bg-single

สีคิ้ววิปโยค ถึงพระราม 2 เครนมรณะ 2 วัน ’30+2 ศพ’ ทางสัญจรเป็นแดนประหาร บทเรียนที่ถอดไม่เคยเสร็จ

23.01.2026

คอลัมน์ อาชญากรรม | อาชญา ข่าวสด

มกราคม 2569 กลายเป็นเดือนที่ประวัติศาสตร์การคมนาคมไทยต้องจารึกด้วยหยดเลือดและหยาดน้ำตา

            เมื่อโศกนาฏกรรมเครนถล่ม เกิดขึ้นซ้ำซ้อนในเวลาห่างกันไม่ถึง 24 ชั่วโมง สองจุดยุทธศาสตร์ สองรูปแบบการเดินทาง

            แต่จบลงด้วยความสูญเสียมหาศาลเหมือนกัน

            คำถามสำคัญที่สังคมส่งเสียงคำรามไปถึงรัฐบาลและบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่คือ

            เรากำลังใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้…

            ใช่หรือไม่!!?

ช่วงสายของวันที่ 14 มกราคม ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 21 เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี กำลังทำความเร็วมุ่งสู่ปลายทาง แล่นถึงจุดตัดบ้านถนนคต อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

            ท่ามกลางผู้โดยสาร 176 ชีวิต บางคนกำลังหลับใหล บางคนกำลังวางแผนการเดินทาง ขณะที่บางคนกำลังคุยโทรศัพท์บอกปลายทางว่า “ใกล้ถึงแล้ว”

            เหนือศีรษะของพวกเขาขึ้นไปคือโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สัญญา 3-4 ซึ่งมีความคืบหน้าไปกว่า 99.54% แทบจะเรียกได้ว่างานเสร็จสมบูรณ์เหลือเพียงเก็บรายละเอียด

            แต่ในความสมบูรณ์กลับมีความตายซ่อนอยู่

            ความผิดปกติที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เครนยักษ์ขนาดมหึมาที่ใช้ในการติดตั้งคานทางยกระดับเกิดการบิดตัวผิดรูปอย่างรุนแรง ก่อนเสียสมดุลถล่มลงมาในจังหวะที่ขบวนรถไฟพุ่งผ่านพอดี

            แท่งเหล็กน้ำหนักหลายร้อยตันทิ้งตัวตามแรงโน้มถ่วงโลก ทับเข้ากลางลำรถไฟคันที่สองจนบี้แบน

            ผู้คนทั้งหมดในรถคันแรกรอดตายแบบฉิวเฉียด เพราะข้อต่อระหว่างรถฉีกขาดทำให้หลุดจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เพียงบาดเจ็บเล็กน้อย

            ส่วนรถคันที่สามกระแทกเข้ากับคันหน้าอย่างรุนแรงขบวนรถพังยับเยิน

            เพียงพริบตาเกิดไฟไหม้ลุกลามไปทั้งรถคันที่สองอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านที่ประสบเหตุทำได้เพียงยืนมองเปลวเพลิง ก่อนจะตัดใจหันกลับไปช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บให้รถคันแรกและคันที่สาม

            ท่ามกลางเสียงร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ

            ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ ปภ. และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยทั่วโคราช จังหวัดข้างเคียง และจากส่วนกลางระดมกำลังเข้าช่วยเหลือทันที

            เหตุสลดครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บทั้งสาหัสและไม่สาหัส ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวม 69 คน

            แต่จำนวนผู้เสียชีวิตมากถึง 30 ราย

ในขณะที่ยังกู้ร่างเหตุสลดสีคิ้วไม่เสร็จสิ้น

            เช้าวันที่ 15 มกราคม เวลา 09.15 น. บนถนนพระราม 2 ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นถนนอาถรรพ์ ก็เกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นในโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 (กม.30+300) ถนนพระราม 2 ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

            เมื่อเครนติดตั้งทางยกระดับ (Launching Gantry) ที่แขวนเต็มไปด้วยแท่งปูนเซกเมนต์ (ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปที่นำมาประกอบเป็นพื้นถนน) เกิดเคลื่อนตัว ถล่มลงมาทับรถกระบะขนส่งสินค้า 2 คัน ที่สัญจรอยู่บนทางหลักฝั่งขาออกมุ่งหน้าภาคใต้

            มีผู้เสียชีวิต 2 คน ติดอยู่ในซากรถ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน

            เหมือนปรากฏการณ์ ‘เดจาวู’ ที่วนกลับมาฉายซ้ำๆ ไม่รู้กี่รอบ

            เหตุครานี้แสดงความล้มเหลวของการจัดการความปลอดภัยการทำงานที่ควรจบลงในเวลาวิกาล เนื่องจากระเบียบการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 จะอนุญาตให้ทำได้เฉพาะช่วงกลางคืน (19.00 – 04.00 น.) และต้องปิดการจราจรทั้งหมด

            เมื่อถึงช่วงเช้าจะมีการคืนผิวจราจรให้ประชาชนใช้ตามปกติ กลับมีโครงสร้างที่เปราะบางหลงเหลือมาจนถึงช่วงเวลาเร่งด่วน ที่รถราสัญจรกันแน่นขนัด

            แต่เหตุวุ่นวายยังไม่จบอยู่เพียงเท่านั้น

            หลังเกิดเหตุสลดเพียง 5 วัน เกิดไฟไหม้ซ้ำในบริเวณดังกล่าวขึ้นในวันที่ 20 มกราคม สาเหตุพบเกิดจากสะเก็ดไฟในการตัดเหล็กเพื่อเคลื่อนย้ายซากเครนร่วงไปโดนคราบน้ำมันบนพื้น

            บ่งบอกถึงความต่ำเตี้ยในมาตรฐานความปลอดภัยของบริษัทผู้รับผิดชอบได้เป็นอย่างดี

            เหตุสะเทือนขวัญสีคิ้วและพระราม 2 ที่ห่างกันไม่ถึง 24 ชั่วโมง ถูกจับจ้องจากทุกภาคส่วนทันที เพราะมีจุดร่วมเดียวกัน

            ผู้รับเหมาก่อสร้างคือบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD

จากข้อมูลพบว่า บริษัทอิตาเลียนไทยฯ ถือสัญญากับกระทรวงคมนาคมรวม 14 สัญญา มูลค่ามหาศาลกว่า 113,126.18 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่มอเตอร์เวย์, ทางด่วน, รถไฟทางคู่, รถไฟฟ้า ไปจนถึงงานปรับปรุงรันเวย์สนามบิน

            เมื่อยิ่งเจาะลึกย้อนหลังกลับไปในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา การปฏิบัติงานที่อยู่ในขอบข่ายของบริษัทนี้เกิดอุบัติเหตุใหญ่ๆ จนกลายเป็นข่าวขึ้นหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งไม่ว่างเว้น

            28 เมษายน 2560 อุปกรณ์ยกแท่งปูน (Launcher) ร่วงหล่นทับคนงานเสียชีวิต 3 ราย ในโครงการ รถไฟฟ้าสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ-รังสิต) บริเวณหน้าวัดดอนเมือง

            ช่วงปี 2564-2567 เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในโครงการทางยกระดับบนถนนพระราม 2 หลายครั้ง เช่น คานปูนถล่มและอุปกรณ์ก่อสร้างร่วงหล่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสะสมรวม 8 ราย

            15 มีนาคม 2568 โครงสร้างคานทางด่วน สายพระราม 3-ดาวคะนอง ทรุดตัวขณะเทคอนกรีตบริเวณด่านดาวคะนอง ทำให้คนงานเสียชีวิต 5 ราย

            หลังจากนั้นเพียงแค่ 2 สัปดาห์ ก็เกิดเหตุสลดครั้งใหญ่ของประเทศ อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ความสูง 30 ชั้น ย่านจตุจักร พังถล่มลงมาทั้งหลังระหว่างการก่อสร้าง

            โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตรวม 92 ราย สูญหาย 4 ราย และบาดเจ็บ 9 ราย ในวันที่ 28 มีนาคม 2568

เหตุซ้ำซากจากผู้รับเหมารายเดียว ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ไม่อาจนิ่งเฉยอีกต่อไป สั่งเรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม อัยการสูงสุด กรมบัญชีกลาง และกฤษฎีกา เพื่อหาทางลงดาบ

            ทั้งสั่งการให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการบอกเลิกสัญญากับบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ทั้ง 2 สัญญา (สีคิ้วและพระราม 2) และสั่งขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ผู้รับเหมาทันที

            พร้อมตั้งคำถามถึงกรมบัญชีกลาง เหตุใดรายชื่อผู้รับเหมาเจ้าเดิมที่เคยเกิดเหตุตึก สตง.ถล่มเมื่อปีก่อน จึงยังไม่ถูกขึ้นบัญชีดำจนนำมาสู่ความสูญเสียในครั้งนี้

            กระทรวงคมนาคมรีบแต่งตั้งคณะกรรมการ 3 ชุด เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงทั้ง 2 เหตุสลดว่าเกิดจากอะไร เกิดขึ้นจากบุคลากร อุปกรณ์ หรือไม่อย่างไร โดยจะต้องได้ข้อสรุป รายงานกลับมายังกระทรวงคมนาคมภายใน 7 วัน

            และต้องชี้แจงรายละเอียดไปยังสาธารณชนได้

            นอกจากนั้น ยังให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมประสานผู้รับจ้าง หยุดการก่อสร้างโครงการของอิตาเลียนไทย จำนวน 10 โครงการ 14 สัญญา เป็นเวลา 15 วัน

            เช่นเดียวกับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทุกบริษัทในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม ที่ใช้อุปกรณ์ยกของหนักหรือทำงานที่สูง (Lifting Gear) อาทิ เครน รอก สลิง (ลวดสลิง, สลิงผ้า) โซ่ยก ตะขอ อุปกรณ์ยกชั่วคราวทุกชนิด

            เพื่อเข้าตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย และรายงานผลการตรวจสอบต่อกระทรวงคมนาคม สำหรับพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องต่อไป

30 ชีวิตที่สีคิ้ว และอีกหลายวิญญาณบนพระราม 2 คือเครื่องเตือนใจที่ดังที่สุดถึงมาตรฐานความปลอดภัยแบบไทยๆ ที่มักจะวัวหายแล้วล้อมคอกเสมอมา

            ถึงเวลาแล้วหรือยังที่มาตรการเด็ดขาด ไม่ใช่เพียงแค่ไฟไหม้ฟาง แต่เป็นบรรทัดฐานใหม่ที่จะคืนความปลอดภัยให้สู่สังคมอย่างแท้จริง

            การเยียวยาด้วยเงินหลักล้านบาท ก็ไม่สามารถทดแทนความสูญเสียของครอบครัวได้

            ทุกวันนี้ชาวบ้านตาดำๆ ทำได้เพียงสวดมนต์ภาวนาในใจยามต้องสัญจร ไม่ว่าจะทางถนนหรือระบบราง ด้วยคล้ายต้องย่างเท้าเข้าสู่สนามเสี่ยงโชคที่ไม่รู้ว่า…

            วันนี้จะเป็นคิวของใคร!!?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

”เอกนัฏ“ ส่ง“ทีมสุดซอยพลังงาน” หอบหลักฐานยื่น กขค. ฟันเพิ่มอีก 5 คลังน้ำมัน กักตุน เก็งกำไร ประวิงเวลา ปฏิเสธการขายในช่วงวิกฤตทึ่ผ่านมา
ทำไมเกษตรกรไทยถึงยังจน? MatiTalk ดร.นุ่น รัสรินทร์ สภาพัฒน์ ไทยขาดผู้นำ ขาดวิสัยทัศน์แก้การเกษตรเชิงโครงสร้างมายาวนาน
ธงทอง จันทรางศุ | ยกเลิกตำแหน่ง ‘บรรณารักษ์’ คิดให้ดี ก่อน ‘สายเกินไป’
เส้นทางความรัก 10 ปี ของ ‘ไมเคิล ศิรชัช’ สู่วันคุกเข่าขอ ‘กุ๊กไก่’ แต่งงาน
คำตอบของมาเคียเวลลี เรื่อง ‘ผู้ปกครองดีเพราะมีกุนซือเก่งใช่หรือไม่’
กก.หมู่บ้านรักษาศีล 5 ลงพื้นที่ “เกาะช้าง” ผู้ว่าตราด ย้ำ!! ศีล 5 ทำให้สังคมปกติสุข ประชาชน “สุขกาย สบายใจ”
จับตารัฐแก้เกมไฟใต้ ส่ง ‘ปูด้วง’ คุม ‘สมช.’ แต่ยังย้ำเปิดช่องเจรจา ดึงคนพื้นที่สานสันติ
เบื้องหลัง ‘มังกรทมิฬ’ เปิดหน้ากากตำรวจหุ้นลม ผู้อยู่หลังม่านผับจีนห้วยขวาง
ยุติธรรมชำรุด | เหยี่ยวถลาลม
สงครามอิหร่าน กับการอับจนทางเลือกของทรัมป์
OZZY | กวีกระวาด : อนุชา วรรณาสุนทรไชย
เลขสิบสามหลัก | เรื่องสั้น : วัชรินทร์ จันทร์ชนะ