bg-single

กราฟิตี้ดึกดำบรรพ์ กับการสะพรั่งแห่งสติปัญญามนุษย์

23.02.2026

ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ

ในวงการวิทยาศาสตร์มีวารสารที่ตีพิมพ์ยากเย็นเข็ญใจอยู่หลายหัว แต่ที่โดดเด่นสุด ก็น่าจะเป็นวารสารในตระกูล Nature และ Science วารสารพวกนี้จะรับตีพิมพ์ผลงานวิจัยแค่ระดับ top tier หวือหวา และเว่อร์วังของแต่ละวงการ

งานส่วนใหญ่ก็จะมาแบบอลังการงานสร้าง คือไม่ใช่แค่ top quality แต่ต้อง in trend เป็นกระแส หรือไม่ก็ออกแนวพลิกโลก สะท้านสะเทือนวงการไปเลย

เมื่อราวๆ สัปดาห์ก่อน ก็มีเปเปอร์หนึ่งที่แวบผ่านตาผมไป เปเปอร์นี้เผยแพร่ออกมาในวารสาร Nature ชื่อว่า “Rock art from at least 67,800 years ago in Sulawesi” หรือถ้าแปลตรงตัวเป็นไทยก็น่าจะประมาณ “ศิลปะหินจากอย่างน้อย 67,800 ปีก่อนบนเกาะซูลาเวซี”

ซึ่งถ้าดูจากชื่อ ฟังดูเรียบง่าย จืดชืด ธรรมดา ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น

แต่แล้ว ในศิลปะหินจากเกาะซูลาเวซี…อายุราว 70,000 ปี มันมีอะไรกันแน่?

เหตุใดงานที่ฟังดูแล้วบ้านๆ มากชิ้นนี้จึงได้ลงตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำที่นักวิจัยทั่วโลกใฝ่ฝันอย่าง Nature?

แล้วผมก็ได้เมสเสจมาจากกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามไถ่ถามถึงงานนี้เช่นกัน ว่าผมคิดเห็นอย่างไร…

และนั่นคือสิ่งที่จุดประกายความสงสัยทำให้ผมเริ่มขุดคุ้ยเพื่อค้นหาว่ามีเรื่องราวอะไรกันแน่ที่ซ่อนอยู่ในฉากหน้าที่ดูแสนจะธรรมดา

ศิลปะหินจากบลอมโบ (ภาพจาก Wikipedia)

สิ่งที่ได้พบคือความประหลาดใจ เพราะเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง กลับซุกซ่อนอะไรเอาไว้มากกว่าที่คิด

ใครจะไปคิดว่า การศึกษาภาพรอยพ่นฝ่ามือสีส้มจางๆ ในถ้ำแห่งหนึ่งในประเทศอินโดนีเซียนั้น กลับซ่อนแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่เอาไว้ เป็นแรงสั่นสะเทือนที่ไม่เพียงเขย่าขอบเขตของโบราณคดี หากยังสั่นคลอนแก่นความเข้าใจในเรื่องประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติของพวกเราด้วย

แน่นอน “การระบุอายุภาพเขียนในถ้ำไม่ใช่เรื่องง่าย” แมกซิม โอแบร์ (Maxime Aubert) นักโบราณคดีชื่อดังจากมหาวิทยาลัยกริฟฟิท (Griffith University) กล่าว

“แต่ถ้าเราล่วงรู้อายุของภาพเขียน โลกใบใหม่ก็จะปรากฏขึ้น ราวกับหน้าต่างสู่อดีตที่พาเราเข้าไปชิดใกล้กับจิตวิญญาณของผู้คน (ในยุคนั้น)”

“ภาพนี้สร้างขึ้นมาจากดินสี (ochre) พวกเขาวางมือลงไปตรงนั้น แล้วก็พ่นด้วยสี เรายังบอกไม่ได้ว่าพวกเขาใช้เทคนิคอะไร ไม่แน่ พวกเขาอาจจะอมสีใส่เข้าไปในปากแล้วก็พ่นออกมาก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะมีการพัฒนาเครื่องมืออะไรบางอย่างขึ้นมาเพื่อการนี้” แมกซิมสันนิษฐาน

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ผนังถ้ำพวกนี้มักมีรอยน้ำซึมน้ำไหลพอนานไป พวกตะกรันแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำที่ซึม หรือไหลผ่านก็อาจจะก่อตัวเป็นคราบชั้นหินปูน ที่เรียกว่าแคลไซต์ (calcite) เคลือบอยู่บางๆ บนผิวผนังถ้ำ (และภาพเขียน) ออกแนวๆ หินงอกหินย้อย

นั่นหมายความว่า ถ้าเราสามารถหาอายุของชั้นหินที่เคลือบอยู่ได้ ภาพที่อยู่ใต้ชั้นเคลือบจะต้องมีอายุยาวนานกว่านั้นเป็นแน่นอน

เพื่อระบุอายุภาพโดยไม่ทำลายภาพเขียน พวกเขาใช้เลเซอร์พลังงานสูงปาดผิวของชั้นแคลไซต์บริเวณใกล้ๆ ภาพเขียนออกมา แล้วนำไปวิเคราะห์การสลายตัวของยูเรเนียม ไปเป็นทอเรียม ด้วยเทคนิค Laser U-series

และอายุของภาพนี้ ก็คือ 71,600 ปี เก่ากว่าที่เปเปอร์ระบุเอาไว้ว่า 67,800 ปี

แต่ในการวิเคราะห์ ผลอาจจะมีความคลาดเคลื่อนได้ประมาณ ?3,800 ปี เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาว่า “โอเวอร์เคลม” ทีมวิจัยตัดสินใจหักค่าความคลาดเคลื่อนออกจนหมด เหลือเพียงอายุขั้นต่ำที่ยากจะโต้แย้ง

ซึ่งถ้าลองคำนวณเอาตัวเลข 71,600 ปีมาลบออกด้วยค่าความคลาดเคลื่อน 3,800 ก็จะได้ 67,800 ปี เท่ากับที่เขียนในหัวข้อเปเปอร์

ภาพกราฟิตี้ในถ้ำลัสโก

แม้จะเป็นตัวเลขที่ดูจะ “ถ่อมตัว” ที่สุดแล้ว แต่มันก็ยังมากพอจะเขย่าความเข้าใจเดิมๆ ของเราว่า มนุษย์เริ่มสร้างศิลปะ เริ่มเล่าเรื่องผ่านสัญลักษณ์ตั้งแต่เมื่อใด

ทั้งนี้ เพราะว่าในอดีต ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 มีความเชื่อในเชิงมานุษยวิทยาว่า ศิลปะ (Art) ความคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking) และความสามารถในการคิดในเชิงสัญลักษณ์ (Symbolic thinking) ของมนุษย์ Homo sapiens นั้นผลิบานขึ้นมาอย่างรวดเร็วหลังจากที่อพยพย้ายถิ่นเข้าไปในยุโรปในช่วงราวๆ 40,000 ปีก่อน

พูดง่ายๆ เผ่าพันธุ์มนุษย์เริ่มมีไอเดียบรรเจิด เริ่มสร้างสรรค์ เริ่มคิดเชิงศิลปะได้หลังจากไปถึงยุโรปแล้ว

ก่อนเข้ายุโรป ยังไม่มีความติสต์ ยังไม่สร้างสรรค์ แต่พอย้ายนิวาสสถานเข้าไปในยุโรปแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่ๆ ก็ติสต์ขึ้นมา ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ก็ผุดสะพรั่งเปล่งปลั่งขึ้นมารวดเร็วปานระเบิด

ภาพกราฟิตี้ที่ถ้ำเลียงมีแทนดูโนในซูลาเวซี

หลักฐานสำคัญที่ทำให้นักวิชาการเคยคิดเช่นนั้น ก็คือการค้นพบถ้ำจำนวนมากในยุโรป ถ้ำที่ภายในมิได้ว่างเปล่า หากแน่นขนัดไปด้วยภาพเขียนและงานศิลปะบนผนัง งดงาม ตระการตา จนยากจะเชื่อว่านี่คือผลงานของพวก “มนุษย์ถ้ำ” ที่อยู่มากันตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์

และตัวอย่างที่ถูกกล่าวถึงอยู่เสมอคือ ถ้ำลัสโก (Lascaux Cave) ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งภายในบรรจุภาพเขียนสีมากกว่าหกร้อยภาพ ที่ถูกบรรจงวาดขึ้นมาด้วยดินสีหลากหลายเฉด แต่ละภาพเต็มไปด้วยมิติ จังหวะและเส้นสายลวดลายพลิ้วไหว งดงามตระการตา จนหลายคนเปรียบเปรยว่าราวกับโบสถ์ซิสทีน (Sistine Chapel) ของยุคเรอแนซ็องส์

และพอมีการค้นพบ ถ้ำที่มีภาพเขียนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุโรป เช่น ถ้ำโชแว (Chauvet) ในฝรั่งเศสที่มีภาพสัตว์ป่าที่ซับซ้อนสวยงาม ถ้ำแอลตามิรา (Altamira) ในสเปนที่มีภาพเขียนรูปฝูงวัวไบซันที่สวยงาม สมจริง ก็เกิดเป็นแนวคิด…

ยิ่งพอไม่ค่อยเจอถ้ำที่อื่นที่มีภาพวาดละเอียดวิจิตรเท่าด้วยแล้ว ก็ยิ่งเชื่อ จนท้ายที่สุดก็ค่อยๆ หล่อหลอมเป็นภาพจำทางวิชาการที่ว่าศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ได้เบ่งบานสะพรั่งขึ้นในยุโรป ในช่วงเวลาที่เรียกว่า European Creative Explosion หรือ “การระเบิดทางความคิดสร้างสรรค์ในยุโรป”

บางคนถึงกับเปรียบเปรยอย่างสุดโต่งว่านี่คือ “บิ๊กแบงทางสติปัญญา (Big Bang of the Mind)”

ภาพกราฟิตี้ที่ถ้ำเลียงมีแทนดูโนในซูลาเวซี (ภาพจาก Maxime Aubert/Griffith University)

ด้วยรายละเอียดอันซับซ้อน ความเข้าใจในสัดส่วนและรูปทรงของสัตว์แต่ละชนิด และการสื่อความหมายเชิงนามธรรมที่แฝงอยู่ในภาพ ทำให้นักวิจัยเชื่อว่าความสามารถในการวาดภาพแบบนี้น่าจะพบได้เฉพาะในมนุษย์ Homo sapiens เท่านั้น ไม่น่าจะเป็นผลงานของมนุษย์วานรสปีชีส์อื่น ไม่ว่าจะเป็นนีแอนเดอร์ทัล หรือโฮมินิดกลุ่มอื่นใดก็ไม่น่าจะทำได้

ซึ่งน่าสนใจ เพราะแนวคิดนี้เชื่อว่าการสร้างสรรค์ ศิลปะ วัฒนธรรม และการคิดเป็นสัญลักษณ์นั้นเริ่มขึ้นเมื่อมาถึงยุโรป ราวกับเปิด/ปิดสวิตช์…

แต่แล้ว ไอเดียเรื่อง “การสะพรั่งทางสติปัญญา” ในยุโรป ก็ถูกท้าทาย เมื่อหลักฐานชิ้นหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากอีกฟากของโลก

และจากห้วงเวลาที่เก่าแก่ยิ่งกว่า

ในปี 2002 มีการค้นพบลูกปัดหินโบราณที่มีการขีดเส้นเป็นลวดลายสานเป็นรูปเรขาคณิตในถ้ำบลอมโบส (Blombos cave) ในแอฟริกาใต้

ลูกปัดนี้มีอายุราวๆ 70,000-100,000 ปี เก่าแก่กว่างานศิลปะถ้ำในยุโรปไปอีกหลายหมื่นปี

แม้ว่าลวดลายบนลูกปัดหินนั้นจะไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมากนัก แต่เส้นสายลวดลายนี้ก็ยังน่าสนใจ เพราะแต่ละเส้นที่ถูกขีดลงไป ไม่ได้จำเป็นต่อการใช้งานใดๆ ไม่ได้ช่วยให้ลูกปัดแข็งแรงขึ้น หรือทำให้สวมใส่ง่ายขึ้น

แต่อาจจะสื่อ “ความหมาย” บางอย่าง

ซึ่งนั่นอาจสะท้อนให้เห็นว่าความคิดเชิงนามธรรม การมองเห็นรูปแบบ การตั้งใจสร้างสัญลักษณ์อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในยุโรปราวเปิด/ปิดสวิตช์ดังที่เคยเชื่อกัน

แต่น่าจะถือกำเนิดขึ้นมาก่อนหน้านั้นเนิ่นนานนับหมื่นปี ก่อนที่มนุษย์จะเริ่มอพยพออกจากแอฟริกาเสียอีก

“การระเบิดทางสติปัญญา” ไม่ได้เกิดขึ้นฉับพลันในที่เดียว หากแต่ค่อยๆ ก่อตัว หล่อหลอม ผ่านการเวลาและประสบการณ์

แล้วงานศิลปะหินที่เพิ่งค้นพบในถ้ำเลียงมีแทนดูโน (Liang Metanduno) บนเกาะซูลาเวซี สำคัญอย่างไร และเหตุใดจึงน่าตื่นเต้นพอจะไปปรากฏบนหน้าวารสาร Nature?

คำตอบไม่ใช่เพราะมัน “เก่ากว่า” หากแต่เพราะมัน “บอกอะไรได้” มากกว่าที่เราคิดว่าศิลปะยุคต้นควรจะพูดได้

ภาพรอยพ่นฝ่ามือและภาพเขียนในถ้ำแห่งนี้ แสดงให้เห็นระดับความซับซ้อนและการสื่อความหมายเชิงสัญญะ ที่ไปไกลกว่าลวดลายเรขาคณิตจากถ้ำบลอมโบสอย่างชัดเจน

และชี้ให้เห็นได้ชัดว่า ความคิดในเชิงนามธรรมนั้นวิวัฒนาการอย่างไร จากการ “ขีดเส้นเป็นรูปแบบต่างๆ ” ไปสู่การเล่าเรื่อง การเลือกภาพ และความหมายที่สื่อออกมาบนผนังหิน

ชัดเจนแล้วว่า ความคิดเชิงสัญลักษณ์ไม่ได้ “ปะทุ” ขึ้นที่ยุโรปเพียงแห่งเดียว ในแอฟริกาก็มี ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มี ทฤษฎี “การระเบิดทางความคิดสร้างสรรค์ในยุโรป” หรือ European Creative Explosion จึงไม่อาจยืนอยู่ได้อีกต่อไป…

ใครเล่าจะคิด ว่าแค่รอยฝ่ามือจางๆ และกราฟิตี้เพียงไม่กี่ภาพ จะทรงพลังมากพอที่จะเขย่าโครงเรื่องใหญ่ของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ และกระตุ้นให้เรากลับไปตั้งคำถามกันใหม่อีกครั้งว่า มนุษย์เราเริ่ม “คิดเป็นมนุษย์” ตั้งแต่เมื่อใดกันแน่?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน