E-DUANG
การรอคอย”คณะบริหาร”ไม่ว่าจะจากพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะจากพรรคกล้าธรรม ระทึกใจอย่างยิ่ง
ระทึกใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า”แคนดิเดต นายกรัฐมนตรี”
ระทึกใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ารายชื่อและลำดับ”บัญชีรายชื่อ”แต่ละพรรคการเมือง
ถามว่าก่อนหน้านี้เคยระทึกใจหรือไม่
อาจระทึกใจ แต่ไม่มากเท่าครั้งนี้ อาจอยู่ในความคาดหมาย แต่มิได้สะท้อนความนัยอะไรลึกซึ้งเท่าครั้งนี้
ปัจจัยอะไรเร้าให้เกิดความรู้สึกรอคอย
การรอคอยที่ไปไกลถึงระดับมีการเปิดตัว”รองนายกรัฐมนตรี”เป็น เรื่องแปลกอย่างยิ่งอยู่แล้ว
ไม่เคยมีในยุคเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544 แน่นอน
ไม่เคยมีในยุคเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 ยุคเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566 แน่นอน
แต่สำหรับเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปรากฏแล้ว
เห็นได้จากพรรคภูมิใจไทยระบุว่า นายเอกนิติ ทัณฑ์ประภาส นางศุภขจี สุธรรมพันธุ์ คือ นายกรัฐมนตรี
แต่ยังไม่ปรากฏชื่อจาก พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม
ขณะที่เกิดความเชื่อว่า หากพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล “รองนายกรัฐมนตรี”น่าจะเป็นใคร
กระนั้น พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม ก็ยังไม่ประกาศชื่อ”รัฐมนตรี”
เว้นแต่จะคาดเดาด้วยความเคยชินที่ผ่านมา
ถามว่าปัจจัยก่อให้เกิด”คำถาม”ทางการเมืองถึง”รองนายกรัฐมน ตรี” ถึง”รัฐมนตรี”มาได้อย่างไร
ตอบได้เลยว่า เกิดจาก”ระเบิด”จากพรรคประชาชน
เมื่อพรรคประชาชนกำหนดว่าหากเป็นรัฐบาลรองนายกรัฐมนตรีของตนจะเป็นใครบ้าง
กำหนดเอาไว้ถึง 4 คน 4 เสาหลัก
เท่านั้นไม่พอเมื่อเดือนมกราคม 2569 เดินทางมาถึงยังเป็นกำหนดที่พรรคประชาชนจะปล่อยตัว”ทีมบริหาร”ออกมา
เป็น”ทีมบริหาร”อันประสานกับโครง”รองนายกรัฐมนตรี”
ต้องยอมรับว่ายุทธการ”ปักธง”ในทาง”ความคิด”จากพรรค ประชาชนครั้งนี้ส่งผลสะเทือนอย่างลึกซึ้ง
ต่อพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม
อาจมองว่าเป็นเพียงการปักธงในทาง”ความคิด” แต่เมื่อก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวตามมา
ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม
ก็จำเป็นต้องยอมรับว่าการขยับของพรรคประชาชนได้สำแดงบทบาทในทางการเมืองอย่างเป็นจริง
กลายเป็น”โจทย์” กลายเป็น”ประเด็น”ทางสังคม
