bg-single

Sho Shibuya ศิลปินที่วาดท้องฟ้าบดบังข่าวสาร ของหนังสือพิมพ์รายวัน

02.03.2026

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

ในตอนนี้ เราขอนำเสนอเรื่องราวของศิลปินร่วมสมัยระดับโลกคนสำคัญ ผู้แวะเวียนมาให้เราได้ทำความรู้จักกันอีกคน ศิลปินผู้นั้นมีชื่อว่า โช ชิบุยะ (Sho Shibuya) ศิลปินร่วมสมัยชาวญี่ปุ่นที่พำนักอยู่ในบรูคลิน นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

เขาเกิดในปี 1984 เป็นศิลปินชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในนครนิวยอร์กตั้งแต่ปี 2011 เขาเป็นที่รู้จักจากชุดผลงาน The Sunrise from a Small Window ซึ่งเริ่มต้นจากการทำสมาธิประจำวันว่าด้วยความแตกต่างระหว่างท้องฟ้ายามเช้าที่สงบนิ่งกับข่าวสารที่ทวีความโกลาหลมากขึ้น เมื่อสะสมต่อเนื่องตามกาลเวลา

ผลงานชุดนี้จึงกลายเป็นบันทึกเชิงภาพของแต่ละวัน ถ่ายทอดทั้งความงดงามตามธรรมชาติของพระอาทิตย์ขึ้น และเหตุการณ์สำคัญที่คั่นจังหวะเส้นเวลาซึ่งยังคงดำเนินต่อไปในทุกๆ วัน และใคร่ครวญถึงการดำรงอยู่ของแต่ละวันที่ผ่านไป

สิ่งที่เริ่มต้นจากการสะท้อนตนเองส่วนบุคคลได้พัฒนาไปสู่บทวิจารณ์เชิงทัศนศิลป์และอารมณ์ต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองและสิ่งแวดล้อมที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ The New York Times โครงการที่ดำเนินต่อเนื่องนี้ได้กลายเป็นบันทึกเชิงภาพ จับภาพความเรืองรองของดวงอาทิตย์และท้องฟ้าอันตัดกันกับวัฏจักรข่าวที่เขาเผชิญหน้าในแต่ละวัน

ในปี 2022 ผลงานของโชได้รับการนำเสนอที่งาน Art Basel Miami ร่วมกับ Saint Laurent โดยเน้นย้ำการสำรวจจุดตัดระหว่างศิลปะ แฟชั่น และชีวิตประจำวันของศิลปิน

ผลงานที่โดดเด่นของเขามี เช่น ผลงาน Falling from the Sky (2025) ที่ถ่ายทอดท้องฟ้าที่สว่างสดใสผ่านหน้าต่าง แต่ดวงอาทิตย์ก็ไม่ได้ส่องแสงเสมอไป โดยเฉพาะชาวลอนดอนย่อมรู้ดี

โชรักวันฝนตก ชอบมองหยดฝนเต้นระบำและไหลเลื่อนไปบนกระจก สร้างลวดลายที่แปรเปลี่ยนไปมา ทิ้งร่องรอยตามทิศทางลม

เขาหลงใหลในความที่ลวดลายเหล่านี้ไม่เคยซ้ำกัน มีความเป็นเอกลักษณ์

น่าแปลกที่วันหม่นชื้นเหล่านี้กลับติดอยู่ในความทรงจำของเขามากกว่าในวันที่แดดจ้า

เขาพบภรรยาในวันแบบนั้น ในวันที่ฝนตกหนัก ทั้งคู่ก้าวเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ อย่างเงียบสงบ แต่ละคนถือร่มเข้ามา

คำพูดแรกของพวกเขาแน่นอนว่าเกี่ยวกับสายฝน ฝนทำให้เขาหยุดนิ่ง มันทำให้โลกหมุนช้าลง

เขาอยากหยุดช่วงเวลานั้นไว้ หยดน้ำ เส้นสาย ท้องฟ้ามืดครึ้มที่เต็มไปด้วยเฉดสีเทาอันไร้ขอบเขต

ในนิวยอร์กที่เขาอาศัยอยู่นั้น ฝนตกประมาณ 121 วันต่อปี หรือเกือบหนึ่งในสามของเวลา

ส่วนที่ลอนดอนยิ่งมากกว่าถึง 164 วัน นั่นเกือบครึ่งปีที่มีฝนตก

ดังนั้น บางทีวันนี้ที่ลอนดอนอาจกำลังมีฝนโปรยลงมาอยู่ก็ได้ บางทีอาจมีลวดลายงดงามกำลังก่อตัวบนกระจกหน้าต่างในตอนนี้ เปลี่ยนแปลง เลื่อนไหล ค่อยๆ ก่อรูปสิ่งที่แสนชั่วคราวแต่น่าจดจำ

และถ้าไม่ใช่ ภาพวาดเหล่านี้ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าบรรยากาศของวันเช่นนั้นเป็นอย่างไร และเป็นคำเชื้อเชิญให้หยุดพักและใคร่ครวญ

และในขณะเดียวกัน ในอีกหลายมุมโลก ท้องฟ้ากลับไม่ได้อ่อนโยน ไม่ใช่ฝนที่โปรยลงมา แต่เป็นระเบิดเมฆสีเทาเดียวกันที่ปลอบประโลมเขาที่นี่ กลับทอดเงาแห่งความหวาดกลัวในที่อื่น ที่ซึ่งเขาเห็นความงาม คนอื่นกลับเห็นควันไฟ ความพินาศ ความเงียบที่ถูกทำลาย ไม่ใช่ด้วยเสียงหยดฝนแผ่วเบา แต่ด้วยเสียงระเบิด ความตัดกันนั้นยังคงอยู่ในใจเขา

ภาพวาดเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงคำเชื้อเชิญให้หยุดพักและไตร่ตรอง หากยังเป็นเครื่องเตือนใจว่าความสงบสุขมีหน้าตาอย่างไร และมันเปราะบางเพียงใด

หรือนิทรรศการครั้งที่ 2 ของโชในนิวยอร์กอย่าง Freedom of Speech (2025) ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกฎหมายและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ซึ่งในสหรัฐอเมริกาคุ้มครองทุกคนทั้งพลเมืองและชาวต่างชาติ ตราบใดที่พวกเขาอยู่ภายในประเทศนี้

แต่ในทางปฏิบัติ การคุ้มครองเหล่านี้อาจรู้สึกเปราะบาง นโยบายด้านการเข้าเมือง การเฝ้าระวัง และความแตกแยกทางการเมือง สร้างบรรยากาศที่บางครั้งทำให้การแสดงออกดูเหมือนถูกจำกัด และผลลัพธ์ของคำพูดอาจขยายไปไกลเกินกว่าตัวบทกฎหมาย

เขาเชื่อว่าเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นคือคุณค่าที่สำคัญและเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของสหรัฐอเมริกา ผ่านภาพวาดของเขา โดยเขาพยายามบันทึกการเปลี่ยนแปลงที่ได้พบเห็น และจับภาพช่วงเวลานี้ไว้

ศิลปะของเขาจึงกลายเป็นเสียงหนึ่ง อันเป็นวิธีรักษาพื้นที่เล็ก ๆ ของการแสดงออกส่วนบุคคลไว้ โดยเฉพาะในยามที่เสรีภาพนั้นดูเหมือนกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง

นิทรรศการนี้จัดแสดงผลงานจิตรกรรมจำนวน 20 ชิ้น บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ The New York Times สลับกันระหว่างภาพพระอาทิตย์ขึ้นกับภาพที่อ้างอิงพาดหัวข่าว

ข่าวดีสำหรับมิตรรักแฟนศิลปะชาวไทยก็คือ ตอนนี้เรามีโอกาสได้ชมผลงานของ โช ชิบุยะ โดยไม่ต้องเดินทางไปชมในพิพิธภัณฑ์ หรือมหกรรมศิลปะในประเทศอื่น เพราะดิบ บางกอก (Dib Bangkok) พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ที่เพิ่งเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ ได้จัดแสดงผลงานของโช ที่มีชื่อว่า Sunrise from a Small Window

โดยโชได้วาดภาพพระอาทิตย์ขึ้นจากหน้าต่างของเขาลงบนหน้าปกหนังสือพิมพ์รายวัน ในแต่ละวันตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2020

เป็นผลงานที่เขาสร้างขึ้นสำหรับนิทรรศการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ Dib Bangkok นี้

นอกจากงานจริงบนหน้าปกหนังสือพิมพ์รายวันที่สามารถเปิดดูด้านหลังได้ ยังมีผลงานที่ถูกขยายให้มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้นจนมองเห็นได้จากทางด่วนใกล้เคียง (บางทีอาจจะทำขึ้นเพื่อบดบังภูมิทัศน์ด้านหลังก็เป็นได้)

งานศิลปะชิ้นนี้เชิญชวนให้ผู้ชมได้ครุ่นคิดถึงวิธีที่เราบันทึกแต่ละวันไว้ในความทรงจำของเรา ทั้งในระดับส่วนตัวและในระดับส่วนรวม

การฝึกฝนอย่างเป็นระบบของโช อย่างพิธีกรรมประจำวันในการบันทึกภาพยามรุ่งอรุณ ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวปฏิบัติทางศิลปะแบบทำซ้ำของศิลปินคนอื่นๆ เช่น ออง คาวาระ (On Kawara) และเฉีย เต๋อชิ่ง (Tehching Hsieh)

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ผลงาน Date Paintings ของคาวาระ ซึ่งเป็นงานตัวอักษรล้วนปราศจากลักษณะเชิงรูปทรงของบุคคล

ภาพพระอาทิตย์ขึ้นอันเปี่ยมสีสันของโช กลับแฝงไว้ด้วยความแปรเปลี่ยนของท้องฟ้าในแต่ละวัน อีกทั้งโชยังวาดบน “วัตถุที่พบ” อย่างหนังสือพิมพ์ของวันนั้นๆ

ซึ่งเป็นบันทึกความพยายามในการจดจารและสร้างความหมายให้กับช่วงเวลาปัจจุบันของเรา

โชเลือกใช้หน้าหนังสือพิมพ์เป็นผืนผ้าใบ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงผลงานของศิลปินไทยอย่างอุดมศักดิ์ กฤษณมิษ และฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ที่เขียนทับลงบนบันทึกข่าว การคอลลาจหนังสือพิมพ์ที่ถูกระบายทึบของอุดมศักดิ์ ซึ่งคงเหลือไว้เพียงพื้นที่ว่างเป็นรูปตัว “O” เสนอภาพเหมือนของความหมายผ่านพื้นที่เชิงลบ

ขณะที่ฤกษ์ฤทธิ์ปิดทองคำเปลวลงบนข่าวการเมือง บดบังเนื้อหาเพื่อวิพากษ์วิจารณ์โฆษณาชวนเชื่อและธรรมชาติของความเป็นจริง

การเก็บรักษาไว้เพียงชื่อหนังสือพิมพ์และพาดหัวข่าวบางส่วนบนภาพวาดนามธรรมของโช จึงสร้างบทสนทนาระหว่างประเด็นอันฉาบฉวยของห้วงเวลาทางประวัติศาสตร์ของเรา กับคำมั่นสัญญาอันเป็นนิรันดร์ของวันใหม่

สี่เหลี่ยมผืนผ้าของสีที่ปกคลุมข่าวสารนั้น เน้นย้ำถึงความไม่เพียงพอของหนังสือพิมพ์ในฐานะภาชนะรองรับประสบการณ์ส่วนตัวและสากลของเรา ซึ่งบ่อยครั้งเป็นการก้าวข้ามเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมและพรมแดนทางภูมิศาสตร์

นิทรรศการครั้งนี้ยังนำเสนอผลงานประติมากรรมของโช ซึ่งพบเห็นได้ไม่บ่อย อย่างเครื่องตอกบัตรที่พัฒนาขึ้นจากการสำรวจอย่างต่อเนื่องของศิลปินเกี่ยวกับวิธีที่มนุษย์บันทึกและกำหนดช่วงเวลา ผลงานชิ้นนี้มีชื่อว่า Present ซึ่งมอบของขวัญให้ผู้ชมสามารถนำกลับบ้านได้ เป็น “ของขวัญ” ที่ช่วยโอบอุ้มและจัดกรอบความทรงจำส่วนตัวของช่วงเวลาปัจจุบัน เพื่อส่งต่อไปสู่อนาคต

ชมผลงานของโชได้ใน ล่อง(ไม่)หน (In)visible Presence นิทรรศการที่นำเสนอผลงานชิ้นสำคัญจากคอลเลกชั่นของพิพิธภัณฑ์ดิบ บางกอก จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2025-3 สิงหาคม 2026 เปิดทำการวันพฤหัสบดี-จันทร์ เวลา 10.00-19.00 น. (ปิดวันอังคารและพุธ)

สามารถจองบัตรเข้าชมล่วงหน้าได้ทางเว็บไซต์ https://dibbangkok.org/in-visible-presence.html

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Dib Bangkok, FYI Bangkok

ข้อมูลจาก www.shoshibuya.com



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

PEAKY BLINDERS : THE IMMORTAL MAN | ‘ราชายิปซี’
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (1)
ดันดาดัน : เพราะโลกมีผี เอเลียนถึงบุกโลกไม่ได้
‘Laufey in Bangkok’ ‘เมโลดี้จับใจ’ ในโลกที่เกือบจะไร้ ‘ท่วงทำนอง’
ศธ.ล้างไพ่ พ.ร.บ.การศึกษาฯ โจทย์ใหญ่ อนาคตประเทศ
ช่องว่าง
เข็ดแล้ว พอแล้ว ไม่แต่งงานแล้ว
ฉุด-หนีตาม วัฒนธรรมประชาชน
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (3)
‘ถนน ที่ไม่ได้อยู่ในฝัน’
อัพ สกิล ทางไหน | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | ระหว่าง ปฎิทิน กับ ปฏิรูป สะท้อน ความคิด การเมือง