bg-single

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (161)

03.02.2026

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

33 ปี ชีวิตสีกากี

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (161)

ตำรวจจับตำรวจ ‘ไม่ง่าย’

กลับมาที่คดีที่ผมยังสืบสวนสอบสวนค้างอยู่

วันที่ 4 กันยายน 2540 หลังจากได้ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนมีพยานหลักฐานแน่นหนามั่นคงแล้ว คดีนี้มีคนร้ายร่วมกันฆ่า ด.ต.ดุสิต รัตนมณี จนถึงแก่ความตาย นอกจากที่ออกหมายจับไว้แล้ว ยังปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน มี ด.ต.วิชัย หรือจ่าหมัด วรรณวงศ์ สามีของนางพรณี หรือแก้ว วรรณวงศ์ เป็นผู้ร่วมใช้จ้างวานให้ฆ่า ด.ต.ดุสิต รัตนมณี ด้วย

โดยได้มอบหมายให้นายยูโส๊บ หรือโส๊บอ้วน เมืองเล่ง ไปติดต่อนายชัชชัย หรือเผือก จิตพิทักษ์ ให้หามือปืนยิง ด.ต.ดุสิต

ทั้งนี้ ด.ต.วิชัย หรือ จ่าหมัด กับนางพรณี หรือแก้ว สามีภรรยา ร่วมกันว่าจ้างยิงในครั้งนี้ จำนวน 300,000 บาท และรถยนต์กระบะคันที่นายมโนชญ์ หรือยีกาด หมัดหมีน ใช้เป็นยานพาหนะ ด.ต.วิชัย หรือจ่าหมัด เป็นผู้ติดต่อขอซื้อที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ราคา 190,000 บาทเพื่อนำไปใช้เป็นยานพาหนะ พามือปืนไปยิง ด.ต.ดุสิต

หลังเกิดเหตุได้ขายคืนเจ้าของในราคาเดิม โดยมีหลักฐานการชำระเงินของเจ้าของเดิม เป็นเช็คเงินสด ที่เรียกเก็บเงินโดยใช้บัญชีเงินฝากของ นางพรณี หรือแก้ว วรรณวงศ์ โดย ด.ต.วิชัย หรือจ่าหมัด นำเช็คดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร

และในการติดต่อมือปืน ด.ต.วิชัย หรือจ่าหมัด เป็นผู้ดำเนินการติดต่อด้วย

พฤติการณ์การกระทำของ ด.ต.วิชัย หรือจ่าหมัด วรรณวงศ์ ได้กระทำผิดฐานร่วมกันใช้จ้างวานให้ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จึงได้ขอความเห็นชอบออกหมายจับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา โดยผ่านการพิจารณาของนายสุนทร ฤทธิภักดี นายอำเภอสิงหนคร

และนายอำนวย รองเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เห็นชอบให้ออกหมายจับ

เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาให้ความเห็นชอบออกหมายจับ ด.ต.วิชัย หรือจ่าหมัด วรรณวงศ์ เนื่องจากเป็นข้าราชการ สังกัด สภ.อ.บางกล่ำ จ.สงขลา และถูกส่งตัวไปช่วยราชการที่ สภ.อ.สุคิริน จ.นราธิวาส

ดังนั้น วันที่ 11 กันยายน 2540 พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว ผกก.สภ.อ.สิงหนคร จึงส่งบันทึกพร้อมกับหมายจับไปยัง รอง ผกก.หน.สภ.อ.บางกล่ำ จ.สงขลา และรอง ผกก.หน.สภ.อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในปกครองจับตัว ด.ต.วิชัย วรรณวงศ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ แล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.อ.สิงหนคร จ.สงขลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2540 สภ.อ.สิงหนครได้รับบันทึกจาก สภ.อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ลงวันที่ 15 กันยายน 2540 มี พ.ต.ท.สงคราม เปล่งอรุณ รอง ผกก.หน.สภ.อ.สุคิริน แจ้งว่า สภ.อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ได้ส่งตัว ด.ต.วิชัย วรรณวงศ์ กลับไปยัง สภ.อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ซึ่งเป็นต้นสังกัดเดิมแล้ว ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2540

ส่วนทาง สภ.อ.บางกล่ำไม่ได้มีบันทึกแจ้ง หรือชี้แจงแต่อย่างใด

วันที่ 26 กันยายน 2540 สภ.อ.สิงหนครจึงจัดทำบันทึกไปยังรอง ผกก.หน.สภ.บางกล่ำ ขอทราบผลการจับกุมตัว ด.ต.วิชัย วรรณวงศ์ ผู้ต้องหา

วันเดียวกันนั้น พ.ต.ต.ฉัตรชัย สุระวิโรจน์ สวป.ปรท. รอง ผกก.หน.สภ.อ.บางกล่ำ ทำวิทยุแจ้ง ผกก.สภ.อ.สิงหนคร ให้ทราบว่า ด.ต.วิชัย วรรณวงศ์ ได้หนีราชการไปตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2540 บัดนี้ยังไม่ได้กลับมารายงานตัวแต่อย่างใด

แต่ในเวลาต่อมาจนมาถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2540 พ.ต.ท.สมบัติ บุญโพธิ์ รอง ผกก.หน.สภ.อ.บางกล่ำ ทำบันทึกชี้แจง ผกก.สภ.อ.สิงหนคร ว่า ด.ต.วิชัย วรรณวงศ์ ได้หนีราชการไปแต่ 26 กันยายน 2540 ตาม ปจว.ข้อ 23 ของวันที่ 26 กันยายน 2540 และได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.วิชัย สุขขัง รอง สว.สส.สภ.อ.บางกล่ำ เป็นผู้สืบสวนข้อเท็จจริงและติดตามตัวแต่ยังไม่พบแต่อย่างใด

จึงไม่สามารถส่งตัว ด.ต.วิชัย วรรณวงศ์ ไปเพื่อดำเนินคดีต่อไปได้

ตํารวจจับตำรวจ ไม่ง่ายเลย และ ด.ต.วิชัย วรรณวงศ์ เคยเป็นลูกน้องเก่าของผม ย้อนหลังไปเมื่อครั้งผมยังเป็น รอง สว.จร.สภ.อ.หาดใหญ่เมื่อสมัยที่ ด.ต.วิชัย วรรณวงศ์ เป็นตำรวจจราจร สภ.อ.หาดใหญ่ จึงมีเส้นสายและเครือข่ายมากมาย มีผู้ที่คอยชี้แนะส่งข่าวมีวิธีการซิกแซ็กหนีเอาตัวรอดได้จากเครือข่ายที่มี และช่วยกันโดยไม่ต้องคำนึงว่า ตัวเองเป็นตำรวจ หน้าที่สำคัญคือต้องจับคนทำผิดมาลงโทษเท่านั้น สภาพเช่นนั้นก็ยังสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้

ผมจึงรู้จักการปฏิบัติที่ผิดธรรมชาติของตำรวจด้วยกันดีไม่น้อยไปกว่าคนอื่น

ในเวลาต่อมา เมื่อผมได้ทำคดีอื่นๆ ที่ตำรวจร่วมกระทำผิด

แม้จะเป็นตำรวจที่มียศและตำแหน่งไม่ใหญ่โตอะไรเลยก็จะพบเหตุการณ์ในทำนองนี้

การสืบสวนเพื่อจับกุมตำรวจที่กลายเป็นผู้ร้ายนั้น จึงยุ่งยากเสมอ และปรากฏการณ์ยิ่งกว่าละครที่เกิดขึ้นในปี 2567

ตำรวจที่อยู่ในร่างของผู้ร้ายมาตลอดล้วนต่างมียศสูงสุดแต่แสดงตัวแนบเนียนจนมีบางคนหลับหูหลับตาสนับสนุนมากมาย

จะนำตัวไปดำเนินคดีไม่ใช่ของง่ายสำหรับเมืองไทยที่มีกฎหมาย ระเบียบ วิธีปฏิบัติซับซ้อนมากมายไว้เป็นข้ออ้างที่พิสดารวิปริตผิดไปจากหลักสากล และในที่สุด ลงโทษคนทำผิดไม่ได้

ซึ่งในความเป็นจริง แต่ละคนก็ไม่ได้แสดงแนบเนียนอะไรถ้าเป็นคนที่ช่างสังเกต

นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละเหตุการณ์มาปะติดปะต่อกัน ก็จะเห็นและพบความอัปลักษณ์ของผู้ร้ายเหล่านี้

วันที่ 12 กันยายน 2540 ผมพร้อมด้วย ร.ต.อ.สนั่น คีรินทร์ รอง สวป.สภ.อ.สิงหนคร เดินทางไปยังเรือนจำจังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ที่หมู่ที่ 4 ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อนำหมายจับของ สภ.อ.สิงหนคร ตามหมายจับที่ 47/2540 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 มาแจ้งข้อหาให้นายยูโส๊บ หรือโส๊บอ้วน เมืองเล่ง ทราบว่ามีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน

โดยร่วมกับนายสังคม หรือคม สายสลำ นายดลเล๊าะรือ ย่ามีน หมัดหมีด นายมโนชญ์ หรือยีกาด หมัดหมีน นายสุรินทร์ หรือรินทร์ สันทจิตร นายชัชชัย หรือเผือก จิตพิทักษ์ นางพรณีหรือแก้ว วรรณวงศ์ และ ด.ต.วิชัย หรือจ่าหมัด วรรณวงศ์ ฆ่า ด.ต.ดุสิต รัตนมณี จนถึงแก่ความตาย ที่บริเวณอาคารที่กำลังก่อสร้าง บ้านบนเมือง หมู่ที่ 7 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2540 เวลาประมาณ 07.50 น.

นายยูโส๊บ หรือโส๊บอ้วน เมืองเล่ง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 1 บ้านใหม่ ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำจังหวัดสงขลา เพื่อดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่น เหตุเกิดที่ อ.จะนะ จ.สงขลา อีกคดีหนึ่ง ได้รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ให้การปฏิเสธ

วันที่ 15 กันยายน 2540 ได้รับบันทึกข้อความจาก สภ.อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ลงวันที่ 10 กันยายน 2540 ลงนามโดย พ.ต.ท.ชัยทัต อินทนูจิตร รอง ผกก.หน.สภ.อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง แจ้งให้ทราบว่า นายมโนชญ์ หรือยีกาด หมัดหมีน ผู้ต้องหาในคดี ร่วมกันฆ่า ด.ต.ดุสิต รัตนมณี เคยถูกต้องหาคดีอาญาในท้องที่ สภ.อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันใช้จ้างวานให้ฆ่าผู้อื่น กับพวก รวม 5 คน เหตุเกิดที่ ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2538 เวลาประมาณ 11.00 น.

ส่วนผลคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว อัยการจังหวัดตรังได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายมโนชญ์ หรือยีกาด หมัดหมีน เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2539



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 4) เรื่อง ปัญหา JBC | สุรชาติ บำรุงสุข
วันหนึ่ง ณ ตึกสันติไมตรี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถามถึง ‘ไอ้บ๊อบ’ การเมือง ‘ทองใบ ทองเปาด์’ ทนายแม็กไซไซ
ไทยประกันชีวิต เดินหน้าโครงการ ‘เสริมโอกาส สร้างอาชีพ’ ปี 4 ประเดิมที่แรก APCD หนุนกลุ่มเปราะบาง
เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)