เจาะลึกปล้นทอง 3 คดีดังราคากระฉูดยั่ว ‘ดาวโจร’ มหากาพย์ 15 ล. กลางกรุง ถึง สท.หนี้รุม-เด็กติดเกม
คอลัมน์ อาชญากรรม โดย อาชญาข่าวสด
ในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับคลื่นลมแห่งความผันผวน ราคาทองคำในประเทศไทยพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ขึ้นไปแตะระดับมากกว่าบาทละ 82,000 บาท
กลายเป็น ‘ชนวนเหตุ’ สำคัญที่จุดไฟแห่งความโลภให้โชติช่วงขึ้นในจิตใจของผู้คนบางกลุ่ม และนำไปสู่การก่ออาชญากรรมที่ซับซ้อน อุกอาจ และสะเทือนขวัญที่สุดในรอบหลายปี
จากหน้าประวัติศาสตร์อาชญากรรมในช่วงต้นปี 2569 เราได้เห็นภาพของคนร้ายที่มาจากหลากหลายภูมิหลัง ตั้งแต่นักการเมืองท้องถิ่นผู้กว้างขวาง เยาวชนที่ถูกโลกเสมือนจริงกลืนกิน ไปจนถึงอาชญากรมืออาชีพ
วันที่ 24 มกราคม 2569 กล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายรูปร่างสันทัด สวมชุดหมีสีดำเทา สวมหมวกกันน็อกมิดชิด ขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนดูลาดเลารอบร้านถึง 3 รอบ ก่อนจอดรถทิ้งไว้หลังตลาดหนองปรือ ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
จากนั้นก้าวเท้าเข้าสู่ห้างทองพานทองเยาวราช ชักปืนพกขนาด 9 มม. ออกมาข่มขู่พนักงานสาวที่อยู่เพียงลำพัง
“มาปล้น ต้องการแค่ทอง ไม่ต้องการทำร้ายใคร”
พนักงานสาวสังเกตเห็นอาการลนลานที่ผิดปกติจึงชักชวนคนร้ายคุยเพื่อดึงสมาธิ
ในจังหวะที่คนร้ายกำลังพะวักพะวนกับการโกยทอง เธอตัดสินใจเสี่ยงชีวิตวิ่งหนีเข้าหลังร้านพร้อมกดสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ทำให้คนร้ายตกใจลั่นไกยิงใส่ฝ้าเพดานเปิดทางหลบหนีไป
พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภาค 3 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา นำเจ้าหน้าที่ตำรวจปูพรมตรวจกล้องวงจรปิดกว่า 20 จุด จนพบเบาะแสเส้นทางหลบหนีสิ้นสุดลงที่บ้านพักห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 800 เมตร
เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าพูดคุยกับนายวิเชียร ศิริสถิตย์ อายุ 67 ปี เจ้าของบ้าน จากการเค้นสอบในช่วงแรกมีท่าทีพิรุธและพยายามปฏิเสธ
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดไทม์ไลน์ในโทรศัพท์มือถือของนายวิเชียร
Digital Footprint ก็ทำงานทันที
ตำแหน่งพิกัด (GPS) โทรศัพท์เครื่องดังกล่าวไปปรากฏที่ห้างทองดังกล่าวตรงกับเวลาเกิดเหตุอย่างแม่นยำ
สุดท้ายจำยอมเปิดปากรับสารภาพว่าความกดดันทางการเงิน เพราะหนี้สินรุมเร้า
การจับกุมครั้งนี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากนายวิเชียรเป็นบุคคลกว้างขวาง เป็น สท.มาถึง 2 สมัย และยังทำหน้าที่เป็นโฆษกให้กับเทศบาลฯ มีบุคลิกภาพดีและมีความชำนาญเรื่องอาวุธปืนเป็นอย่างสูง เพราะเป็นทหารเก่าและเคยดูแลสนามยิงปืน
ห่างกันไม่กี่วัน ในคืนที่กรุงเทพมหานครดูเหมือนจะเงียบสงบ กลับเกิดเหตุอุกฉกรรจ์ที่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เพียงชั่วข้ามคืน
เมื่อคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทองชื่อดังกลางห้างสรรพสินค้าบนถนนสุขุมวิท กวาดทรัพย์สินไปมูลค่ามหาศาลกว่า 15 ล้านบาท
ห้าทุ่มครึ่ง คืนวันที่ 30 มกราคม ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท 50 พื้นที่ สน.พระโขนง ในขณะที่พนักงานร้านทอง ‘ออโรร่า’ กำลังสาละวนกับการเก็บร้านและปิดประตูลูกกรงเหล็ก
ทว่าช่องว่างเพียงเล็กน้อยจากประตูปิดไม่สนิทกลายเป็นโอกาสของมืออาชีพ
กล้องวงจรปิดบันทึกนาทีระทึก ชายสวมเสื้อแขนยาวสีฟ้า นุ่งกางเกงขายาว และสวมหมวก มุดลอดผ่านประตูลูกกรงเหล็กเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชักอาวุธปืนขึ้นมาจี้ข่มขู่พนักงาน และทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด คือการราดน้ำมันลงบนเคาน์เตอร์เพื่อข่มขู่จะเผาร้านหากไม่ยอมส่งทองให้
ด้วยความตกใจพนักงานกวาดสร้อยคอทองคำใส่ถุงตามคำสั่ง เป็นทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 189 บาท และเงินสด อีก 170,000 บาท
เมื่อคำนวณราคาทองคำ ณ วันเกิดเหตุอยู่ที่บาทละ 75,000 บาท
มูลค่าความเสียหายทะลุไปมากถึง 15,020,000 บาท
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และทีมสืบสวนระดับพระกาฬทั้งจากสืบนครบาล และ บก.น.5 ระดมกำลังไล่เช็กวงจรปิดกว่า 100 จุด จนพบข้อมูลที่น่าสนใจ คนร้ายรายนี้ไม่ใช่โจรหน้าใหม่ที่ทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
แต่ดูลาดเลาอย่างเป็นระบบตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม ก่อนจะลงมือในคืนถัดมาเมื่อเห็นผู้คนบางตา








เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไล่ตามจนพบเส้นทางหลบหนีที่ไปถึงทางตันริมคลองประเวศบุรีรมย์ จึงประสานตำรวจน้ำลงงมค้นหาต่อเนื่องถึงคลองพัฒนาการจนพบวัตถุพยานสำคัญ
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ทะเบียน 1 กศ 7989 ลพบุรี ที่ถูกลักไปตั้งแต่ช่วงวันปีใหม่, ตะขอทองคำที่ตกอยู่ริมคลอง สลักตราสัญลักษณ์ร้านทองที่เกิดเหตุเป๊ะๆ และปืนปลอมที่คนร้ายโยนทิ้งทำลายหลักฐาน
เบาะแสคนร้ายไปสิ้นสุดที่บริเวณแคมป์คนงานในชุมชนปลัดเบี่ยง เทศบาลเมืองบางแก้ว จ.สมุทรปราการ แล้วหายไปไร้ร่องรอย
ข้อมูลสืบสวนบ่งชี้ว่า คนร้ายรายนี้มีพฤติกรรมคล้ายกับคนเร่ร่อน ไม่ยอมกลับบ้านพักอาศัยปกติ รวมถึงพฤติการณ์หลบหนีที่ชำนาญการเป็นพิเศษ
พฤติการณ์ทั้งหมดเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญกับคดีดังปี 2562 ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ ครั้งนั้นคนร้ายใช้วิธี ‘แต่งหญิงสวมวิก’ บุกชิงทองกว่า 200 บาท ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยภายใต้ฉายา ‘แจ๊กกี้’
ครั้งนั้นคดียังไม่ถูกปิดลง เพราะคนร้ายยังลอยนวลเป็นปริศนาจนถึงปัจจุบัน
ก้าวเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ได้เพียง 3 วัน ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง สาขาหาดใหญ่ จ.สงขลา
เมื่อชายรูปร่างเล็ก สวมชุดมิดชิดสีดำสนิท พร้อมหมวกไอ้โม่งและหมวกกันน็อก พุ่งตรงเข้าไปยัง “ห้างทองบูรพา” ในจังหวะที่พนักงานหญิงกำลังให้บริการลูกค้า ก่อนจะกระโดดข้ามตู้โชว์ทองอย่างแคล่วคล่องปานนักกีฬา ชักค้อนออกมาเตรียมทุบกระจกตู้โชว์ที่อยู่ด้านหลังจนแตกกระจาย
กวาดสร้อยคอและสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนักรวม 33 บาท (มูลค่าตามราคาทองขณะนั้น 2,428,800 บาท) ใส่กระเป๋าเป้แล้ววิ่งหนีออกทางประตูหลังห้างฯ ในสภาพลุกลี้ลุกลนจนหมวกกันน็อก รองเท้า และทองคำ 1 เส้น ตกอยู่ในลานจอดรถ
ก่อนจะซิ่งรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางถนนปุณณกัณฑ์ มุ่งหน้าอำเภอนาหม่อม
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. พร้อมทีมสืบสวนภาค 9, บก.ภ.จว.สงขลา, สภ.คอหงส์ รวมถึงกองปราบปราม ลงพื้นที่แกะรอยเส้นทางหลบหนีอย่างละเอียด จนพบเบาะแสสำคัญว่ารถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุถูกขโมยมาจากแรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอนาหม่อมตั้งแต่วันเกิดเหตุช่วงบ่าย
การตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบคนร้ายมีการเตรียมตัวมาอย่างดีเยี่ยม หลังก่อเหตุนำรถไปจอดทิ้งไว้ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ทว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่กลายเป็นอาวุธหลักของตำรวจ เมื่อพบว่า คนร้ายใช้แอพพลิเคชั่นเรียกบริการรถรับจ้างให้มารับไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ โดยสารเครื่องบินสู่ดอนเมืองเพื่อเลี่ยงด่านตรวจทางบก จากนั้นต่อรถทัวร์จากหมอชิต 2 มุ่งหน้าจังหวัดอุบลราชธานี
สุดท้ายไปจนมุมตำรวจกองปราบปราม ที่สนธิกำลังร่วมตำรวจท้องที่ไปดักรออยู่ก่อนแล้วที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงเย็นวันที่ 4 กุมภาพันธ์
สิ่งที่ทำให้ต้องตกใจคือ ผู้ร้ายรายนี้เป็นเยาวชนชายวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น
จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพอ้างเหตุผลที่สั่นคลอนสังคมว่า ติดเกมออนไลน์ชนิดหนึ่งอย่างหนัก และได้พูดคุยกับเพื่อนชาวลาวผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย (TikTok และ Facebook)
เพื่อนคนดังกล่าวได้ชักจูงให้ทำ “ภารกิจชิงทอง” ในชีวิตจริง
โดยรับปากว่าจะเตรียมเรือมารับที่จังหวัดอุบลราชธานีและจัดหาที่พักให้ในฝั่งลาวหากทำสำเร็จ
หลังลงมือสำเร็จแล้วเพื่อนชาวลาวยังแนะนำให้ซุกซ่อนทองไว้ก่อน หลังจากเรื่องสงบลงแล้วค่อยหาทางส่งตามไปใช้เสพสุขในประเทศลาว
เจ้าหน้าที่จึงตามไปตรวจยึดทองของกลางทั้งหมดที่ถูกซ่อนในห้องพักของเพื่อนที่หาดใหญ่ โดยซุกอยู่ในถุงผงซักฟอกหวังอำพรางสายตาตำรวจ
เหตุการณ์ชิงทองที่เกิดขึ้นถี่ยิบในช่วงต้นปี 2569 คือสัญญาณเตือนภัยร้ายแรงถึงความเปราะบางของสังคมภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและอิทธิพลจากโลกออนไลน์
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งยกระดับแผนเผชิญเหตุทั่วประเทศ พร้อมขอความร่วมมือให้ร้านทองติดตั้งระบบป้องกันที่แน่นหนาขึ้น เช่น กรงเหล็กและกระจกนิรภัย
เหนือสิ่งอื่นใด นับเป็นบทเรียนให้ผู้ปกครองต้องหันมาดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด
เพราะ ‘ภารกิจ’ ในโลกเสมือนจริง อาจนำไปสู่ ‘การจองจำ’ ในโลกจริง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
