E-DUANG
เหตุเกิดที่ชลบุรีเมื่อวันที่ 11 มกราคม กับเหตุเกิดที่ชลบุรีเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม กำลังถูกมองในลักษณะ
คนละเรื่องเดียวกัน
คงจำกันได้ว่าเหตุเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมเกิดขึ้นเบื้องหน้า นส.รักชนก ศรีนอก
เหตุในวันที่ 11 มกราคม เกิดกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เหมือนกับเป็นเรื่องส่วนตัวคือสะท้อนถึงความไม่พอใจต่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ นส.รักชนก ศรีนอก
แต่ก็มิอาจแยกออกจากความเป็น”การเมือง”
ความเป็นการเมืองของเรื่องราวมิได้เนื่องเพราะ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ นส.รักชนก ศรีนอก เป็น”นักการเมือง”
หากแต่เพราะเป้าหมายในการเข้าร่วม”กิจกรรม”
ในวันที่ 27 ธันวาคม นส.รักชนก ศรีนอก ไปให้กำลังใจกับว่าที่ผู้สมัครส.ส.แห่งพรรคประชาชน
ขณะที่ในวันที่ 11 มกราคม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้รับมอบหมายจากพรรคประชาชนให้เป็นตัวแทนในการดีเบตประเด็นทางเศรษฐกิจ
นส.รักชนก ศรีนอก เป็นว่าที่ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็น”ผู้ช่วยหาเสียง”ให้กับพรรคประชาชน
“อุบัติการณ์”ที่เกิดขึ้นมาจาก”รอยแค้น”ในอดีต
เป็นรอยแค้นทางการเมืองที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคย ก่อไว้ตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 เป็นรอยแค้นทางการเมืองที่ นส.รักชนก ศรีนอก เคยทำไว้กับนักการเมืองชลบุรี
เมื่อเกิดเหตุ”สปอตไลต์”จึงฉายจับ”ดิจิตัล ฟุตพรินท์”พลัน
การที่มีประชาชนเข้าไปร้องตะโกนด่า นส.รักชนก ศรีนอก จึงมิได้เป็นเรื่องไร้ร่องรอย
ตรงกันข้าม มีความชัดเจน
การที่มีเสียงโห่ฮาพร้อมกับขับไล่ตั้งแต่เริ่มมีการพูดบนเวทีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ก็สามารถเข้าใจได้ในรากฐานความเป็นมา
จับจากความรับรู้ของ นายกิตติ สิงหาปัตย์ หรือแม้กระทั่ง นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา แห่งช่อง 3
รู้อยู่แก่ใจ เพียงแต่ไม่ระบุออกมาโดยตรง
มั่นใจได้เลยว่าพรรคต้นสังกัดของนักการเมืองคนนั้นก็อ่านออกทะลุปรุโปร่ง
คนอื่นๆที่นั่งบนเวที”ดีเบต”ก็อ่านออก
อ่านออกเพราะ”ดิจิทัล ฟุตปรินท์”ของการดีเบตในอดีต อ่านออกเพราะจับกระบวนท่าอันสำแดงออก
นี่ย่อมเป็น”ลายมือ”และความเคยชินทาง”การเมือง”
ต้องการประจาน ต้องการหยามหมิ่น สำแดงออกอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา
ในแบบของ”นักเลง” ในแบบของ”บ้านใหญ่”
