด “วาระ” ในการนำเสนอตัวเองของนักแสดงหญิงแน่ๆ
และที่ย้อนแย้งที่สุดคือการเปิดประเด็นนี้เกิดขึ้นในวันเปิดหนังที่เธอแสดงเป็นผู้หญิงซึ่งไร้ทางเลือกตลอดเวลา
ตัวละครหลักของ Red Sparrow คือโดมินิก้าซึ่งเป็นนักบัลเล่ต์เกรด ballerina อันเป็นคำที่ใช้กับผู้ที่ผ่านการฝึกอย่างดีและยาวนานจนเป็นนักเต้นหลักของคณะ
ยิ่งกว่านั้นคือเธอใหญ่ขนาดคณะบอลชอยจ่ายค่าบ้านกับค่าพยาบาลแม่ป่วยติดเตียงของเธอ
นี่จึงเป็นตัวละครที่เส้นทางชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบในบริบทรัสเซีย
โดมินิก้าสวรรค์ล่มเมื่อเธอถูกนักเต้นชายชนจนขาหักขณะแสดง เธอเต้นต่อไม่ได้ ไร้งาน และคณะเตรียมตัดเงินที่เคยให้เธอกับแม่

จากนั้นอาผู้เป็นรองผู้อำนวยการข่าวกรองรัสเซียก็บีบเธอเข้าโรงเรียนฝึกสายลับชื่อ Red Sparrow ที่ก่อตั้งบนแนวคิดว่าสงครามเย็นยังไม่จบ และรัสเซียต้องเตรียมเป็นผู้นำโลกอีกที
ชีวิตในโรงเรียนฝึกสายลับทำโดมินิก้าเหมือนคนตาย แม้ยังมีลมหายใจ เพราะเธอถูกสอนให้ทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองภารกิจรัฐเท่านั้น
คำว่า “ทุกอย่าง” ในที่นี้มีความหมายตั้งแต่อมให้คนแปลกหน้า ถ่างขาให้คนร่วมเพศกลางชั้นเรียน ยอมถูกข่มขืน
พูดง่ายๆ คือเปลี่ยนตัวเองเป็นอะไรก็ได้เพื่อข้อมูลที่รัฐต้องการ
ถ้าแก่นแท้ของมนุษย์คือการมีอัตลักษณ์ว่าตัวเองคือใคร เจนลอว์ใน Red Sparrow คือก้อนเนื้อเดินได้ที่ไร้ตัวตนจนไร้อัตลักษณ์อย่างที่สุด
คำสั่งรัฐลดความเป็นมนุษย์ของเธอจนเป็นแค่กลไกรัฐขั้นตัวตนของเธอไม่มีอยู่ การดำรงอยู่ของเธอไร้ค่า และมนุษยภาวะปราศจากความหมาย หากไม่เชื่อมโยงกับภารกิจรัฐบาล
ภายใต้หน้าหนังที่ดูซ้ำซากด้านชิงไหวชิงพริบเพื่อล้วงข้อมูลจากฝ่ายตรงข้ามตามสูตรหนังสายลับ Red Sparrow เป็นหนังที่ออกแบบให้คนดูสับสนว่าเรื่องเล่าของเจนลอว์อันไหนจริงอันไหนเท็จ เพราะตัวละครที่ไร้มนุษยภาวะนั้นย่อมเป็นอะไรก็ได้
มุมมองของเธอต่อเรื่องต่างๆ จึงลื่นไหลและเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

US actress Jennifer Lawrence arrives for the 90th Annual Academy Awards on March 4, 2018, in Hollywood, California. / AFP PHOTO / ANGELA WEISS
ท่ามกลางความน่าเบื่อแทบทุกอย่างในหนังตั้งแต่ต้นจนจบ Red Sparrow เล่าสภาพผู้หญิงตรงกับที่สื่อสายวิจารณ์เจนลอว์พูดไว้ว่า
อะไรก็ตามที่ผู้หญิงได้เลือก ไม่ได้เท่ากับ “ทางเลือก” เสมอไป
