E-DUANG
ข่าวการปิดดีลและนำเสนอภาพรัฐบาล 300 เสียงภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยสร้างความมั่นใจเป็นอย่างสูง
โดยพื้นฐานเป็นความมั่นใจของพรรคภูมิใจไทย
ขณะเดียวกัน ยังเป็นความมั่นใจของพรรคร่วมรัฐบาลอันประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจ พรรคพลังประชารัฐ อีกด้วย
ยิ่งเห็นข่าวการจัดสรรปันส่วนแต่ละกระทรวงให้กับพรรคการ เมืองหลักอย่างพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย
ยิ่งตอกย้ำยืนยัน”ความมั่นใจ”ที่สูงขึ้นเป็นลำดับ
เป็นความมั่นใจที่ในที่สุดแล้วการเลือกตั้งก็จะเข้าสู่วิถีอันได้รับการยอมรับแม้ว่าจะมีคดีตามมาเป็นจำนวนมาก แต่นั่นก็เป็นเรื่องของศาลที่ต้องรอคอยและติดตาม
ความหมายก็คือ เมื่อครบ 60 วัน การประกาศรับรองการเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้น
แม้ว่าข้อกังขาต่อการเลือกตั้งในเชิงไม่สุจริตยุติธรรมจะเกิดขึ้นและได้รับการยืนยันมากยิ่งขึ้น แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามวิถีอย่างที่ปรากฏเสมอมา
นั่นก็เหมือนกับข้อกังขาต่อการได้มาซึ่งส.ว.ที่เห็นว่าเป็นการฮั้วและจำเป็นต้องทำความกระจ่าง
ในที่สุด ก็เดินหน้าอย่างที่เห็นและเป็นอยู่
แม้กระทั่งข้อสงสัยของอดีตตุลาการบางคนที่เคยมีในชั่วเวลาอันรวดเร็วก็ได้รับการอธิบายและเดินไปในทิศทางเดียวกันกับที่ได้รับการอธิบายจาก นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ
นั่นคือ รูปธรรมแห่งคำตอบไม่ว่าจะมาจาก”นักกฎหมาย” ไม่ว่าจะมาจากพรรคภูมิใจไทย
ความไม่แน่ใจในเรื่องที่พรรคกล้าธรรมจะอยู่ในสถานะใดใน ทางการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายค้าน เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลก็ยังเป็นความคลุมเครือ
เหมือนความคลุมเครือที่พรรคกล้าธรรมอาจจะหวนกลับไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย
ทุกอย่างเสมอเป็นเพียงการวิเคราะห์ เป็นการคาดหมาย
ความเป็นจริงก็คือ พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยประสานมือกันอย่างมั่นคงเพื่อเป็นรัฐบาล
โดยมีพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้าน
การยืนยันของพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย ที่จะเป็นรัฐบาล การยืนยันของพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเป็นฝ่ายค้าน คือ ความปรกติแห่งระบบ
นำความเห็นต่างมาต่อสู้ผ่านระบบ เคลื่อนไหวและเสนอต่อศาลต่อองค์กรเพื่อหาคำตอบ
พรรคประชาชนแม้ด้านหนึ่งจะเคลื่อนไหวเพื่อนำเสนอข้อมูลที่มีปัญหาของการเลือกตั้ง แต่ด้านหนึ่งก็เดินหน้าพร้อมทำงานการเมืองต่อไป
เห็นได้จากการประชุมสรุปถอดบทเรียนไม่เพียงแต่ในแกนนำที่เป็นว่าที่ส.ส.หรือผู้สมัครและผู้ปฏิบัติงาน หากแต่ยังเปิดช่องทางสาธารณะรับฟังความเห็นจากประชาชน
ยืนยันว่าพร้อมที่จะเดินหน้าการเมืองต่อไปในท่ามกลางปัญหาและความขัดแย้ง
ในด้านดี รูปธรรมเหล่านี้คือเครื่องหมายว่าการเมืองไทยได้ถูกเกลี่ยไปอยู่ในแนวทางที่แจ่มชัด แม้ว่าจะยังมีความหงุดหงิด ไม่พอใจและมองเห็นว่าเป็นปัญหา
นั่นก็เป็นเรื่องที่จะต่อสู้กันไปในแต่ละกรณีที่แต่ละพรรคจะประสบและเห็นความจำเป็น
เพียงแต่การแก้ไขปัญหาจะจบหรือไม่จบเท่านั้น
ย่อมเป็นเรื่องที่แต่ละพรรคการเมืองจักต้องประมวลและนำเสนอเพื่อเป็นประเด็นในทางสังคมต่อไป
