E-DUANG
บนเวทีดีเบตที่เมืองพัทยา เมื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แสดงความคาดหมายว่าแนวโน้มการเลือกตั้ง หากมิใช่พรรคประชาชนได้ชัยชนะ พรรคภูมิใจไทยก็ต้องได้ชัยชนะ
แม้จะถูกสะกิดอย่างสุภาพจาก นายสรวงศ์ เทียนทอง ว่ามีพรรคเพื่อไทยรวมอยู่ด้วยนะ
คำยืนยันอย่างฉับพลันของ นายธนาธร จึงรุ่งเรือง ที่ว่า
“นี่เป็นบทสรุปของพรรคประชาชน” ในอีกด้านหนึ่งก็มิได้ปัด
ปฏิเสธต่อความมุ่งมั่นของพรรคเพื่อไทยก็เป็นเช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน
คำถามมิได้อยู่ที่ความคิด หากแต่อยู่ที่”เป้าหมาย”ไม่ว่าจะเป็นของพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาชนว่าตัวเลขอยู่ที่จำนวนเท่าใด
มีเพียงพรรคประชาชนเท่านั้นที่ระบุออกมา
เป็นการระบุโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เมื่อนำคณะมาเยือนสำนัก”มติชน”ตั้งแต่ก่อนกำหนดวันเลือกตั้งว่า
เป้าอยู่ที่ 20 ล้านเสียง และอยู่ที่ 250 เสียง
และเมื่อประสบกับมรสุมทางการเมืองโหมกระหน่ำระลอกแล้วระลอกเล่าไม่ว่ากรณี”บางพลัด”ไม่ว่ากรณี”ตาก”รวมถึงคำถามที่ว่า”ทหารมีไว้ทำไม”
นายศรายุทธ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องและถามถึงความรับผิดชอบ ก็ได้ออกมายืนยันว่า
หากได้รับเลือกต่ำกว่า 200 จะลาออกจากตำแหน่ง
ยิ่งทำให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าแม้จะประสบกับมรสุมทาง การเมืองหนักหน่วงรุนแรงเพียงใด แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าจะได้รับเลือกมากกว่า 200
คำถามก็คือแล้วพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย มั่นใจว่าจะได้รับเลือกจำนวนเท่าใด
จึงจะได้ชัยชนะ จึงจะอยู่อันดับ 1 และเป็นผู้จัดรัฐบาล
ไม่เคยมีคำประกาศจากพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ว่าจะเป็น นายไชยชนก ชิดชอบ
และไม่เคยมีคำประกาศจากพรรคเพื่อไทย
ไม่ว่าจะเป็น นายยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ ไม่ว่าจะเป็น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง
แต่พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย ก็มั่นใจว่าจะชนะ
คนของพรรคภูมิใจไทยอาจโพสต์เสนอการเลือกในทางยุทธศาสตร์เพื่อประกันในชัยชนะ คนของพรรคเพื่อไทยอาจเคยแสดงความมั่นใจใน”โพลลับ”ที่มีอยู่ในมือ
กระนั้น ก็ยังเป็นเรื่องของ”แหล่งข่าว”มิได้เป็น”ทางการ”
นั่นก็คือ บาง”แหล่งข่าว”ที่ปรากฏพรรคภูมิใจมั่นใจว่าโอกาสที่พรรคจะได้รับเลือก 150 ขึ้นเป็นพรรคอันดับ 1 มีสูง
นั่นก็คือ “โพลลับ”อันปล่อยออกมาผ่านเส้นสายและเครือข่ายของพรรคเพื่อไทยระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะได้รับเลือกด้วยจำนวนมากกว่า 230
ขณะที่พรรคประชาชนได้ 108 พรรคภูมิใจไทยได้ 101
มีความเป็นไปได้ว่าไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคประชาชชน ล้วนมีเป้าหมายและความเชื่อมั่นของตน
ท่ามกลางการรณรงค์หาเสียงอย่างเข้มข้น
ท่ามกลางการเสนอ”นโยบาย”และ”กลยุทธ์”
การเคลื่อนไหวของโพล ไม่ว่าจะโดยการสำรวจภาคสนาม หรือผ่านเวทีโซเชียล มีเดีย จึงได้รับความสนใจ
รวมทั้งโพลจากแต่ละ”สำนัก”ซึ่งเคยเสนอเมื่อปี 2566
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
