พระพิจิตรกรุบ้านตาก พระเนื้อชิน-ใบตำแย อีก 2 พระเครื่องโดดเด่น
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
จังหวัดตาก เคยเป็นเมืองหน้าด่านในสมัยโบราณ มีวัดเก่าแก่และมีพระกรุอยู่เช่นกัน หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นกับพระเครื่องของจังหวัดตากนัก เนื่องจากในสมัยโบราณเป็นเมืองเล็ก วัดวาอารามคงมีไม่มาก
พระเครื่องที่พบก็ยังมีไม่มากเช่นกัน ส่วนใหญ่จะเป็นพระเนื้อชิน มีทั้งเป็นเนื้อชินเงินและพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง
“บ้านตาก” แต่เดิมเป็นที่ตั้งของเมืองตากเก่า ต่อมาได้ย้ายเมืองมาตั้งอยู่ที่ตัวจังหวัดปัจจุบัน เมืองเก่าจึงลดสถานะลงมาเป็นเพียงอำเภอบ้านตาก แต่ยังพบซากเมืองเก่าและพระเครื่องอยู่บ้าง
พระเครื่องต่างๆ ที่พบในบ้านตากนั้น เป็นพระเครื่องที่สร้างในสมัยอยุธยา เท่าที่พบเป็นพระเครื่องเนื้อชิน ซึ่งมีทั้งเนื้อชินเงินและเนื้อชินตะกั่ว ส่วนพิมพ์ที่พบเป็นพระซุ้มยอ พระร่วงนั่ง พระงบน้ำอ้อย พระพิจิตร พระยอดขุนพลซุ้มเรือนแก้ว
พระเครื่องกรุบ้านตากมีจำนวนที่พบไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะตกอยู่กับชาวบ้านเป็นส่วนใหญ่ มีเข้ามาในส่วนกลางบ้างไม่มากนัก เท่าที่พบเห็นเป็นพระซุ้มยอและพระร่วง พระงบน้ำอ้อย
ส่วนพระพิจิตรไม่ค่อยพบเห็นเข้ามาในส่วนกลาง ซึ่งอาจเป็นเพราะชาวบ้านต่างเก็บไว้บูชาเอง

องค์พระพิจิตรกรุบ้านตากมีขนาดเล็กมากลักษณะเรียว เนื้อจะเป็นเนื้อตะกั่วสนิมแดง รายละเอียดขององค์พระไม่มีอะไรนัก เป็นพระนั่งปางสมาธิ ตัดชิดองค์พระ เท่าที่สอบถามคนเฒ่าคนแก่เมืองตาก จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เหนียวเด็ดนัก คือเด่นทางด้านอยู่ยงคงกระพัน
คนเก่าคนแก่เล่าว่า เนื่องจากมีขนาดเล็ก เวลาจะไปไหนมาไหน มักจะอมไว้ในปากเดินทางไป เชื่อว่าทำให้รอดพ้นภัยแคล้วคลาดมาตลอด บางรายถูกฟัน เสื้อผ้าขาดหมด แต่ไม่เข้าเลย เป็นแค่รอยเป็นทางยาวเท่านั้น คนเก่าคนแก่เมืองตากเล่าให้ฟังและรับรอง
พระพิจิตรกรุบ้านตากมีขนาดเล็กลักษณะคล้ายกับพระเมืองพิจิตร จึงยืมชื่อมาตั้งชื่อพระใช้นำหน้า และต่อท้ายด้วยชื่อกรุพระ เป็นที่มาของ “พระพิจิตรกรุบ้านตาก”
ว่ากันว่าโดดเด่นเช่นเดียวกันด้วย พระพิจิตรกรุบ้านตากปัจจุบันหายาก คนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยรู้จัก แต่คนเมืองตากรู้จักกันดีและหวงแหนกันมาก จำนวนพระก็มีไม่มากนัก ส่วนใหญ่ก็จะตกทอดกันในหมู่ลูกหลาน ในส่วนกลางแทบจะไม่ค่อยได้เห็นกัน เรียกว่าเป็นพระหายากอีกรุ่นหนึ่ง
พระพิจิตรกรุบ้านตากจะเป็นพระเนื้อชินตะกั่ว มีสนิมแดงขึ้นประปราย และมีสนิมไขขึ้นอยู่เป็นจุด ลักษณะของสนิมขึ้นคล้ายกับพระของกรุศาลเจ้าราชบุรี องค์พระเล็กมาก เล็กกว่าพระพิจิตรเม็ดข้าวเม่าของพิจิตรเล็กน้อย ลักษณะเรียว ไม่มีรายละเอียดอะไรมากนัก
สนนราคาก็ยังไม่สูง แต่ก็หายากมาก

กล่าวสำหรับ “พระพิจิตรใบตำแย” ซึ่งเป็นพระเนื้อชิน และมีรูปแบบศิลปะคล้ายกับพระของหลายกรุที่สร้างในยุคสมัยเดียวกัน คือ ในสมัยอยุธยา เช่น กรุวัดราชบูรณะ อยุธยา และพระเครื่องอีกหลายเมือง
ความเป็นจริงแล้วพระเครื่องที่มีศิลปะคล้ายกันแบบนี้มีอยู่หลายหัวเมือง เช่น กรุวัดมหาธาตุ จ.เพชรบูรณ์ กรุวัดสมอแครง จ.พิษณุโลก เป็นต้น ชื่อเรียกอาจจะแตกต่างกันไป เช่น พระซุ้มจิก พระซุ้มคอระฆัง แล้วแต่ที่เห็นจะมีลักษณะคล้ายกับอะไร ตามแต่ละท้องถิ่น แต่คนเมืองพิจิตรมองเห็นเค้าโครงของพระพิมพ์นี้มีสัณฐานคล้ายใบตำแย จึงเรียกขานกันว่า พระพิจิตรใบตำแย
ในสมัยก่อนนั้นคนรุ่นเก่าโดยเฉพาะคนพิจิตรยกย่องให้พระพิจิตรใบตำแยนั้นสุดยอดคงกระพันและหวงกันมาก เป็นพระนิยมเช่นเดียวกับพระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า พระพิจิตรเม็ดน้อยหน่า แต่มีขนาดใหญ่กว่าพระทั้ง 2 ชนิด
ในสมัยก่อนมีคนนำพระจากกรุอื่นๆ มายัดเป็นพระพิจิตรใบตำแย เนื่องจากพระที่รูปแบบคล้ายกันนั้นมีอยู่หลายกรุ แต่พระที่รูปแบบคล้ายกันกับพระพิจิตรใบตำแยจะมีแม่พิมพ์ที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละกรุ ซึ่งจะแตกต่างกัน สามารถแยกแยะได้ สาเหตุที่นำมายัดเป็นพระพิจิตรใบตำแยก็เนื่องจากพระในรูปแบบนี้ พระพิจิตรใบตำแยมีความนิยมมากกว่าของกรุอื่น
แม้ว่าพระตามรูปแบบนี้จะมีอยู่หลายกรุหลากหลายหัวเมืองก็ตาม แต่พระของแต่ละกรุแต่ละจังหวัดมีเอกลักษณ์แตกต่างกันเล็กๆ น้อยๆ
ในส่วนที่เป็นพระพิจิตรใบตำแย ต้องมีเอกลักษณ์อันเป็นจุดเด่น ดังนี้
1. ต้องประทับบนฐานหรืออาสนะเป็นรูปเรือสำเภา ซึ่งเป็นสันนูนเด่นดังในภาพ ตรงจุดนี้สำคัญ
2. ที่ใต้ฐานต้องมีบัวลูกแก้วรองรับ มีลักษณะกลม เป็นเม็ดไข่ปลาเล็ก
3. ที่บนซุ้มระฆัง ต้องมีจุดกลมเป็นเม็ดไข่ปลาอยู่ทั่วไป
ถ้าเห็นพระลักษณะแบบนี้แล้วไม่มีจุดสังเกตตามนี้ ไม่ใช่พระพิจิตรใบตำแยของ จ.พิจิตรอย่างแน่นอน
พระพิจิตรใบตำแยจะมีราคาสูงกว่าของกรุอื่นๆ หลายเท่าตัว เนื่องจากเป็นพระที่มีประสบการณ์สูง เด่นด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาดเช่นเดียวกับพระตระกูลพิจิตรพิมพ์อื่นๆ
ที่พบส่วนมากจะไม่ค่อยสวย เนื่องจากผ่านการใช้มาอย่างโชกโชน ผุบ้าง ลบเลือนบ้าง ชำรุดบ้าง
จะหาองค์พระที่สภาพสวยสมบูรณ์นั้นยากมากจริงๆ
