bg-single

ถอดบทเรียน… ล้อมคอก สร้าง ร.ร.พื้นที่ปลอดภัย?

01.03.2026

| การศึกษา

กรณีวัยรุ่นชายอายุ 18 ปี คลุ้มคลั่ง ก่อเหตุบุกเข้าไปในโรงเรียน โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ในพื้นที่ สภ.ทุ่งลุง จ.สงขลา พร้อมอาวุธปืนที่ขโมยมากจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ก่อนก่อเหตุยิงนางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียน ที่ใช้ตัวเองเป็นตัวประกันแทนนักเรียน เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ถัดมาไม่กี่วัน เกิดเหตุคนร้ายพร้อมอาวุธปืนหลบหนีในพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ส่งผลให้สถานศึกษาหลายในจังหวัดปทุมธานีกว่า 49 แห่งประกาศปิดเรียนฉุกเฉิน

แม้จะจับกุมคนร้ายจากทั้งสองเหตุการณ์ได้แล้ว แต่สังคมยังคงตั้งคำถาม โดยเฉพาะโรงเรียนควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย หรือ Safe Zone ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุมชน คงต้องถอดบทเรียน ทบทวนมาตรการป้องกันแบบยกเครื่อง

นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา แสดงความเห็นไว้น่าสนใจว่า โรงเรียนปลอดภัยเกิดขึ้นได้ยาก เพราะรอบๆ โรงเรียนจะมีสิ่งแวดล้อมและชุมชนจะมีเด็กเหมือนผู้ก่อเหตุอยู่รวมกันเป็นแก๊ง โดยเด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มอันตรายที่รอระเบิดอย่างต่อเนื่อง มองว่าต่อไปจะเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นอีกหลายจุด เช่นในอดีตที่เกิดเหตุใน จ.หนองบัวลำภู เป็นต้น

จะเห็นว่า เหตุการณ์สะเทือนขวัญรุนแรงที่เกิดขึ้น ต้นตอส่วนหนึ่งมาจาก “ยาเสพติด” ที่เริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่ระบบโรงเรียน

“สถานการณ์นี้จะเกิดขึ้นอีกหลายโรงเรียน ปัจจุบันวงจรของการสร้างเด็กติดยา จิตเวช เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สถานการณ์ปัญหาเด็กที่รุนแรง มี 3 เรื่อง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ซ้ำซ้อนและเชื่อมโยงกัน 1. ปัญหาเด็กติดจอ 3-4 ชั่วโมง 2. ปัญหายาเสพติด ที่แพร่หลายไปทุกพื้นที่ และ 3. ปัญหาเรื่องสุขภาพจิต ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว เชื่อมโยงไปถึงความรุนแรงที่ควบคุมไม่ได้” นายสมพงษ์กล่าว

เด็กที่ปรับตัวเข้าไม่ได้กับระบบการศึกษา มีปัญหาเชิงพฤติกรรม จะค่อยๆ ถูกผลักออกจากระบบโรงเรียนตั้งแต่เรียนอยู่ในระดับ ม.2 ครึ่ง เมื่อถูกผลักออก พวกเขาจะเริ่มจับกลุ่มกันในชุมชน ทั้งนี้ จะเห็นว่าสิ่งเสพติดสารพัดชนิดอยู่เต็มชุมชน อยู่ใกล้สถานศึกษาเพิ่มมากขึ้น

เมื่อเด็กเริ่มจับกลุ่มกันจะทดลองใช้สารเสพติด เหล้า กัญชา เป็นต้น ซึ่งจะค่อยๆ หนักขึ้น รุนแรงขึ้นตามลำดับ จะเริ่มลักเล็กขโมยน้อยและถูกปฏิเสธจากครอบครัวและชุมชน เด็กเหล่านี้จะแขวนอยู่ในชุมชนเกือบทุกชุมชน เป็นสิ่งที่รอวันระเบิดและอาจจะนำอันตรายสู่สถานศึกษาได้

เราจะพบปัญหาเกิดขึ้นทุกจุดในประเทศ เพราะยาเสพติดเข้าถึงง่าย ถูกจับตามหน้าข่าวเพียง 1% เท่านั้น

ดังนั้น อยากให้นายกรัฐมนตรี และกลุ่มคนที่กำลังจะตั้งรัฐบาลขอให้เอาใจใส่ ดูเรื่องยาเสพติดอย่างจริงจัง

การจัดการเรื่องยาเสพติดมองว่า แต่ละชุมชนต้องเริ่มดำเนินการจัดการแล้ว เช่น รวบเด็กกลุ่มนี้มาทำกิจกรรมพาไปบำบัดรักษา ให้ไปเรียนวิชาชีพ เป็นต้น

อย่ามองเด็กกลุ่มนี้เป็นตัวอันตราย มองว่าผู้นำท้องถิ่นต้องลงไปทำงานใกล้ชิดเข้าใจเด็กกลุ่มนี้ ให้โอกาส ให้พื้นที่ ให้งาน ให้การยอมรับ เชื่อว่าเด็กกลุ่มนี้จะกลับมาเป็นคนดีของสังคมได้

“ในโรงเรียนเมื่อเจอเด็กกลุ่มเสี่ยง อย่าปฏิเสธเด็กด้วยการให้ออก หรือผลักออก เพราะหากทำแบบนั้น ใน 1-3 เดือนจะทำให้เด็กเสี่ยงเป็นยุวอาชญากร และรัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรจะทำให้ปัญหายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านหายไป ไม่เช่นนั้นปัญหายาเสพติดจะกลายเป็นไขสันหลังใหญ่ของปัญหาสังคม อย่ามัวแต่นั่งคิดตั้งรัฐบาลอย่างไร ขอให้แก้ปัญหารากเหง้า ปัญหาสำคัญที่จะช่วยครูและโรงเรียนจริงๆ คือ ทำให้ชุมชนปลอดเด็กกลุ่มเสี่ยง และสร้างเด็กเหล่านี้ให้กลับมาอยู่ในสังคม ไม่อย่างนั้นโรงเรียนจะอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงอยู่”

“เมื่อมีนโยบายโรงเรียนปลอดภัยแล้ว ควรลดเรื่องการผลักออก ลดการใช้อำนาจ และประสานผู้นำชุมชนแก้ปัญหา ดูแลบำบัดรักษา ให้โอกาส ให้พื้นที่กับเด็กติดยาหรือมีปัญหาจิตเวชอย่างไร เพื่อให้มีปัญหาน้อยที่สุด” นายสมพงษ์กล่าว

ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ย้ำว่า โรงเรียนมีความสามารถในการดูแลเรื่องความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง โดยเหตุที่ จ.สงขลาถือเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด โรงเรียนมีรั้วรอบขอบชิด รวมถึงมี รปภ.เฝ้าอยู่ตลอด แต่หากคนร้ายถือมือบุกเข้ามา ก็อาจดูแลได้ไม่ทั่วถึง

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุว่า สพฐ.ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน โดยในการประชุมผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ที่จะจัดขึ้นวันที่ 4-6 มีนาคมนี้ จะกำชับผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ทั้ง 245 เขตทั่วประเทศให้เข้มงวดเรื่องการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยจะร่วมกันหารือ และถอดบทเรียนจากกรณีชายวัย 18 ปี มีอาการคลุ้มคลั่ง ถืออาวุธปืน บุกเข้าไปในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และได้ก่อเหตุยิงผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิต ขณะที่ครูและนักเรียนได้รับบาดเจ็บหลายราย เพื่อวางมาตรการป้องกันในระยะยาว ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก

“กรณีของโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ ถือว่าผู้อำนวยการโรงเรียนมีความกล้าหาญ เสียสละดูแลนักเรียนอย่างเข้มแข็ง ซึ่งเมื่อผู้อำนวยการถูกยิงและนำส่งโรงพยาบาล รองผู้อำนวยการโรงเรียนก็อาสาเป็นตัวประกันแทน เรื่องนี้ส่งผลให้ครู นักเรียนขวัญเสีย สพฐ.จึงได้ประสานทางโรงพยาบาลส่งนักสุขภาพจิตมาช่วยดูแลเยียวยา ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงต้องปรับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อแก้ปัญหาให้ทันท่วงที โดยในการประชุมผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ทั่วประเทศ วันที่ 4-6 มีนาคม สพฐ.จะหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็นสำคัญในการหารือ เพื่อให้แต่ละพื้นที่เข้ามาช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยต่างๆ เพิ่มมากขึ้น” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

นอกจากนี้ยังย้ำเรื่องการรายงานสถานการณ์ต่างๆ ตามลำดับชั้นให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกรณีเกิดสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงกับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อวางแนวทางแก้ไขได้ทันท่วงที กรณีที่เกิดขึ้นใน จ.สงขลา ทำให้ สพฐ.ได้ถอดบทเรียน ในเรื่องที่จะป้องกันแก้ปัญหาให้ทันท่วงที และจะกำชับให้มีการดูแลรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดต่อไป

นอกจากนี้จะระดมความคิดเห็นจากผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ทั่วประเทศ เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยว่า มีเรื่องใดที่ต้องเติมเต็ม ขอให้ช่วยกันหาวิธีการ โดยทราบจากบางพื้นที่ว่า โรงเรียนบางแห่งมีระบบเตือนภัย ถ้าโรงเรียนกดปุ่ม สัญญาณเตือนจะดังไปที่สถานีตำรวจ

เพราะฉะนั้นจะลองถอดบทเรียนในเรื่องนี้ ว่าหากจะนำมาใช้กับโรงเรียนต่างๆ จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง

สุดท้ายแล้ว โศกนาฏกรรมครั้งนี้ไม่ควรจบลงเพียงการจับกุมผู้ก่อเหตุ หรือการเพิ่มรั้ว เพิ่มยาม เพิ่มกล้องวงจรปิด และสัญญาณเตือนภัย

แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่รัฐบาล ศธ. สพฐ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น ไปจนถึงฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครอง ต้องร่วมกัน “ถอดบทเรียน” อย่างจริงจัง ในเชิงโครงสร้าง ว่าอะไรคือจุดอ่อนที่ต้องเร่งแก้ไข

การทบทวนมาตรการต้องไม่ใช่เพียงการป้องกันเมื่อเกิดเหตุ แต่ต้องย้อนกลับไปปิดประตูตั้งแต่ต้นทาง

ทั้งปัญหายาเสพติด สุขภาพจิต ระบบคัดกรองเด็กกลุ่มเสี่ยง การประสานงานระหว่างโรงเรียนกับชุมชน และกลไกแจ้งเตือนฉุกเฉินที่ทำงานได้จริง

เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยขึ้นอีกครั้ง…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ