แหวนนีเบอลุง เล่ม 2 การเดินทางย้อนเวลาไปตามวงแหวน
การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
ความเดิมตอนที่แล้ว อัลเบอริช เผ่าพันธุ์นีเบอลุงคนสุดท้ายได้โจรกรรมทองคำแห่งไรน์จากสามนางอัปสรเพื่อสร้างแหวนครองจักรวาล แต่เขามิใช่นีเบอลุงคนสุดท้าย เขายังเหลือน้องสาวอีกคนหนึ่งชื่อมีเม ซึ่งวันนี้อยู่บนยานอัลคาเดียของกัปตันฮาร์ล็อค
โวทันจ้าวจักรวาล เทพผู้ปกครองวัลฮัลลา (คือโอดินตามเทพตำนานนอร์ส) ใช้นางอัปสรฟรายอาเล่นออร์แกนส่งเสียงดนตรีข้ามอวกาศและเวลาเพื่อสังหารนีเบอลุงที่เหลืออยู่ หลังจากได้กำจัดทั้งเผ่าพันธุ์หมดสิ้นไปก่อนนั้นแล้ว โวทันหารู้ไม่ว่ายังมีมีเมที่สามารถเล่นออร์แกนระดับข้ามปริภูมิได้เช่นกัน การสังหารนีเบอลุงสองคนสุดท้ายไม่ง่าย
มีเมนำทางฮาร์ล็อค โอยามะ เมเธล และเอสเมอรัลดาเดินทางข้ามพิภพมาถึงวัลฮัลลา พวกเขาหยุดสงครามล้างจักรวาลที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ หลอมละลายแหวนแล้วคืนให้แก่สามนางอัปสร
อีกทั้งสร้างความย่อยยับแก่เกราะป้องกันวัลฮัลลาซึ่งสร้างขึ้นจากร่างกายของมังกรด้วยฝีมือของสองยักษา
ขึ้นภาคสอง จอมจักรวาลและสรวงสวรรค์โวทันไม่อาจจะยอมรับได้ถึงความพินาศของวัลฮัลลา โดยมิได้ฉุกคิดแม้แต่น้อยว่าที่ตนเองยังไม่เป็นอะไรเพราะฮาร์ล็อคหยุดอัลเบอริชไว้ได้ โวทันมีบัญชาให้ธิดาบรุนฮิลด์นำนักรบวัลคิวเร่ทั้งเก้า (คือวัลคีรีตามเทพตำนานนอร์ส) เดินทางย้อนอดีตไปตามวงแหวนของอวกาศและเวลา ไปจนถึงยังดาวเมตาบลัดดี้ที่ซึ่งอวกาศและเวลามาพบกัน
โวทันตั้งใจส่งธิดาไปสังหารบิดาของฮาร์ล็อคและโอยามะในอดีต เพื่อมิให้ฮาร์ล็อควันนี้นำยานอัลคาเดียมาทำลายวัลฮัลลาได้
“เหตุการณ์วันนี้อาจจะเกิดขึ้นเพราะท่านพ่อบัญชาข้าเดินทางย้อนอดีตก็ได้ อะไรที่เกิดขึ้นแล้วมิอาจแก้ไขได้” บรุนฮิลด์พูดกับบิดา
แต่โวทันมิใช่เป็นแค่เทพเจ้าแห่งเทพทั้งปวง เขาครอบครอง “วงแหวนแห่งกาลเวลา” ด้วย เขาจึงควบคุมวัฏจักรชีวิต เข้าออกปริภูมิที่ส่วนไหนได้ตามใจชอบ “ไปทำลายเดทชาโดว์ของเกรตฮาร์ล็อคเดี๋ยวนี้” เดทชาโดว์คือยานของเกรตฮาร์ล็อคซึ่งเป็นคำเรียกบิดาของกัปตันฮาร์ล็อค (คือซิกฟรีดในอุปรากรของวากเนอร์)
แล้วบทเพลงของนางอัปสรฟรายอาก็บรรเลงข้ามเวลานำทางนักรบวัลคิวเร่เข้าสู่สงคราม หารู้ไม่ว่ามีเมอาศัยอยู่กับเกรตฮาร์ล็อค และ ดร.โอยามะ ผู้พ่อ บทเพลงของมีเมบรรเลงข้ามจักรวาลอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็คือโอเปร่านีเบอลุงของวากเนอร์ตั้งแต่ครั้งโบราณกาลนั่นเอง

พล็อตเรื่องของแหวนนีเบอลุงเล่มสองหนาเตอะนี้อาจจะมีไม่มากนัก จะว่าไปเล่มนี้ต่างหากที่เป็นปฐมบทของไตรภาค แหวนนีเบอลุงเล่มหนึ่งซึ่งการ์ตูนที่รักเขียนถึงครั้งก่อนนั้นจึงเป็นบุพภาคตามที่โอเปร่าของวากเนอร์เขียนไว้
เรื่องราวของภาคสองเกิดขึ้นในอดีตครั้งที่กัปตันฮาร์ล็อคและโอยามะ (ที่เรารู้จัก) ยังเป็นเด็กวิ่งเล่นบนยานของบิดาของคนทั้งสอง
แต่เด็กสองคนมิใช่ธรรมดา ฮาร์ล็อคมีจิตวิญญาณเป็นนักผจญภัยกับความมุ่งมั่นเหมือนบิดา โอยามะเป็นเด็กอัจฉริยะด้านวิศวกรรมเทียบเท่าผู้บิดา
ทั้งสองจะได้เล่นซนจนกระทั่งไปพบเมเธลและเอสเมอรัลดาครั้งยังเป็นเด็กผู้หญิงเดินทางมาด้วยกันกับรถด่วนกาแล็กซี 999 สองนางเป็นพี่น้อง
เด็กชายสองเด็กหญิงสองพบกันครั้งแรกบนยานอวกาศโบราณที่ถูกทิ้งร้างไว้หลายพันปีเพื่อรอผู้คู่ควรเป็นเจ้าของมาพบ
ชื่อของยานคือควีนเอสเมอรัลดา!

แม้พล็อตเรื่องจะไม่มากนัก แต่วิธีวาดและทำรูปเล่มมังงะจะเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักอ่านมังงะแม้จะไม่รู้เบื้องหลังอะไรก็ตาม นอกเหนือจากการใส่เคราให้เกรตฮาร์ล็อค และ ดร.โอยามะอย่างง่ายๆ จนน่าขำแล้ว
ที่นักอ่านจะได้เห็นซ้ำๆ คือการจัดภาพซ้ำๆ จากระยะไกลซูมเข้าระยะใกล้ยานของดวงดาวต่างๆ หรือสถานีอวกาศ หรือแม้กระทั่งคนคนหนึ่งเสมือนนั่งดูหนังฉะนั้น
ครั้นอ่านไปจนจบเล่มจึงพบเหตุผลที่เลย์จิ มัตสึโมโต ต้องจัดภาพแบบนี้ เหตุเพราะมังงะเรื่องนี้เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บนั่นเอง มิหนำซ้ำยังห่างจากภาคแรกถึง 7 ปี
เชิญชวนชื่นชมวิธีจัดลำดับภาพและการตัดต่อ การแปรรูปจากจอลงหนังสือมีปัญหาเช่นนี้เอง
เลย์จิ มัตสึโมโต มีงานทำมากมายระหว่าง 7 ปีนั้น เนื้อเรื่องที่คิดออกมาได้จึงเป็นเพียงปฐมบทของไตรภาค
เมื่ออ่านไปเกินครึ่งเล่ม ไม่พบความสัมพันธ์กับแหวนที่ไหนเลย
อ่านต่อไปจนเกือบจบเล่มจึงรู้ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นบนวงแหวนเวลา เป็นที่มาของคำสองคำคือชะตากรรมและโชคชะตา
ชะตากรรม fate เป็นเรื่องเลี่ยงไม่ได้
โชคชะตา destiny เป็นเรื่องที่เรากำหนดได้
บรุนฮิลด์จะได้พบกับเกรตฮาร์ล็อคในตอนท้าย เธอจะตัดสินใจทำอะไรกับจักรวาล จะเป็นชะตากรรมหรือโชคชะตาของอวกาศและเวลาทั้งมวล
โปรดติดตาม
เลย์จิ มัตสึโมโต เปิดตัวเมตานอยด์ (Metanoid) ครั้งแรกจากมังงะเรื่องนี้
เมตานอยด์มาถึงดาวเมตาบลัดดี้ภายใต้การนำของแม่มดเฮลมาซาเรีย หล่อนแวะทักทายทั้งสองฝ่ายคือนักรบวัลคิวเร่และเกรตฮาร์ล็อคเป็นการประเดิม
เมตานอยด์แปลง่ายๆ ว่าเป็นมนุษย์โลหะ เป็นสิ่งมีชีวิตจริงๆ ชนิดหนึ่ง มีหัวใจฮีเลียมสามที่พร้อมระเบิดหัวใจตัวเองเพื่อพลีชีพ
ส่วนหนึ่งดูเหมือนเชปชิฟเตอร์ ส่วนหนึ่งเหมือนเทอร์มิเนเตอร์ จะเป็นตัวแปรให้ได้ลุ้นระทึกกันต่อไป
หนังสือแปลไทยโดย 999 คอมิกส์เล่มนี้ใช้เวลาผลิตนานมาก และไม่รู้ว่าเราจะได้เห็นภาคสามเมื่อไร
ระหว่างนี้ผู้เขียนคงได้รื้อตู้ดีวีดีเพื่อค้นอุปรากรนีเบอลุงของวากเนอร์มานั่งดูรอไปพลางๆ
