วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com
ว่าด้วยเรื่องเร้าใจ เกี่ยวกับธนาคารเก่าแก่ของไทย สามารถปรับตัวตามยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน
ช่วงเวลานี้ สังคมไทยในภาพใหญ่ทุกมิติกำลังเผชิญหน้ากับแรงบีบคั้นครั้งสำคัญให้ปรับตัว ปรับโครงสร้าง หากจะว่าเฉพาะสังคมธุรกิจ กรณีธนาคารไทยพาณิชย์ถือเป็นบทเรียนใหญ่ ควรอ้างอิง
ธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่เพียงเป็นธนาคารไทยเก่าแก่ที่สุด (ก่อตั้งปี 2449) ที่อยู่มาได้จนครบ 120 ปีแล้ว หากเป็นธุรกิจสำคัญ เชื่อมโยงกับสถาบันของชาติ มีบทบาทสำคัญ สามารถก้าวข้ามยุคสมัยแห่งการพลิกผันเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ๆ มาได้ ด้วยแผนการปรับตัวอย่างกระฉับกระเฉง โดยเฉพาะนับตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนาม หรือราวครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา
แม้ช่วงเวลานี้ คงมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเช่นนั้น เมื่อโฟกัสแต่ละช่วงเวลาแห่งการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงนั้น ล้วนผ่านการคัดสรรได้มาซึ่งผู้นำใหม่ๆ
เปิดฉากยุคใกล้ ด้วยประจิตร ยศสุนทร ผู้มากับยุคใหม่ธนาคารไทยพาณิชย์
“…เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ สะท้อนการปรับตัวครั้งใหญ่ สร้างโอกาสทางธุรกิจกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 มีบทบาทหนึ่งที่สำคัญ สนับสนุนเครือข่ายธุรกิจสำนักงานทรัพย์สินฯ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างมาก เคียงคู่กับเครือซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี” ผมเองสรุปภาพไว้
ที่จริงข้างบนนั้น เป็นการมาของนายกกรรมการธนาคารไทยพาณิชยฺคนใหม่ด้วย-พูนเพิ่ม ไกรฤกษ์ (2515-2530)
ประจิตร ยศสุนทร มาตามแบบแผนหนึ่ง ในยุคนั้น ธนาคารไทยดั้งเดิมแสวงหาผู้บริหารมืออาชีพ เขามาในฐานะผู้มีประสบกาณ์จากธนาคารแห่งประเทศไทย สู่ผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ อยู่ในตำแหน่งถึง 11 ปี (2516-2527) แล้วขยับเป็นประธานกรรมการบริหารอีก 15 ปี (2527-2542) ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวควบตำแหน่งนายกกรรมการฯ (2530-2541) ด้วย
ที่สำคัญ ประจิตร ยศสุนทร ได้ชักนำผู้บริหารรุ่นใหม่ สืบทอดการบริหารในช่วงกว่า 3 ทศวรรษ ได้แก่ ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ (ผู้จัดการใหญ่ 2527-2535) โอฬาร ไชยประวัติ (ผู้จัดการใหญ่ 2535-2542) และชฎา วัฒนศิริธรรม (ผู้จัดการใหญ่ 2542-2550)
อย่างที่อ้างไว้ พัฒนาการธนาคารไทยพาณิชย์ในยุคนั้นเป็นไปอย่างก้าวกระโดด มีสถิติอันน่าทึ่ง แค่ 2 ทศวรรษ (2513 -2533) สินทรัพย์เพิ่มขึ้นจากระดับ 12,000 ล้านบาท มาทะลุ 1 แสนล้านบาท (จาก หนังสือ “CENTURY OF GROWTH” The first 100 years of Siam Commercial Bank)
ยุคประจิตร ยศสุนทร ให้ความสำคัญกับผู้มีประสบการณ์ธุรกิจธนาคาร ส่วนใหญ่มาจากธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารระดับโลก ทั้งมีภูมิหลังแห่งสายสัมพันธ์ดั้งเดิม ผ่านการศึกษาในต่างประเทศ ส่วนใหญ่มาจากสหรัฐ สอดคล้องกับยุคสมัยอิทธิพลสหรัฐอเมริกา
ยุคประจิตร ยศสุนทร สิ้นสุดลง จากแรงบีบคั้นด้วยเผชิญปัญหาครั้งใหญ่ ในวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญในช่วงปี 2540 จึงข้ามมาสู่อีกยุค ผู้มีประสบการณ์จากระบบธนาคารไทยในร่างเงาครอบครัว เข้ามาบทบาท เกือบ 25 ปี จากช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก้าวผ่านวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ
ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย มาเป็นประธานกรรมการบริหารธนาคารไทยพาณิชย์ (ตั้งแต่ปี 2542) ตามมาด้วยแผนการเรียกว่า Change Program (ตั้งแต่ปี 2544) อีกนานพอควร มาถึงแผนการ “Going Upside Down” (กลับหัวตีลังกา) ต้นปี 2561 จากนั้น (ปี2564) ประกาศโครงสร้างธุรกิจใหม่ เป็น “ยานแม่” (Mothership) ใหม่ ให้บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) เข้าสวมบทบาทและกลายเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) แทนธนาคารไทยพาณิชย์ (1 มีนาคม 2565)
ยุค ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย “ผู้นำซึ่งไม่ได้มาจากโมเดล และสายสัมพันธ์ดั้งเดิม” ผมว่าไว้ ด้วยมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจธนาคารกับการคัดสรรผู้นำใหม่ๆ ปรับเปลี่ยนไปจากเดิม เชื่อว่าเป็นไปตามบริบท ด้วยธุรกิจใหญ่ๆ มีความสัมพันธ์กับสังคมไทยอย่างแนบแน่น และกับผู้คนในสังคมวงกว้างมากขึ้น
กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ (2550-2558) แม้ผ่านการศึกษาในต่างประเทศ แต่มีประสบการณ์ยาวนานในฐานะผู้บริหาร Unilever ในประเทศไทย ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างที่เรียกกันว่า Fast-moving consumer goods (FMCG)
ตามมาด้วย อาทิตย์ นันทวิทยา ผู้ผ่านการศึกษาในระบบไทย มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับระบบธนาคาร และผ่านงานบริหารธุรกิจระดับโลก เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (2559-2565)

เมื่อผ่านกระบวนการแปลงร่างเป็นเอสซีบี เอกซ์ ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย สืบต่อเป็นประธานกรรมการ และอาทิตย์ นันทวิทยา เป็นประธานกรรมการบริหาร ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ (กลายเป็นธุรกิจหนึ่ง ในเครือเอสซีบี เอกซ์)ได้แต่งตั้งประธานกรรมการบริหารคนใหม่-กฤษณ์ จันทโนทก (1 สิงหาคม 2565) ผู้มีโปรไฟล์ตามแบบแผนคล้ายๆ อาทิตย์ นันทวิทยา
ระหว่างทางนั้น (ปี 2562) มีการเปลี่ยนแปลงภายในอย่างมีนัยยะ ทั้งนามผู้ถือหุ้นใหญ่ กับการเข้ามาของกรรมการ ตัวแทนจากสำนักงานทรัพย์สินฯ หน้าใหม่ๆ ในจังหวะนั้น อานันท์ ปันยารชุน นายกกรรมการฯ (2550-2562) คนสำคัญ “ครบวาระและแจ้งความประสงค์ไม่ขอรับการต่อวาระ” อีกระยะหนึ่ง ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย นายกกรรมการฯ คนต่อมา ซึ่งแปลงร่างประธานกรรมการเอสซีบี เอกซ์ แล้ว ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง (20 กรกฎาคม 2567)
มีเหตุการณ์ที่ดูตื่นเต้นและแตกต่าง เอสซีบี เอกซ์ ประกาศ (มิถุนายน 2568) แต่งตั้งประธานกรรมการบริหารคนใหม่ล่วงหน้าถึงหนึ่งปีครึ่ง- ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ จะขึ้นดำรงตำแหน่งในวันที่ 1 มกราคม 2570 แทนอาทิตย์ นันทวิทยา
ล่าสุด เอสซีบี เอกซ์ ประกาศการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งระดับสูงอีกครั้ง
“กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) จะดำรงตำแหน่งจนครบวาระในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และได้แจ้งความประสงค์ไม่ขอต่อสัญญาใหม่”
ในถ้อยแถลงนั้นยังเน้นด้วยว่า
“คณะกรรมการบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับคณะกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้พิจารณาคัดเลือก บุคคลที่เหมาะสมจากภายในกลุ่ม เพื่อดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารไทยพาณิชย์คนต่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการนำเสนอหน่วยงานกำกับเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป”
กรณีข้างต้นถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจพอสมควร ด้วยกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ จะกลายผู้บริหารที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุด (2565-2569) ในประวัติศาสตร์ธนาคาร ทั้ง ๆ ที่เขามีอายุไม่มาก
เพื่อพิจารณาไทม์ไลน์โดยรวม ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา ไม่อาจถือได้ว่าเป็นความเป็นไปอย่างปกติที่ควรจะเป็น ด้วยมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการและผู้นำอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่อยู่ในช่วงเวลาคาบเกี่ยวต่อเนื่องกับปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่
“สถานการณ์การแข่งขันที่เข้มข้นของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และการไหลบ่าเข้ามาของธุรกิจ platform ระดับโลกที่กำลังจะกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของธุรกิจธนาคาร ในการนำเสนอบริการทางการเงินและการลงทุน กอปรกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปิดรับการใช้เทคโนโลยีอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ส่งผลกระทบให้การบริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก” อาทิตย์ นันทวิทยา เคยกล่าวไว้ (อ้างอิงถ้อยแถลง “22 มกราคม 2561-ผ่ายุทธศาสตร์ไทยพาณิชย์ ‘Going Upside Down’ (กลับหัวตีลังกา)..”)
จะว่าไป เป็นการปรับตัวอย่างแตกต่าง เมื่อเทียบกับความเป็นไปในยุคสงครามเวียดนามและวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจปี 2540 ทั้งสองครั้งนั้น ภาพแห่งปัญหามีความชัดเจน ทว่าจากนี้ไปมีความซับซ้อน ทั้งปัญหาภายใน และสถานการณ์ซึ่งเผชิญความเสี่ยงไม่น้อย ในทำนอง “ยิ่งมองไม่เห็นชัด ยิ่งน่ากลัว” ต้องอ้างอิงด้วยบทวิเคราะห์และแผนการอันหลักแหลมของผู้นำใหม่ ผู้เข้าใจ มองไปข้างหน้า กล้าที่ปรับตัวเปลี่ยนแปลงในเวลาอันควร เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าติดตาม
เชื่อว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ 120 ปี กับบทเรียนความอยู่รอดเป็นภาพสะท้อนในมิติกว้างกว่าที่คิด
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
