E-DUANG
ประเด็นอันเกี่ยวกับ”การเลือกตั้ง”ได้ก่อรูปและพัฒนาจากปัญหาในทางการเมืองแล้วดำรงอยู่ในลักษณะ”มวลชน”ลึกซึ้งและกว้างไพศาลมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
ในเบื้องต้นอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องของ”พรรคการเมือง” แต่นับวันจะกลายเป็นปัญหาของ”สังคม”
เมื่อใดที่กลายเป็นเรื่องของ”สังคม” เมื่อนั้นจะเปี่ยม”พลัง”
แม้ว่าความตื่นตัวแรกสุดจะเป็นเรื่องของ”พลเมือง”หรือที่เรียกตามศัพท์รัฐศาสตร์ว่า Active Citizen
เป็นเรื่องของ”ราษฎร”ที่มีความตื่นตัว ไม่ยอมจำนน
ตัวอย่างเห็นได้จากปทุมธานี เห็นได้จากมหาสารคาม เห็นได้จากชลบุรี เห็นได้จากสุพรรณบุรี
ปมอยู่ที่พรรคการเมืองใดสำเหนียก สำนึกและเปิดรับ
ความจริง ปัญหาอันเนื่องแต่การเลือกตั้งเป็นผลประโยชน์ ได้และเสียโดยตรงของพรรคการเมือง แต่ความเคยชินอันเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่ง
พรรคที่ได้ประโยชน์จะเฉยๆ พรรคที่เสียประโยชน์อาจจะกระตือรือร้นอย่างเป็นพิเศษ
แต่ก็ต้องติดกับความเชื่อ”แพ้แล้วพาล” แพ้แล้วไม่ยอมแพ้
จึงมีความระมัดระวังในการเคลื่อนไหวอย่างเป็นพิเศษ กระทั่งบางพรรคไม่ยอมขยับ
ดูเหมือนจะมีเพียงพรรคประชาชนเท่านั้นที่ไม่ยอมนิ่ง
ตรงนี้เองทำให้พรรคประชาชนถูกดูดกลืนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในความขัดแย้งกระทั่งบางคนถูกฟ้องร้องพร้อมกับภาคประชาชน
แต่ในที่สุดพรรคประชาชนก็เลือกที่จะเป็น”ผู้ฟ้อง”เอง
มีความพยายามจะบริหารจัดการจากกกต.เพื่อทำให้กระบวนการของการเลือกตั้งจบลงอย่างราบรื่น
แม้จะเผชิญกับมรสุมแห่งการกล่าวหามากมาย
น่าสนใจก็ตรงที่กระบวนการหนึ่งของการบริหารจัดการคือการฟ้องประชาชน
ไม่ว่าที่ชลบุรี ไม่ว่าในกรุงเทพมหานคร
แต่ก็ต้องประสบกับการตั้งคำถามว่าจะเป็นการฟ้องเพื่อปิดปากประชาชนหรือว่าเป็นการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
คำถามและความสงสัยนี้กำลังแพร่กระจาย
เป็นการแพร่กระจายในท่ามกลางบทบาทและการเคลื่อนไหวอันชวนให้กังขาของกกต.ในแต่ละระดับ
แทนที่จะเป็นการยุติปัญหาอาจเท่ากับสร้างปัญหา
ความรู้สึก”ร่วม”ประการหนึ่งก็คือ การตัดสินใจเช่นนี้เป็นการตัดสินใจที่ชอบด้วยเหตุผล หรือว่าเท่ากับราดน้ำมันเข้าใส่กองไฟ ปัญหายิ่งใหญ่ขึ้น
ในที่สุด กกต.อาจกลายเป็น”จำเลย”ของสังคม
สถานะของกกต.คือ”องค์กรอิสระ” แต่รากฐานการได้มาของกกต.ก็มิได้อิสระอย่างสิ้นเชิง หากอยู่ภายใต้กรอบแห่งรัฐธรรมนูญ
เป็นรัฐธรรมนูญอันได้มาโดย”รัฐประหาร”
กกต.จึงสัมพันธ์กับการรักษาอำนาจทางการเมืองที่ยึดโยงอยู่กับรัฐประหารเพราะแต่งตั้งโดย ส.ว.
เพียงแต่ส.ว.สัมพันธ์กับกลุ่มการเมืองใด
เมื่อก่อนอาจแนบแน่นอยู่กับ”คสช.” แต่ปัจจุบันแนบแน่นอยู่กับพลัง”สีน้ำเงิน”
ปัจจัยนี้เองทำเกิดพัฒนาการแห่งปัญญา”การเลือกตั้ง”
เมื่อกระบวนการได้มา กระบวนการบริหารของกกต.มิได้เป็นอิสระหากโยงอยู่กับพลุ่มทางการเมือง
กลุ่มการเมืองที่มีพรรคการเมืองเป็นตัวแทนผลประโยชน์
