พระเครื่อง ‘ปางลีลา’ ลีลาเข็ม-กำแพงลีลา 2 กรุอ่อนช้อยสวยงาม
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
พระเครื่องปางลีลากรุเมืองสุพรรณบุรี มีอยู่พิมพ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเมื่อเห็นด้านหลัง จะทราบทันทีว่าเป็นของกรุวัดชุมนุมสงฆ์ คือ “พระลีลาเข็ม” หรือ “พระลีลาหลังเข็ม” เนื่องจากด้านหลังขององค์พระมีแท่งนูนปลายแหลมคล้ายกับเข็ม จึงได้ชื่อนั้นมาตั้งแต่มีการขุดพบเมื่อปี พ.ศ.2504 หากกล่าวถึงพระเครื่องกรุนี้ ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงพระลีลาหลังเข็ม
เป็นอีกกรุที่พบพระเครื่องปางลีลามากพิมพ์ และพบพระกำแพงศอกด้วยเช่นกัน วัดชุมนุมสงฆ์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณ อยู่ด้านหน้าของวิหารหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ ห่างกันประมาณร้อยเมตร ปัจจุบันอยู่ด้านหน้าของโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย ตัวพระเจดีย์อยู่ติดกับถนนมาลัยแมน เจดีย์เป็นศิลปะแบบอยุธยายุคต้นพระกรุวัดชุมนุมสงฆ์แตก เนื่องจากมีคนลักลอบเข้าไปขุด ประมาณต้นเดือนตุลาคม 2504 คนร้ายได้พระไปจำนวนมาก พระเครื่องเป็นพระเนื้อชินเงินล้วนๆ แต่ยังนำพระออกไปไม่หมด พอรุ่งเช้าความแตก เจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบเข้าเสียก่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมศิลปากรจึงเข้ามาควบคุม และเปิดกรุเป็นทางการ
หลังจากคนร้ายขนพระออกไปเป็นจำนวนมากแล้ว ยังพบพระบูชาศิลปะอู่ทอง 2 และอู่ทอง 3 พระกำแพงศอก พระกำแพงลีลาเชยคาง ลีลาใบหอก พระลีลาหลังเข็ม พระลีลาหันซ้าย พระลีลาหันขวา พระซุ้มเรือนแก้ว พระลีลาเกียก พระตรีกาย พระลีลาฝักดาบ พระลีลาบัวโค้ง พระนารายณ์ทรงปืน เป็นต้น
พระเครื่องที่พบในกรุวัดชุมนุมสงฆ์ส่วนใหญ่เป็นพระเนื้อชินเงิน ไม่พบพระเนื้อดินเผา เนื้อชินเงินมีเอกลักษณ์เป็นเนื้อชินแข็ง สันนิษฐานว่าน่าจะมีส่วนผสมของดีบุกมาก ผิวมีปรอทจับขาวทั่วทั้งองค์ คล้ายกับพระกรุวัดราชบูรณะของอยุธยา แต่ผิวจะซีด แห้ง บางองค์มีจุดคราบดำ เป็นจุดเล็กบ้างใหญ่บ้าง ที่เป็นปื้นก็มี
พระกรุนี้ไม่มีคราบดินจับอยู่ที่ผิวพระ เนื่องจากไม่ได้ถูกฝังอยู่ในดิน พระที่พบอยู่ในองค์พระเจดีย์ ช่วงคอระฆัง
จากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร บอกว่า พระถูกบรรจุอยู่ในหีบเนื้อชินอีกทีหนึ่ง พระของกรุนี้จะมีรอยระเบิดบ้างแต่น้อยมาก มีพระที่อยู่ติดกับรอยชำรุดของหีบที่บรรจุจำนวนไม่มากนัก ที่ถูกความชื้นจึงมีรอยระเบิดบ้าง พระส่วนใหญ่จะมีสภาพดี คราบปรอทขาวทั่วองค์
พระเครื่องปางลีลาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีกรุเดียว คือ พระลีลาหลังเข็ม เข้าใจว่าตอนที่เทหล่อพระ ส่วนที่เป็นเข็มตามที่เราเห็น คงจะเป็นช่องเทชนวนโลหะ จึงเป็นแท่งเข็มตามที่เห็น
ปัจจุบันไม่ค่อยได้พบเห็นนัก พระส่วนใหญ่ถูกเก็บรักษาไว้หมด หายากมาก
โดดเด่นด้านความเจริญก้าวหน้า และโภคทรัพย์

หันมากล่าวถึงพระเครื่องของ จ.กำแพงเพชรกันบ้าง ล้วนมีอยู่มากมายหลายกรุ พระที่มีชื่อเสียงและคนส่วนมากจะนึกถึง คือ พระประเภทเนื้อดิน ซึ่งพระเนื้อดินของกำแพงเพชรมีความหนึกนุ่ม มองดูแล้วสวย โดยเฉพาะพระของกรุทุ่งเศรษฐี ต.นครชุม เช่น พระกำแพงซุ้มกอ พระกำแพงเม็ดขนุน เป็นต้น
ในส่วนของพระปางลีลาแล้ว พระกรุทุ่งเศรษฐีมีความนิยมกันมาก ได้รับคำยกย่องว่ามีพุทธศิลปะที่งดงามอ่อนช้อยยิ่งนัก และมีพระอยู่หลายอย่างทั้งเนื้อดินและเนื้อชิน ประเภทพระเนื้อดินเผา เช่น พระกำแพงเม็ดขนุน พระกำแพงพลูจีบ พระกำแพงกลีบจำปา เป็นต้น
ประเภทเนื้อชินก็มีพระกำแพงขาว พระกำแพงเชยคางข้างเม็ด เป็นต้น
พระกำแพงลีลาพิมพ์ต่างๆ ของกำแพงเพชร จะมีพุทธศิลปะที่อ่อนช้อยแบบสุโขทัยหมวดกำแพงเพชร ซึ่งมีความพลิ้วไหวดุจดั่งองค์สมเด็จพุทธเจ้าเสด็จพระราชดำเนินลอยล่องอยู่ในอากาศ
พระพุทธรูปปางลีลานั้นถือเป็นสุดยอดแห่งศิลปะของสุโขทัย
พระกำแพงลีลาเชยคางข้างเม็ด เป็นหนึ่งในพระกรุกำแพงเพชรที่มีความนิยมมากตั้งแต่ในอดีต ที่มาของชื่อนั้น เนื่องจากพุทธลักษณะปางลีลาเยื้องก้าวอันประกอบด้วยพระกรข้างซ้ายที่กรีดพลิ้วอยู่นั้นช่างอ่อนไหวอยู่ใกล้กับคาง มากกว่าพระพิมพ์อื่นๆ คล้ายกับกำลังเชยคางอยู่ และที่กรอบซุ้มเรือนแก้วขององค์พระมีเม็ดไข่ปลาประดับอยู่รายรอบภายในซุ้มเรือนแก้ว
จนได้ชื่อนามอันไพเราะว่า “พระกำแพงลีลาเชยคางข้างเม็ด”
ถูกขุดพบครั้งแรกที่กรุวัดบรมธาตุ ต่อมาพบอีกที่วัดอาวาสน้อย วัดสี่อิริยาบถ พระที่พบเป็นพระเนื้อชินเงินเป็นส่วนใหญ่ ที่พบเป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงก็มีบ้าง แต่พบน้อยมาก

พระที่พบของกรุวัดบรมธาตุ มักจะพบว่าผิวเนื้อจะเป็นสีออกดำอมเทาและมีไขขาวเกาะอยู่ ของกรุอาวาสน้อยบางองค์จะมีร่องรอยคราบปรอทจับอยู่บ้าง พระกำแพงเพชรเชยคาง ที่พบจะมีพระพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก พระพิมพ์ใหญ่จะพบน้อยมาก แทบไม่ค่อยได้เห็นนัก
พระพิมพ์กลางจะมีปริมาณที่มากกว่าทุกพิมพ์ จึงถือว่าเป็นพิมพ์มาตรฐาน ส่วนพิมพ์เล็กก็พบบ้างตามกรุต่างๆ
พระกำแพงเชยคางข้างเม็ด ในสมัยก่อนนั้นมีความนิยมสูงพอกับพระกำแพงเม็ดขนุน ด้วยศิลปะที่สวยงดงาม ในด้านพุทธคุณก็เด่นทางด้านเมตตาโชคลาภ โภคทรัพย์ เฉกเช่นเดียวกับพระเม็ดขนุน แต่ปัจจุบันนั้นก็พบหาได้ยากมาก และมีการปลอมแปลงกันมาตั้งแต่อดีต
จนทุกวันนี้แทบไม่มีใครพูดถึงหรือพบเห็นกันเลย แต่ก็ยอมรับว่าพระแท้ๆ หายากจริงๆ อาจเป็นเพราะเรื่องจำนวนที่มีไม่มากนัก
อีกอย่างเนื่องจากเป็นพระเนื้อชินที่มีอายุความเก่าแก่ยาวนานถึงประมาณราว 600 ปีมาแล้ว จึงทำให้มีการเสื่อมสภาพของเนื้อวัสดุ เกิดการแตกระเบิด ผุกร่อน ไปตามกาลเวลา จึงทำให้เหลือองค์พระที่สมบูรณ์น้อยมากก็เป็นได้
ทำให้ไม่ค่อยได้พบเห็นกัน
