bg-single

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (157)

07.01.2026

บทความพิเศษ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

33 ปี ชีวิตสีกากี

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (157)

ผู้ต้องหาใน ‘โรงพยาบาล’

วันที่ 2 สิงหาคม 2540 เป็นวันที่ 3 ของการนำตัวผู้ต้องหาคดีฆ่า ด.ต.ดุสิต รัตนมณี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะคดีนี้มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวโยงกันถึง 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา คือ อำเภอสิงหนคร อำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่ และอำเภอเทพา จึงต้องใช้เวลาในการเดินทาง ทำให้การทำแผนต้องใช้เวลาถึง 3 วัน

และวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการนำผู้ต้องหาไปชี้ที่บ้านเกาะแต้ว เลขที่ 36 หมู่ที่ 9 ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา เป็นบ้านของนายสุรินทร์ หรือรินทร์ สันทจิตร มือปืนร่วมกับนายสังคม หรือคมยิง ด.ต.ดุสิต และยังหลบหนีอยู่

บริเวณบ้านมีขนำที่นายสังคม หรือคมมาพักอาศัยหลังจากยิง ด.ต.ดุสิตแล้ว รอบบริเวณมีต้นไม้ใหญ่เล็กจำนวนมาก เหมาะแก่การหลบซ่อนตัว และยังได้พบกล่องใส่เหล้าต่างประเทศหลายกล่อง ที่นำมาใช้เป็นเป้าซ้อมการยิงปืน

จากร่องรอยกระสุนปืนที่เห็น แสดงว่ามีการซ้อมยิงด้วยกระสุนปืนจำนวนมาก และซ้อมยิงกันเป็นประจำสม่ำเสมอ มีทั้งรอยเก่ารอยใหม่

บ้านนี้อยู่ติดกับบ้านของนายชัชชัย หรือเผือก หรือจ่าเผือก จิตพิทักษ์ อดีตตำรวจเก่า และยังได้ตรวจพบกระดาษแผ่นใหญ่ที่เขียนบันทึกฤกษ์ยาม ที่เป็นยามอุบากองกำหนดไว้ว่า เวลานี้สามารถออกไปทำการยิงได้แล้วทุกอย่างจะปลอดโปร่ง รอดพ้นจากการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม

ตำรวจหลายคนสนใจหลักฐานชิ้นนี้มาก ผมเองก็สนใจ แต่เมื่อกลับมาถึงโรงพัก หลักฐานชิ้นนี้ก็สูญหายไป ไม่ทราบว่าใครเอาไปแล้ว

และสถานที่สุดท้าย นำผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คือที่บริเวณลีลารีสอร์ท ซึ่งอยู่ที่ ต.สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา เป็นสถานที่ที่นางพรณี หรือแก้ว วรรณวงศ์ กับ ด.ต.วิชัย หรือจ่าหมัด วรรณวงศ์ สามีของนางพรณี หรือแก้ว ได้พานายสังคม หรือคม นายสุรินทร์ หรือรินทร์ นายดลเล๊าะรือ ย่ามีน นายมโนชญ์ หรือยีกาด และนายยูโส๊บ หรือโส๊บอ้วนมาเลี้ยงฉลองความสำเร็จ หลังจากที่ยิง ด.ต.ดุสิต

และในวันนั้น ด.ต.วิชัย หรือจ่าหมัดได้ถามนายสังคม หรือคม ว่า ยิง ด.ต.ดุสิตไปกี่นัด นายสังคม หรือคมตอบว่า ยิงไป 4 นัด จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหากลับ

ในขณะที่อยู่ระหว่างควบคุมตัวนางพรณี หรือแก้ว วรรณวงศ์ ผู้ต้องหา ที่เป็นผู้ใช้จ้างวาน ให้ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ไว้ที่ห้องขังของ สภ.อ.สิงหนครอยู่นั้น นางพรณี หรือแก้ว ผู้ต้องหา ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ป่วยและมีความประสงค์จะเข้ารักษาตัว

พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอสิงหนคร จึงทำหนังสือถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลา และมอบหมายให้ ร.ต.อ.สมพร ขัติยะ รอง สวส.สภ.อ.สิงหนคร กับพวก นำตัวผู้ต้องหานี้ ไปตรวจรักษาพยาบาล

โรงพยาบาลสงขลา จึงได้รับตัวนางพรณี หรือแก้ว วรรณวงศ์ ไว้รักษา

วันที่ 4 สิงหาคม 2540 เวลาประมาณ 11.30 น. ร.ต.อ.ถวิล จันจุฬา หน.ฉก.ภ.จว.สงขลา ร.ต.อ.เศียร พรหมมา ด.ต.อนันต์ สะอาด ด.ต.โสภณ ชูชื่น จ.ส.ต.เจริญผล ตันติพงศ์ จ.ส.ต.สมปอง กล่ำมาตย์ ส.ต.อ.ชรินทร์ พุฒแก้ว ได้ร่วมกับกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.บางกล่ำ ซึ่งมี พ.ต.ต.ฉัตรชัย สุระวิโรจน์ สวป.สภ.อ.บางกล่ำ ร.ต.อ.ชรัชต์ พันธุรัตน์ ร.ต.อ.วิชัย สุขขัง ด.ต.ส่งเสริม ถวิลรมย์ ด.ต.กิตติ ใครหาญ จ.ส.ต.แวม เวียงคง จ.ส.ต.บุญธรรม วงศ์งาม ทำการยึดรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ หมายเลขทะเบียน สงขลา 1 ท-9935 ซึ่งเป็นรถกระบะคันที่นายมโนชญ์ หรือยีกาดขับนำมือปืนไปยิง ด.ต.ดุสิต รัตนมณี จนถึงแก่ความตาย แล้วหลบหนีไป

ต่อมารถยนต์คันดังกล่าวถูกขายไปและชุดสืบสวน ฉก.ภ.จว.สงขลาสืบทราบว่า ได้ถูกนำมาใช้ขับขี่ที่หมู่ที่ 1 ต.บ้านหาร อ.บางกล่ำ จ.สงขลา จึงทำการตรวจยึดจากนายก้อเล็ด หมัดอาดัม อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 1 ต.บ้านหาร อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี

เวลาประมาณ 20.00 น. ผมพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวพยาน จำนวน 3 คน ไปที่โรงพยาบาลสงขลา เกาะยอ ตึกอายุรกรรมชาย ชั้น 3 ห้อง 315 เพื่อชี้ตัวนางพรณี หรือแก้ว ผู้ต้องหา โดยมีพยานที่เป็นเจ้าของรถกระบะมิตซูบิชิสีดำ หมายเลขทะเบียน สงขลา 1 ท-9935 และพยานที่ได้รับการติดต่อขอซื้อรถกระบะคันดังกล่าวจากนางพรณี หรือแก้ว วรรณวงศ์ และ ด.ต.วิชัย หรือจ่าหมัด วรรณวงศ์ สามีของนางพรณี หรือแก้ว โดยนางพรณี หรือแก้วขอซื้อในราคา 190,000 บาท จากนั้นพยานทั้ง 3 คนได้เดินทางไปทำพิธีฮัจญ์ ที่เมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย และเดินทางกลับมาในวันที่ 29 เมษายน 2540 ซึ่งตรงกับวันที่เกิดเหตุ ด.ต.ดุสิตถูกยิง

ต่อมาต้นเดือนพฤษภาคม 2540 นางพรณี หรือแก้วได้ขายรถกระบะคืนให้พยานในราคาเดิม และมีการจ่ายเงินเป็นเช็คเงินสด ที่เรียกเก็บเงินโดยใช้บัญชีเงินฝากของนางพรณี หรือแก้ว

ในขณะที่ผมเห็นนางพรณี หรือแก้วอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลา มีสภาพที่สดชื่นมากเป็นปกติดีทุกอย่าง ไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ ทั้งสิ้น นอนพักบนเตียงอย่างสบายใจ

วันที่ 5 สิงหาคม 2540 สภ.อ.สิงหนคร โดย พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว ผกก. ได้ลงนามในหนังสือไปยังผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลา สอบถามว่ามีความจำเป็นที่จะต้องรักษาตัวนางพรณี หรือแก้ว วรรณวงศ์ ที่โรงพยาบาลสงขลาอีกต่อไปหรือไม่ เนื่องจากวันที่ 6 สิงหาคม 2540 พนักงานสอบสวนจะต้องนำตัวนางพรณี หรือแก้ว วรรณวงศ์ ผู้ต้องหา ส่งไปยังทัณฑสถานหญิงจังหวัดสงขลา ตามคำสั่งของศาลจังหวัดสงขลา

ในวันเดียวกันนั้น โรงพยาบาลสงขลาได้ออกใบรับรองแพทย์ เมื่อได้ตรวจร่างกายนางพรณี หรือแก้ว วรรณวงศ์ ผู้ต้องหาแล้ว ได้ลงความเห็นวินิจฉัยโรคว่า เป็นโรคความเครียด โรคทางกายปกติ

และสรุปความเห็นจากการตรวจร่างกาย ผลการตรวจปกติ ผลการตรวจเลือดปกติ มีแต่ปัญหาทางด้านจิตใจ วิตกกังวล และใบรับรองแพทย์ลงนามโดยแพทย์ผู้ตรวจ ยืนยันรับรองว่าเป็นความจริง

พนักงานสอบสวนจึงรับตัวนางพรณี หรือแก้ว วรรณวงศ์ กลับมาขังไว้ที่ห้องควบคุมของ สภ.อ.สิงหนคร

วันที่ 8 สิงหาคม 2540 ผกก.สภ.อ.สิงหนคร ได้รับวิทยุจาก พ.ต.ท.วนา อวะภาค สว.สภ.ต.ห้วยปลิง อ.เทพา จ.สงขลา แจ้งให้ทราบว่า สภ.ต.ห้วยปลิงได้จับกุมตัวนางพรณี หรือแก้ว วรรณวงศ์ กับนายบันเทิง จันทร์สว่าง ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน เหตุเกิดเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2540 เวลาประมาณ 13.40 น.ที่หมู่ที่ 6 ต.รำไพร อ.เทพา จ.สงขลา โดย สภ.ต.ห้วยปลิงจับกุมได้เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2540 และได้อนุญาตให้ประกันตัวไปชั่วคราวในวันเดียวกัน ในชั้นสอบสวนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นอีกคดีหนึ่ง

วันที่ 9 สิงหาคม 2540 ผมได้รับบันทึกคำรับสารภาพที่เขียนด้วยลายมือของนายสังคม หรือคม สายสลำ ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่า ด.ต.ดุสิต รัตนมณี จำนวน 8 แผ่น โดยมีความประสงค์ที่จะบอกเล่าคดีที่ตนเองเป็นมือปืนรับจ้าง และไปยิงเหยื่อในคดีไหนบ้าง แต่ละครั้งที่ไปยิงจำนวนค่าจ้างที่ได้รับจำนวนเท่าไร โดยเขียนเพราะมีความสำนึกผิด ต้องการจะกลับตัวเป็นพลเมืองดี ต้องการที่จะช่วยเหลือทางราชการ เพื่อให้การพิจารณาคดีรวดเร็วยิ่งขึ้น และต้องการจะเปิดเผยความจริงทั้งหมดที่ไม่มีผู้ใดทราบให้ได้รับทราบ

ทั้งนี้เป็นไปด้วยความสมัครใจของตนเอง ไม่มีใครมาบังคับ ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือให้สัญญาแต่ประการใด และไม่มีการทำร้ายร่างกาย เพื่อบีบบังคับให้รับสารภาพแต่อย่างใด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี
Space within space