bg-single

ลูกสุนัขตูมัต กับวิวัฒนาการแห่งสุนัขบ้าน (3) : เนื้อแรดขนยาวตากแห้ง ในท้องลูกสุนัขแช่แข็ง

16.02.2026

ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ

เลิฟ ดาเลน (Love Dalen) คือนักบรรพชีวินวิทยาชื่อดังจากมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์ม (Stockholm University) หนึ่งในทีมเทพที่สตาร์ตอัพระดับเดคาคอนแห่งเท็กซัส “โคลอสซัล (Colossal Laboratories and Biosciences)” ที่มี mission impossible เพื่อฟื้นสปีชีส์สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ให้กลับมาโลดแล่นใหม่บนโลกอีกครั้ง เชื้อเชิญมาเป็นทีมที่ปรึกษา

เลิฟสนใจศึกษาช้างแมมมอทขนยาวมาตั้งแต่ปี 2003

และในปี 2021 เลิฟคือผู้นำในการหาลำดับดีเอ็นเอและรื้อฟื้นจีโนมที่เก่าแก่ที่สุดที่เคยมีมา ตัวอย่างซากนั้นมาจากซากฟอสซิลที่มีอายุกว่าล้านปี

และตัวอย่างลูกสุนัขตูมัต ฟอสซิลลูกสุนัขชื่อดังที่เพิ่งถูกขุดค้นพบขึ้นมาจากชั้นดินเยือกแข็ง (permafrost) ในไซบีเรีย เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เลิฟให้ความสนใจ เขาและทีมวิจัยนานาชาติร่วมกันศึกษา

และในท้องของลูกสุนัขน้อย ทีมวิจัยของพวกเขาพบชิ้นเนื้อชิ้นเล็กๆ…ที่น่าสนใจ

พวกเขาตัดสินใจผ่าและกู้เอาชื้นเนื้อชิ้นเล็กจิ๋วออกมา ชิ้นเนื้อชิ้นนั้นดูเก่าแก่ โบราณและแห้งกรอบ ผิวสัมผัสดูไม่ต่างไปจากเนื้อเค็มตากแห้งเท่าใดนัก…บนก้อนเนื้อมีขนสีน้ำตาลติดอยู่หร็อมแหร็ม

นี่คงเป็นอาหารมื้อสุดท้ายก่อนที่ดินถล่มจะฝังพวกมันทั้งเป็นมานานนับหมื่นปี…และถ้าเราศึกษามันให้ดี เราอาจจะเข้าใจได้ว่าสุนัขป่าในยุคนั้นกินอะไรบ้างเป็นอาหาร

ชิ้นเนื้อแรดที่นักวิจัยผ่าออกมาจากกระเพาะของลูกสุนัขตูมัต (Image credit : Love Dal?n)

“นี่เป็นตัวอย่างที่แปลกประหลาดมากที่จะเอามาทดลองในห้องแล็บ” เดวิด สแตนตัน (David Stanton) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff University) หนึ่งในทีมวิจัยกล่าว “ในตอนแรกเราคิดว่ามันเป็นเนื้อเยื่อของสิงโตถ้ำ”

แต่เมื่อผลดีเอ็นเอออกมา พวกเขาก็ต้องประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม เพราะแทนที่จะเป็นเนื้อสิงโตถ้ำอย่างที่เคยสันนิษฐานกันไว้ ผลการวิเคราะห์กลับระบุชัดว่าเนื้อชิ้นนี้เป็นเนื้อเยื่อของแรดขนยาวโบราณที่สูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง

และที่สำคัญ เพราะถูกแช่แข็งอยู่ในชั้นดินเยือกแข็ง มาตั้งแต่แรกทำให้ชิ้นเนื้อนี้ค่อนข้างสมบูรณ์ อุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็วจนต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ทำให้เนื้อเยื่อที่หลงเหลืออยู่นั้นมีดีเอ็นเอที่ค่อนข้างจะสภาพดี…แม้จะติดอยู่ในกระเพาะอาหารของลูกหมาตูมัตมาเนิ่นนานกว่าหมื่นปี

และที่น่าสนใจคือ นักวิจัยระบุอายุของชิ้นเนื้อตัวอย่างนี้ไว้ที่ระหว่างหนึ่งหมื่นสามพันปี ถึงหนึ่งหมื่นสี่พันห้าร้อยปี ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาที่แรดขนยาว (และช้างแมมมอท) สูญพันธุ์ ตอนที่สภาพภูมิอากาศโลกอบอุ่นขึ้นอย่างเฉียบพลัน ใน “ช่วงคั่นยุคน้ำแข็งโบลลิง-อัลเลอเริด (B?lling-Aller?d Interstadial)” พอดิบพอดี

ในช่วงนั้น ในช่วงเวลาแค่ไม่กี่ทศวรรษ โลกเริ่มอุ่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง สภาพอากาศแปรปรวนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว พื้นที่ทุนดราที่เคยปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าและป่าโปร่ง พืชพรรณขยายตัวอย่างรวดเร็วตามสภาพแวดล้อมใหม่

นี่นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตในยุคนั้น สภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้นในช่วงคั่นยุคน้ำแข็งโบลลิง-อัลเลอเริด ทำให้ถิ่นที่อยู่อาศัยซึ่งเคยเชื่อมต่อกันเป็นผืนกว้าง เริ่มแตกแยกออกเป็นหย่อมๆ ประชากรถูกแยกออกจากกัน การผสมพันธุ์ระหว่างกลุ่มทำได้ยากขึ้น

ส่งผลให้เกิดการผสมพันธุ์ในวงจำกัด ความหลากหลายทางพันธุกรรมลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคทางพันธุกรรม

เมื่อแหล่งอาหารที่เคยอุดมสมบูรณ์และถิ่นที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไป สิ่งมีชีวิตหลายชนิดสามารถปรับตัวและพัฒนากลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ พวกเมกะฟาวนา (megafauna) เช่น ช้างแมมมอท แรดขนยาว และตัวอื่นๆ ซึ่งต้องการอาหารในปริมาณมากและมีวงจรการสืบพันธุ์ยาวนาน

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กลายเป็นอุปสรรคที่รุนแรงอย่างร้ายกาจ

ภาพจำลองแรดขนยาว

“นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง” คามิโล ชากอน-ดูเก (Camilo Chac?n-Duque) นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยอุปซอลา (Uppsala University) หนึ่งในทีมวิจัยเผย

“อายุของฟอสซิลที่ประเมินได้นั้น สอดคล้องกับช่วงเวลาที่สิ่งมีชีวิตหลายสปีชีส์ รวมถึงช้างแมมมอทและแรดขนยาว เกิดการสูญพันธุ์ ไม่แน่ว่าการค้นพบในคราวนี้ เราอาจจะได้พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หลังยุคน้ำแข็ง”

“โดยทั่วไปแล้ว หากเผ่าพันธุ์หรือสปีชีส์หนึ่งกำลังเข้าใกล้การสูญพันธุ์ ก็มักจะตีความกันไว้ว่าสายประชากรสุดท้ายน่าจะมีขนาดเล็กและน่าจะมีการผสมพันธุ์ในเครือญาติสูง” นาธาน เวลส์ (Nathan Wales) นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยยอร์ก (University of York) กล่าว

และที่น่าสนใจที่สุดคือ ผลการวิเคราะห์ลำดับดีเอ็นเอจากตัวอย่างชิ้นเนื้อแรดขนยาวชิ้นใหม่ที่ได้มาจากกระเพาะนี้ระบุชัดว่าประชากรแรดขนยาวค่อนข้างประสบความสำเร็จในการดำรงชีวิตในยุคน้ำแข็ง โครงสร้างประชากรมีความแข็งแรงและมั่นคง ไม่พบสัญญาณของความเสื่อมถอยหรือปัญหาทางพันธุกรรมใดๆ ที่เด่นชัด

ข้อมูลนี้ ขัดแย้งกับสมมุติฐานเดิมที่เคยเชื่อกันอย่างแพร่หลายว่าสถานการณ์ความอยู่รอดของประชากรแรดขนยาวนั้นไม่ค่อยจะดีมาเนิ่นนาน ก่อนที่มันจะสูญพันธุ์จริงๆ การผสมพันธุ์กันเองภายในกลุ่มประชากรเดียวกันและในเครือญาติ (inbreeding) รวมถึงการเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้ความหลากหลายทางพันธุกรรมของพวกมันถดถอยอย่างเรื้อรัง ประชากรของพวกมันไม่เคยเสถียร พวกมันเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มาตลอด จนในท้ายที่สุด เผ่าพันธุ์ของพวกมันก็ถึงวันอวสาน

ชิ้นเนื้อชิ้นน้อยที่หน้าตาละม้ายคล้ายเนื้อแห้งนี้ จึงเป็นหนึ่งในหลักฐานที่ทำให้ทฤษฎีดั้งเดิมต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่เหลือเค้าเดิม ก็ถ้าโครงสร้างประชากรก็เสถียร โครงสร้างพันธุกรรมก็เสถียร ก็ค่อนข้างชัดเจนว่า “การสูญพันธุ์ของพวกมัน ไม่น่าจะเกิดจากปัจจัยภายในของประชากร แต่เกิดจากแรงคัดเลือกที่ตามมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างฉับพลัน” มากกว่า

และถ้าการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและฉับพลันเป็นต้นเหตุที่ผลักดันให้เผ่าพันธุ์ของเมกะฟาวนาจำนวนมากต้องสูญพันธุ์ไป และหากหันกลับมามองใหม่ ถึงสถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน ภาพที่เห็นก็ชวนให้รู้สึกคุ้นเคยอยู่ไม่น้อย

คำถามคือ ท่ามกลางความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป บนโลกใบนี้

ภาพจำลองลูกสุนัขตูมัต

จากหายนะในครั้งนั้น มนุษย์ยังไม่ใช่หนึ่งในรายชื่อของสิ่งมีชีวิตที่ต้องยืนอยู่บนขอบเหวของการสูญพันธุ์ และไม่ได้เป็นผู้ที่โบกมือ (หรือกีบ) อำลาโลกไป แต่ถ้าเงื่อนไขของโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากเหตุการณ์ในอดีต เราจะยังมั่นใจได้มากน้อยเพียงใด ว่าเราจะไม่เดินตามรอยเมกะฟาวนาเหล่านั้นสู่หุบเหวแห่งการสูญพันธุ์ไปในที่สุด

แต่ถ้ามองในมุมของโคลอสซัล สิ่งที่น่าตื่นเต้นก็คือ…

“ข้อมูลจีโนมที่ได้จากตัวอย่างนี้มีคุณภาพมาก และมีรายละเอียดที่ดีมากๆ” คามิโลกล่าว “นี่คือครั้งแรก ที่จีโนมทั้งหมดของสัตว์จากยุคน้ำแข็งถูกกู้คืนมาจากซากของสัตว์จากยุคน้ำแข็งอีกตัวหนึ่ง” “งานนี้เป็นอีกงานที่พลิกโฉมวงการบรรพพันธุศาสตร์” เลิฟกล่าว นอกจากจะเสนอไอเดียใหม่ที่ไขปริศนาเรื่องการสูญพันธุ์ของแรดขนยาวได้แล้ว เทคนิคที่พวกเขาพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในการแยกสกัดจีโนมของแรดขนยาว และการลดการปนเปื้อนของจีโนมจากลูกสุนัขที่กินเนื้อแรดเข้าไป อาจไม่ได้เป็นความสำเร็จเพียงแค่เฉพาะกรณีเท่านั้น แต่มีศักยภาพที่จะต่อยอดและนำไปประยุกต์ใช้ต่อได้ในวงการบรรพพันธุศาสตร์ เพื่อการศึกษาจีโนมของสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ชนิดอื่นๆ ได้อีกในอนาคต หากเจอตัวอย่างฟอสซิลในแบบเดียวกัน

และที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน ข้อมูลจีโนมที่ได้จากงานนี้ อาจกลายเป็นรากฐานที่อาจนำพาไปสู่แผนการใหญ่ “การฟื้นคืนสปีชีส์ (de-extinction) ของแรดขนยาว” ได้ในอนาคต…

ซึ่งเชื่อได้ว่าโคลอสซัลก็น่าจะจับตามองอยู่

ภาพจำลองแรดขนยาว

แต่เรื่องราวเกี่ยวกับการตีความข้อมูลจากฟอสซิลลูกสุนัขตูมัตยังไม่จบ…คำถามอีกข้อที่หลายคนยังคิดสงสัยก็คือ เนื้อแรดก้อนนั้นมันหลุดเข้าไปอยู่กระเพาะหมาเด็กได้อย่างไร?

ก็หมาเด็กที่อายุแค่สองสามเดือนนั้น ยังไม่น่าจะเก่งกล้า ห้าวหาญถึงขนาดออกไปไล่ล่าตัวอะไรได้ ยิ่งเป็นเมกะฟาวนาที่มีร่างกายใหญ่โตราวยักษ์ปักหลั่นอย่างแรดขนยาวด้วยแล้ว โอกาสและความเป็นไปได้ที่พวกมันจะออกไปล่ามาเองนั้น…ยิ่งแทบไม่มี…

ต่อให้เป็นแม่หมา ก็ใช่ว่าจะล้มแรดได้ง่ายๆ

สิ่งที่เป็นไปได้มากกว่าก็คือ แรดอาจจะตายอยู่ก่อนแล้ว และก็เป็นเหตุบังเอิญที่ฝูงหมาไปเจอกับซากแรด พวกมันก็เลยได้โอกาสกินจนอิ่มหนำสำราญ ก่อนที่จะโดนดินถล่มใส่ และถูกฝังเอาไว้อยู่ใต้ชั้นดินเยือกแข็งมาตั้งแต่วันนั้น

ก็เป็นไปได้เหมือนกันว่า ในวันนั้น แรดขนยาวอาจล้มลงด้วยน้ำมือของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในไซบีเรีย ซากที่เหลือจากการล่าอาจถูกทิ้งไว้ ส่งกลิ่นลอยไปไกล ดึงดูดหมาป่าให้เข้ามารื้อกิน

และเมื่อหมาป่าเริ่มคุ้นกับกลิ่นมนุษย์ เริ่มเรียนรู้ว่าใกล้ที่พักของมนุษย์มีอาหารเหลือให้เก็บกินอย่างเหลือเฟือ ไม่ต้องออกล่าเองให้เหนื่อย ไม่ต้องเสี่ยงชีวิต หมาป่าบางกลุ่มก็อาจค่อยๆ ลดความดุร้ายก้าวร้าวลง และเลือกอยู่ใกล้ๆ ในละแวกที่มนุษย์อยู่ เลือกที่จะพึ่งพา และค่อยๆ ปรับตัวเข้าหามนุษย์ทีละน้อย

จากผู้ล่าในป่า กลายเป็นเพื่อนร่วมพื้นที่ กลายเป็นผู้เฝ้ามองรอบๆ กองไฟ และในที่สุด เส้นทางสายเล็กๆ นี้อาจทอดยาวไปสู่การกำเนิดของ “สุนัขบ้าน” เพื่อนคู่คิดที่ใกล้ชิดที่สุดของมนุษย์ในวันนี้

แต่อย่างที่เล่าไปในตอนก่อน พิจารณาจากข้อมูลจีโนม ลูกสุนัขตูมัตไม่ใช่หมาบ้าน หากแต่เป็นหมาป่า ซึ่งทำให้ข้อมูลที่ได้จากฟอสซิลชิ้นนี้น่าสนใจขึ้นไปอีก หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามต่อไปอีกว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่า นี่อาจเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญของจิ๊กซอว์ ที่จะช่วยบอกเราได้ว่า หมาป่าในยุคแรกเริ่มก้าวเข้ามาอยู่ข้างมนุษย์เมื่อใด

และในช่วงเวลานั้น ระหว่างมนุษย์กับหมาป่า ระหว่างการล่ากับการแบ่งปัน เหตุการณ์อะไรกันแน่ที่เกิดขึ้น?

จากเนื้อตากแห้งก้อนเล็กๆ ในท้องลูกสุนัขที่ถูกแช่แข็งไว้ ใครจะคิดว่าจะตีความออกมาเป็นเรื่องราวอะไรได้มากมายถึงเพียงนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน