‘จาตุรนต์-นิกร-พริษฐ์’ ประสานเสียง! ‘เห็นชอบ’ ประชามติ รธน. ไม่ใช่ ‘ตีเช็คเปล่า’ แต่เป็นจุดเริ่มต้นแก้ปัญหาประเทศ
เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี
‘จาตุรนต์-นิกร-พริษฐ์’ ประสานเสียง!
‘เห็นชอบ’ ประชามติ รธน. ไม่ใช่ ‘ตีเช็คเปล่า’
แต่เป็นจุดเริ่มต้นแก้ปัญหาประเทศ
หมายเหตุ เนื้อหาบางส่วนจากเวทีดีเบต MATICHON Thailand Election 2026 THE REAL POLITICS “ทางแพร่งประเทศไทย” หัวข้อ “ประชามติรัฐธรรมนูญ : จุดเปลี่ยนอนาคต” เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่พารากอนฮอลล์
จาตุรนต์ ฉายแสง
(พรรคเพื่อไทย)
จุดอ่อนที่สุดของรัฐธรรมนูญปี 2560 คือการไม่ปราบโกง จุดขายที่โฆษณามาตลอดคือรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ “รัฐธรรมนูญปราบโกง” แต่ผ่านไป 8 ปี เห็นได้ชัดว่าการปราบการทุจริตคอร์รัปชั่นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ตึก สตง. ล้มมาจนถึงวันนี้ ยังไม่รู้ว่าใครผิด
ล่าสุด มีคดีที่ข้าราชการเอาทองไปให้สินบน ป.ป.ช. คดีอีกจำนวนมากเราไม่รู้ว่าไปถึงไหน รู้แต่ว่าเรื่องที่น่าจะผิด ไม่ผิด หรือไม่เสร็จเสียที ดัชนี้ที่เขาวัดว่าประเทศใดป้องกันคอร์รัปชั่นได้ดีมากน้อยแค่ไหน ของประเทศไทยแย่ลงๆ มาจนถึงวันนี้
ทำไมจึงเป็นอย่างนี้? กลไกที่ควบคุมตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายบริหารมานานแล้ว แม้แต่ฝ่ายรัฐสภาก็มีอำนาจน้อย ไปอยู่ที่ “องค์กรอิสระ”
องค์กรอิสระมีที่มาที่ถูกแทรกแซงโดย คสช. มาตั้งแต่ (ช่วงครองอำนาจ) 5 ปีของ คสช. และรัฐบาลหลังจากนั้น เข้ามาแทรกแซงผ่านสภานิติบัญญัติ ผ่านผู้แทน คสช.เอง และต่อมา คือ ส.ว. ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมือง พรรคการเมืองที่กำลังเข้ามามีบทบาทกำหนดความเป็นไป กำหนดที่มาของกรรมการองค์กรอิสระ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น
เพราะฉะนั้น ต่อไปนักการเมือง-กลุ่มการเมืองที่ใกล้ชิดกับ ส.ว. ใกล้ชิดกับองค์กรอิสระก็จะลอยนวล ปราบการทุจริตนี้ไม่ได้ ดังนั้น รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ล้มเหลวที่สุดในเรื่องการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น และจะทำให้ปัญหานี้หนักต่อไป
นิกร จำนง
(พรรคภูมิใจไทย)
(แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับเท่ากับ “ตีเช็คเปล่า”) คนที่พูดเคยใช้เช็คบ้างหรือเปล่า? ไม่เคย
ไปบอก “ตีเช็คเปล่า” ใครเป็นคนลงนาม (กระบวนการจัดทำ) รัฐธรรมนูญฉบับ (ใหม่) นี้ คนลงนามเป็นประชาชนโดยแท้ เพราะเรากำลังขอให้ประชาชนลงนามในครั้งนี้ ว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ เว้นหมวด 1 หมวด 2 ทั้งฉบับไหม ประชาชนกำลังจะไปลงนามวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ว่าจะให้ดำเนินการไหม
พอเสร็จแล้ว ได้ (เช็ค) ฉบับที่หนึ่งมา ต่อจากนั้น ไปยกร่างกัน จะมีรายละเอียดว่า มีโครงสร้างอย่างไร มีกรรมการใครเป็นคนเขียน เว้นหมวดไหนไว้บ้าง ของภูมิใจไทยจะไปเขียนชัดๆ ใน “เช็คใบที่สอง” นี่แหละ ว่าไม่ให้มีการแก้ไขในหมวด 1 หมวด 2
เอามาให้ประชาชนลงนามก็คือการทำประชามติครั้งที่สอง หลังจากนั้น ถ้าผ่านก็ไปหากรรมการมา จะจัดฟังเสียงประชาชนกันอย่างไร แล้วมีการดำเนินการยกร่าง (รัฐธรรมนูญ) ยกร่างไปต้องเข้าสภาอีกครั้งหนึ่ง แล้วต่อจากนั้น (ประชามติ) ครั้งที่สาม ไปให้ประชาชนลงนามอีก
ดังนั้น “เช็คเปล่า” ที่กำลังพูด ไม่มี (กระบวนการจัดทำ) รัฐธรรมนูญฉบับ (ใหม่) นี้ ตามการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประชาชนลงนามทั้งสิ้น เป็นประชาชนเป็นคนให้หลักการทั้งสิ้น นักการเมืองก็ดี พรรคการเมืองก็ดี ไม่มีสิทธิ์จะไปทำอะไรตรงนี้ ไม่อย่างนั้น เราจะมีประชามติกันทำไม
ผมยืนยันอีกครั้ง ที่พูดว่าเป็น “การตีเช็คเปล่า” เป็นการพูดเหมือนหลอกลวงประชาชน
พริษฐ์ วัชรสินธุ
(พรรคประชาชน)
ผมอยากจะเริ่มต้นด้วยการบอกว่า ผมเห็นด้วยกับอาจารย์เจษฎ์ (โทณะวณิก) ว่าเราต้องหยุดโกหกได้แล้ว สิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นการโกหกที่ใหญ่ที่สุด คือการบอกว่าการลงประชามติ “เห็นชอบ” ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะทำให้เป็น “การฉีกรัฐธรรมนูญ 2560” และเป็น “การตีเช็คเปล่า”
ผมย้ำนะครับ ถึงแม้ประชาชนทั่วประเทศลงมติ “เห็นชอบ” ในประชามติครั้งที่หนึ่ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ รัฐธรรมนูญ 2560 จะยังคงบังคับใช้อยู่ ไปจนกว่าจะมีการทำประชามติอย่างน้อยทั้งหมดสามครั้ง
เพราะกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เขียนไว้อยู่แล้วครับ ว่าให้ทำประชามติสามครั้ง
ครั้งแรก วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นการตัดสินใจว่าจะให้มีการริเริ่มเดินหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
พอผ่านไปแล้ว รัฐสภาก็ไปถกกัน ว่าการจัดทำ (รัฐธรรมนูญ) ฉบับใหม่จะวางกรอบเรื่องเนื้อหาอย่างไร แล้วจะมีใครมาเป็นผู้ร่าง
เมื่อสักครู่ มีคนบอกว่ามาตรา 255 ไม่สามารถนำมาใช้ตรงนี้ได้ ผมเลยบอกว่า ผมเลยเขียน (มาตรา) 256/26 ไงครับ ว่ากรอบในการจัดทำ (รัฐธรรมนูญ) ฉบับใหม่นั้น จะต้องคงไว้ซึ่งระบอบการปกครองในรูปแบบรัฐ และทำไปแล้ว
ถ้าผ่านสภาไปแล้ว ถึงจะมาประชามติครั้งที่สอง ว่าเห็นชอบกับกรอบและวิธีการได้มาซึ่งผู้ร่างหรือไม่ ถ้าประชาชนเห็นชอบในรอบที่สอง ถึงมีการจัดทำฉบับใหม่ ส่วนเนื้อหาจะเป็นอย่างไร ถูกใจหรือไม่ ก็จะวนมาถามประชาชนเป็นครั้งที่สาม ว่าเห็นชอบกับ (รัฐธรรมนูญ) ฉบับใหม่หรือไม่
ประชาชนต้องลง “เห็นชอบ” ครั้งที่สาม รัฐธรรมนูญ 2560 ถึงจะสิ้นสภาพ ดังนั้น ย้ำนะครับ ถ้าประชาชน “เห็นชอบ” วันที่ 8 กุมภาพันธ์ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ รัฐธรรมนูญ 2560 ยังไม่ได้หายไปไหน
เปรียบให้เห็นภาพง่ายๆ ถ้าเราคิดว่ารถยนต์ตอนนี้ที่เราขับอยู่มันไปต่อไม่ได้แล้ว จะเข้าอู่ซ่อมกี่จุดมันไปต่อไม่ได้ ควรจะซื้อรถยนต์คันใหม่
ประชามติครั้งแรก คือการถามว่าจะริเริ่มให้ไปหารถยนต์คันใหม่ไหม ประชามติครั้งที่สอง คือเราจะวางกรอบอย่างไรดี ว่าใครจะมาช่วยเราหา จะวางกรอบเรื่องรุ่น เรื่องสี เรื่องยี่ห้อว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่ แล้วรอบที่สาม ถึงเป็นรอบที่เราเห็นตัวรถยนต์คันใหม่ แล้วตัดสินใจว่าจะสละทิ้งรถยนต์คันเดิมเพื่อไปใช้คันใหม่หรือไม่
ดังนั้น อย่ามาโกหกกันเรื่อง “ตีเช็คเปล่า” เรื่องการฉีกรัฐธรรมนูญ
