bg-single

เจาะข่าวเด่น แวดวงยานยนต์ไทย 2025 ญี่ปุ่นลุย EV จีนสวนกลับด้วยไฮบริด

03.01.2026

ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต

ต่อเนื่องจากฉบับที่แล้ว ซึ่งเจาะลึกประเด็นเด่นในแวดวงยานยนต์ไทย ปี 2025

ประเดิมด้วยการสิ้นสุดมาตรการ EV3.0 และเริ่ม EV3.5 ซึ่งส่งผลกระทบและมีความน่าสนใจในหลายมิติ

ฉบับนี้ยกมาประเด็นหลักที่เกิดขึ้นในปี 2025 นั่นคือการแลกหมัดของรถแบรนด์ญี่ปุ่นและจีน

ด้วยการที่แบรนด์รถยนต์จากทั้ง 2 ชาติ เปิดศึกกลุ่มรถยนต์ EV และไฮบริด อย่างดุเดือดตลอดปีที่ผ่านมา

ค่ายญี่ปุ่นร่วมบู๊รถยนต์ EV

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคนไทยคุ้นเคยกับรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV โดยเฉพาะรถจากจีนที่ครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด

จนมีคำถามมากมายทั้งในไทยและทั่วโลกว่า เจ้าตลาดยานยนต์โลกอย่างประเทศญี่ปุ่น ไม่คิดจะลงมาเล่นตลาดนี้บ้างหรือไร?

จริงๆ แล้วค่ายหลักของญี่ปุ่นที่คนไทยและทั่วโลกคุ้นเคย เช่น โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน อีซูซุ หรือมิตซูบิชิ ทดสอบและพัฒนารถยนต์ EV มาโดยตลอด

รวมถึงทำควบคู่กับพลังงานทางเลือกอื่นๆ เช่น ไฮโดรเจน ไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริด

ตามกลยุทธ์ Multi-Pathway Approach หรือเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบ แทนที่จะมุ่งเน้นเฉพาะ BEV (รถไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน)

ค่ายญี่ปุ่นยังผลักดันเทคโนโลยี Hybrid (HEV), Plug-in Hybrid (PHEV) และรถพลังงานไฮโดรเจน (FCEV)

แต่ตามประสาวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่เน้นแบบให้สมบูรณ์พร้อม และพัฒนาไปถึงระดับหนึ่ง ตรวจซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการ

จึงทำให้ดูเชื่องช้าไปไม่น้อยหากเทียบกับรถจากจีน ที่ส่งขายทั่วโลกแบบพรวดพราด และมีหลายสิบหรือเป็นร้อยๆ แบรนด์

ในไทยเองค่ายญี่ปุ่นมีแผนลงทุนรวมกว่า 150,000 ล้านบาท ใน 5 ปี เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

เจ้าแรกที่เริ่มก่อนคือฮอนด้า ที่ส่งรุ่น ‘e:N1’ ออกจากสายพานการผลิตในไทย เพียงแต่รุ่นแรกที่ออกมาราคาสูงพอสมควร เน้นทำตลาดเช่าใช้ผ่านบริษัทรถเช่าเท่านั้น

เรียกว่าเป็นการชิมลางให้คนไทยคุ้นเคย

ขณะที่โตโยต้า นำเข้ารุ่น bZ4X มาทดลองตลาด แต่ราคาก็ไหลไปไกลเหลือเกิน

จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสู้กับรถจากจีน ที่เน้นราคาต่ำล้าน หรือบางรุ่นแค่ไม่กี่แสนบาท ชนิดที่คนไทยมองว่าคุ้มค่ามากๆ

หรือหากเป็นรถราคาเกินล้าน ไปจนถึงแพงกว่านั้น ก็ใส่เทคโนโลยีและออปชั่นมาชนิดไม่อายรถยุโรปเลย

2025 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง

หลังปล่อยให้ค่ายรถจากจีนหยุมหัวมาหลายปี จนแชร์ส่วนแบ่งการตลาดรถ EV ไปไม่น้อย

ในปี 2025 ถือเป็นปีที่ค่ายรถจากญี่ปุ่น เทน้ำหนักให้รถ EV มากขึ้น

ฮอนด้า e:N1 กลับมาทำตลาดด้วยราคาเข้าถึงได้อยู่ที่ 1,199,000 บาท ใช้พื้นฐานจากรุ่นยอดนิยม HR-V

ขณะที่โตโยต้า ส่ง bZ4X รุ่นไมเนอร์เชนจ์ กลับมาในตลาดเมืองไทย เป็นแบบนำเข้าจากญี่ปุ่น ราคา 1,529,000 – 1,649,000 บาท

ที่สามารถกดราคาลงได้เพราะเข้าโครงการ EV3.5 ได้เงินอุดหนุนและส่วนลดภาษี

พร้อมกันนี้ยังส่งปิกอัพ Hilux TRAVO-e แบบ 4 ประตู ราคา 1,491,000 บาทเข้ามาชิมลาง พร้อมๆ กับการแนะนำรุ่นใหม่ Hilux TRAVO เครื่องดีเซล

โตโยต้ายังวางแผนขยายไลน์อัพตระกูล bZ Series ในอนาคตอีกด้วย

เช่นเดียวกับค่ายมาสด้า ส่งรถไฟฟ้ารุ่น 6e เข้ามาอวดโฉมและเปิดให้จองสิทธิ์ ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ไม่นับค่ายอีซูซุ ที่เคยอวดโฉมรถปิกอัพไฟฟ้า และคาดว่าจะตามมาในไม่ช้า

ด้วยชื่อชั้นของแแบรนด์ บวกกับศูนย์บริการ เชื่อว่าทำให้ผู้ซื้อชั่งใจประมาณหนึ่ง

บวกกับการหมดมาตรการ EV3.0 ทำให้ค่ายรถจากจีนจำนวนหนึ่งอาจปรับราคาขายขึ้น

น่าจะทำให้ค่ายรถไฟฟ้าจากญี่ปุ่นชิงส่วนแบ่งการตลาดมาได้ไม่มากก็น้อย

ระเบิดศึกจัดหนักรถไฮบริด

พร้อมๆ กับการเริ่มทำตลาดรถยนต์ EV อย่างจริงจัง ค่ายญี่ปุ่นยังเฮโลส่งรถรุ่นใหม่ หรือไมเนอร์เชนจ์ใส่ขุมพลังไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริด เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2025

แบรนด์หลัก เช่น โตโยต้า มี Corolla Cross Hybrid เอสยูวีไฮบริดขนาดกลาง

ตามมาด้วย Yaris Cross Hybrid

Innova Zenix Hybrid เอ็มพีวี 7 ที่นั่ง เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร

ไปจนถึงรุ่นเล็ก Toyota Yaris ATIV HEV

ส่วนฮอนด้า จัดหนักไม่แพ้กัน ทั้ง City e:HEV ซีดานและแฮตช์แบ็กขนาดเล็ก

HR-V e:HEV, Accord e:HEV

และล่าสุดกับ Honda STEP WGN e:HEV เอ็มพีวี 7 ที่นั่งกลับมาวางจำหน่ายในไทย

มิตซูบิชิ มี Xpander HEV เอ็มพีวี 7 ที่นั่ง และ xFORCE HEV

นิสสัน มีรุ่นใหม่ X-Trail e-POWER e-4ORCE และรุ่นครอบครัวยอดนิยม Serena e-POWER และไฮบริด

เรียกว่าก่อนที่จะลุยตลาดรถ EV แบบจัดหนัก ค่ายญี่ปุ่นส่งเครื่องยนต์ทางเลือกมาแข่งกับค่ายจีนล่วงหน้าแล้ว

ค่ายจีนไม่ท้อ-เปิดศึกโต้กลับ

ใช่ว่ารถยนต์พลังงานไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริด จะมีจากญี่ปุ่นเท่านั้น แบรนด์จีนก็ส่งมาเป็นทางเลือกให้ลูกค้าที่ยังลังเลว่าจะเปลี่ยนมาใช้รถ EV ดีหรือไม่ด้วย

รุ่นเด่นๆ อาทิ เอ็มจี HS Plug-in Hybrid รุ่นใหม่เปิดตัวช่วงต้นปี 2025 และ MG3 Hybrid+แฮตช์แบ็ก 5 ประตู

GWM ส่งบิ๊กเบิ้ม Tank 500 HEV เอสยูวี 7 ที่นั่งขับเคลื่อน 4 ล้อ และ Haval Jolion HEV

BYD เจ้าพ่อรถ EV เมืองไทย มี Sealion 6 DM-i เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด และ Seal 5 DM-i ซีดานปลั๊กอินไฮบริด

JAECOO นอกจากมีรถ EV แล้ว ส่ง JAECOO 7 PHEV เข้ามาทำตลาดด้วย

ยังมีอีกหลายค่ายที่ส่งรถยนต์พลังงานไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริด เข้ามาร่วมแชร์ส่วนแบ่ง

แม้ภาพรวมยอดขายรถกลุ่มนี้ยังเป็นของ 2 เจ้าใหญ่ทั้งโตโยต้าและฮอนด้า แต่รถพลังงานทางเลือกจากจีน หรือเกาหลี เริ่มตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ

โดยเฉพาะกลุ่มหัวแถวทั้ง BYD, GWM และ MG ให้น้ำหนักกับรถกลุ่มนี้มากเป็นพิเศษ

ใช้โมเดลคล้ายๆ รถ EV เพิ่มสเป๊ก เพิ่มออปชั่น ชูความคุ้มค่า คุ้มราคา

ทำให้ปี 2025 เหมือนเปิดศึกซัดกันคนละหมัดระหว่างรถจากญี่ปุ่นกับจีนก็ว่าได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

PEAKY BLINDERS : THE IMMORTAL MAN | ‘ราชายิปซี’
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (1)
ดันดาดัน : เพราะโลกมีผี เอเลียนถึงบุกโลกไม่ได้
‘Laufey in Bangkok’ ‘เมโลดี้จับใจ’ ในโลกที่เกือบจะไร้ ‘ท่วงทำนอง’
ศธ.ล้างไพ่ พ.ร.บ.การศึกษาฯ โจทย์ใหญ่ อนาคตประเทศ
ช่องว่าง
เข็ดแล้ว พอแล้ว ไม่แต่งงานแล้ว
ฉุด-หนีตาม วัฒนธรรมประชาชน
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (3)
‘ถนน ที่ไม่ได้อยู่ในฝัน’
อัพ สกิล ทางไหน | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | ระหว่าง ปฎิทิน กับ ปฏิรูป สะท้อน ความคิด การเมือง