bg-single

เจาะลึกปล้นทอง 3 คดีดังราคากระฉูดยั่ว ‘ดาวโจร’ มหากาพย์ 15 ล. กลางกรุง ถึง สท.หนี้รุม-เด็กติดเกม

12.02.2026

คอลัมน์ อาชญากรรม โดย อาชญาข่าวสด

ในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับคลื่นลมแห่งความผันผวน ราคาทองคำในประเทศไทยพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ขึ้นไปแตะระดับมากกว่าบาทละ 82,000 บาท

            กลายเป็น ‘ชนวนเหตุ’ สำคัญที่จุดไฟแห่งความโลภให้โชติช่วงขึ้นในจิตใจของผู้คนบางกลุ่ม และนำไปสู่การก่ออาชญากรรมที่ซับซ้อน อุกอาจ และสะเทือนขวัญที่สุดในรอบหลายปี

            จากหน้าประวัติศาสตร์อาชญากรรมในช่วงต้นปี 2569 เราได้เห็นภาพของคนร้ายที่มาจากหลากหลายภูมิหลัง ตั้งแต่นักการเมืองท้องถิ่นผู้กว้างขวาง เยาวชนที่ถูกโลกเสมือนจริงกลืนกิน ไปจนถึงอาชญากรมืออาชีพ

วันที่ 24 มกราคม 2569 กล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายรูปร่างสันทัด สวมชุดหมีสีดำเทา สวมหมวกกันน็อกมิดชิด ขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนดูลาดเลารอบร้านถึง 3 รอบ ก่อนจอดรถทิ้งไว้หลังตลาดหนองปรือ ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

            จากนั้นก้าวเท้าเข้าสู่ห้างทองพานทองเยาวราช ชักปืนพกขนาด 9 มม. ออกมาข่มขู่พนักงานสาวที่อยู่เพียงลำพัง

            “มาปล้น ต้องการแค่ทอง ไม่ต้องการทำร้ายใคร”

            พนักงานสาวสังเกตเห็นอาการลนลานที่ผิดปกติจึงชักชวนคนร้ายคุยเพื่อดึงสมาธิ

            ในจังหวะที่คนร้ายกำลังพะวักพะวนกับการโกยทอง เธอตัดสินใจเสี่ยงชีวิตวิ่งหนีเข้าหลังร้านพร้อมกดสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ทำให้คนร้ายตกใจลั่นไกยิงใส่ฝ้าเพดานเปิดทางหลบหนีไป

            พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภาค 3 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา นำเจ้าหน้าที่ตำรวจปูพรมตรวจกล้องวงจรปิดกว่า 20 จุด จนพบเบาะแสเส้นทางหลบหนีสิ้นสุดลงที่บ้านพักห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 800 เมตร

            เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าพูดคุยกับนายวิเชียร ศิริสถิตย์ อายุ 67 ปี เจ้าของบ้าน จากการเค้นสอบในช่วงแรกมีท่าทีพิรุธและพยายามปฏิเสธ

            แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดไทม์ไลน์ในโทรศัพท์มือถือของนายวิเชียร

            Digital Footprint ก็ทำงานทันที

            ตำแหน่งพิกัด (GPS) โทรศัพท์เครื่องดังกล่าวไปปรากฏที่ห้างทองดังกล่าวตรงกับเวลาเกิดเหตุอย่างแม่นยำ

            สุดท้ายจำยอมเปิดปากรับสารภาพว่าความกดดันทางการเงิน เพราะหนี้สินรุมเร้า

            การจับกุมครั้งนี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากนายวิเชียรเป็นบุคคลกว้างขวาง เป็น สท.มาถึง 2 สมัย และยังทำหน้าที่เป็นโฆษกให้กับเทศบาลฯ มีบุคลิกภาพดีและมีความชำนาญเรื่องอาวุธปืนเป็นอย่างสูง เพราะเป็นทหารเก่าและเคยดูแลสนามยิงปืน

ห่างกันไม่กี่วัน ในคืนที่กรุงเทพมหานครดูเหมือนจะเงียบสงบ กลับเกิดเหตุอุกฉกรรจ์ที่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เพียงชั่วข้ามคืน

            เมื่อคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทองชื่อดังกลางห้างสรรพสินค้าบนถนนสุขุมวิท กวาดทรัพย์สินไปมูลค่ามหาศาลกว่า 15 ล้านบาท

            ห้าทุ่มครึ่ง คืนวันที่ 30 มกราคม ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท 50 พื้นที่ สน.พระโขนง ในขณะที่พนักงานร้านทอง ‘ออโรร่า’ กำลังสาละวนกับการเก็บร้านและปิดประตูลูกกรงเหล็ก

            ทว่าช่องว่างเพียงเล็กน้อยจากประตูปิดไม่สนิทกลายเป็นโอกาสของมืออาชีพ

            กล้องวงจรปิดบันทึกนาทีระทึก ชายสวมเสื้อแขนยาวสีฟ้า นุ่งกางเกงขายาว และสวมหมวก มุดลอดผ่านประตูลูกกรงเหล็กเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชักอาวุธปืนขึ้นมาจี้ข่มขู่พนักงาน และทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด คือการราดน้ำมันลงบนเคาน์เตอร์เพื่อข่มขู่จะเผาร้านหากไม่ยอมส่งทองให้

            ด้วยความตกใจพนักงานกวาดสร้อยคอทองคำใส่ถุงตามคำสั่ง เป็นทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 189 บาท และเงินสด อีก 170,000 บาท

            เมื่อคำนวณราคาทองคำ ณ วันเกิดเหตุอยู่ที่บาทละ 75,000 บาท

            มูลค่าความเสียหายทะลุไปมากถึง 15,020,000 บาท

            หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และทีมสืบสวนระดับพระกาฬทั้งจากสืบนครบาล และ บก.น.5 ระดมกำลังไล่เช็กวงจรปิดกว่า 100 จุด จนพบข้อมูลที่น่าสนใจ คนร้ายรายนี้ไม่ใช่โจรหน้าใหม่ที่ทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

            แต่ดูลาดเลาอย่างเป็นระบบตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม ก่อนจะลงมือในคืนถัดมาเมื่อเห็นผู้คนบางตา

            เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไล่ตามจนพบเส้นทางหลบหนีที่ไปถึงทางตันริมคลองประเวศบุรีรมย์ จึงประสานตำรวจน้ำลงงมค้นหาต่อเนื่องถึงคลองพัฒนาการจนพบวัตถุพยานสำคัญ

            รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ทะเบียน 1 กศ 7989 ลพบุรี ที่ถูกลักไปตั้งแต่ช่วงวันปีใหม่, ตะขอทองคำที่ตกอยู่ริมคลอง สลักตราสัญลักษณ์ร้านทองที่เกิดเหตุเป๊ะๆ และปืนปลอมที่คนร้ายโยนทิ้งทำลายหลักฐาน

เบาะแสคนร้ายไปสิ้นสุดที่บริเวณแคมป์คนงานในชุมชนปลัดเบี่ยง เทศบาลเมืองบางแก้ว จ.สมุทรปราการ แล้วหายไปไร้ร่องรอย

            ข้อมูลสืบสวนบ่งชี้ว่า คนร้ายรายนี้มีพฤติกรรมคล้ายกับคนเร่ร่อน ไม่ยอมกลับบ้านพักอาศัยปกติ รวมถึงพฤติการณ์หลบหนีที่ชำนาญการเป็นพิเศษ

            พฤติการณ์ทั้งหมดเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญกับคดีดังปี 2562 ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ ครั้งนั้นคนร้ายใช้วิธี ‘แต่งหญิงสวมวิก’ บุกชิงทองกว่า 200 บาท ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยภายใต้ฉายา ‘แจ๊กกี้’

            ครั้งนั้นคดียังไม่ถูกปิดลง เพราะคนร้ายยังลอยนวลเป็นปริศนาจนถึงปัจจุบัน

ก้าวเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ได้เพียง 3 วัน ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง สาขาหาดใหญ่ จ.สงขลา

            เมื่อชายรูปร่างเล็ก สวมชุดมิดชิดสีดำสนิท พร้อมหมวกไอ้โม่งและหมวกกันน็อก พุ่งตรงเข้าไปยัง “ห้างทองบูรพา” ในจังหวะที่พนักงานหญิงกำลังให้บริการลูกค้า ก่อนจะกระโดดข้ามตู้โชว์ทองอย่างแคล่วคล่องปานนักกีฬา ชักค้อนออกมาเตรียมทุบกระจกตู้โชว์ที่อยู่ด้านหลังจนแตกกระจาย

            กวาดสร้อยคอและสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนักรวม 33 บาท (มูลค่าตามราคาทองขณะนั้น 2,428,800 บาท) ใส่กระเป๋าเป้แล้ววิ่งหนีออกทางประตูหลังห้างฯ ในสภาพลุกลี้ลุกลนจนหมวกกันน็อก รองเท้า และทองคำ 1 เส้น ตกอยู่ในลานจอดรถ

            ก่อนจะซิ่งรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางถนนปุณณกัณฑ์ มุ่งหน้าอำเภอนาหม่อม

            พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. พร้อมทีมสืบสวนภาค 9, บก.ภ.จว.สงขลา, สภ.คอหงส์ รวมถึงกองปราบปราม ลงพื้นที่แกะรอยเส้นทางหลบหนีอย่างละเอียด จนพบเบาะแสสำคัญว่ารถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุถูกขโมยมาจากแรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอนาหม่อมตั้งแต่วันเกิดเหตุช่วงบ่าย

            การตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบคนร้ายมีการเตรียมตัวมาอย่างดีเยี่ยม หลังก่อเหตุนำรถไปจอดทิ้งไว้ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

            ทว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่กลายเป็นอาวุธหลักของตำรวจ เมื่อพบว่า คนร้ายใช้แอพพลิเคชั่นเรียกบริการรถรับจ้างให้มารับไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ โดยสารเครื่องบินสู่ดอนเมืองเพื่อเลี่ยงด่านตรวจทางบก จากนั้นต่อรถทัวร์จากหมอชิต 2 มุ่งหน้าจังหวัดอุบลราชธานี

            สุดท้ายไปจนมุมตำรวจกองปราบปราม ที่สนธิกำลังร่วมตำรวจท้องที่ไปดักรออยู่ก่อนแล้วที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงเย็นวันที่ 4 กุมภาพันธ์

            สิ่งที่ทำให้ต้องตกใจคือ ผู้ร้ายรายนี้เป็นเยาวชนชายวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น

            จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพอ้างเหตุผลที่สั่นคลอนสังคมว่า ติดเกมออนไลน์ชนิดหนึ่งอย่างหนัก และได้พูดคุยกับเพื่อนชาวลาวผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย (TikTok และ Facebook)

            เพื่อนคนดังกล่าวได้ชักจูงให้ทำ “ภารกิจชิงทอง” ในชีวิตจริง

            โดยรับปากว่าจะเตรียมเรือมารับที่จังหวัดอุบลราชธานีและจัดหาที่พักให้ในฝั่งลาวหากทำสำเร็จ

            หลังลงมือสำเร็จแล้วเพื่อนชาวลาวยังแนะนำให้ซุกซ่อนทองไว้ก่อน หลังจากเรื่องสงบลงแล้วค่อยหาทางส่งตามไปใช้เสพสุขในประเทศลาว

            เจ้าหน้าที่จึงตามไปตรวจยึดทองของกลางทั้งหมดที่ถูกซ่อนในห้องพักของเพื่อนที่หาดใหญ่ โดยซุกอยู่ในถุงผงซักฟอกหวังอำพรางสายตาตำรวจ

เหตุการณ์ชิงทองที่เกิดขึ้นถี่ยิบในช่วงต้นปี 2569 คือสัญญาณเตือนภัยร้ายแรงถึงความเปราะบางของสังคมภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและอิทธิพลจากโลกออนไลน์

            พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งยกระดับแผนเผชิญเหตุทั่วประเทศ พร้อมขอความร่วมมือให้ร้านทองติดตั้งระบบป้องกันที่แน่นหนาขึ้น เช่น กรงเหล็กและกระจกนิรภัย

            เหนือสิ่งอื่นใด นับเป็นบทเรียนให้ผู้ปกครองต้องหันมาดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด

            เพราะ ‘ภารกิจ’ ในโลกเสมือนจริง อาจนำไปสู่ ‘การจองจำ’ ในโลกจริง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก