เจาะลึกพิธีกรรมวิตถาร ‘ลุงสนม’ สัปเหร่อฉาว เจ้าสำนักสุสานเด็กเถื่อน อ้างอาถรรพ์-ละเมิดเพศ
คอลัมน์ อาชญากรรม โดย อาชญาข่าวสด
จากความเชื่อและความศรัทธาสู่ฝันร้ายที่กัดกินศักดิ์ศรีของผู้หญิง กลายเป็นคดีอื้อฉาวที่เขย่าวงการไสยศาสตร์เมืองอ่างทอง เมื่อสัปเหร่อชื่อดังถูกกล่าวหาว่าใช้คราบนักบุญบังหน้า แต่เบื้องหลังกลับใช้ ‘อาถรรพ์’ เป็นเครื่องมือล่อลวงเหยื่อไปล่วงละเมิดทางเพศอย่างเลวร้าย
เรื่องราวเริ่มแดงขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา พาสองหญิงสาวผู้บอบช้ำเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.
เหยื่อรายหนึ่งเปิดใจด้วยเสียงสั่นเครือว่า เมื่อปี 2568 ขณะที่ครอบครัวกำลังมืดแปดด้านเพราะสามีป่วยหนัก
เธอได้หลงเชื่อคำโฆษณาของ ‘ลุงสนม’ สัปเหร่อและหมอถอนคุณไสยชื่อดังที่อ้างว่ามีลูกศิษย์เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และรู้จักกับคนดังมากมาย
แต่หลังจากหลงคารมยอมประกอบพิธีในห้องลับ ‘ลุงสนม’ ก็บังคับให้เปลื้องผ้า ใช้มีดเขียนอาคมตามร่างกาย และโกนขนในที่ลับ
โดยข่มขู่อ้างว่าหากไม่ทำตาม ‘อาถรรพ์’ จะเข้าตัวและครอบครัวจะพินาศ
พิธีกรรมของลุงสนมก็ล้วนแต่วิตถารใช้สิ่งของที่อ้างเป็นวัตถุมงคลยัดใส่อวัยวะเพศ พร้อมพูดจาคุกคามทางเพศตลอดเวลา
สุดท้าย… สามีไม่หายป่วย แต่สิ่งที่เหลือไว้คือบาดแผลทางใจ
เมื่อสืบไปจึงพบว่ามีเหยื่อที่ถูกกระทำในลักษณะเดียวกันอีกนับสิบราย!
เพียง 4 วันหลังการร้องเรียน (16 กุมภาพันธ์ 2569) ทีมสอบสวนและหมอปลาได้ยกระดับความเข้มข้นด้วยการลงพื้นที่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เพื่อขุดหาหลักฐานสำคัญใน ‘สุสานเด็ก’ ภายในวัดที่ลุงสนมใช้ประกอบพิธี



ด้านเจ้าอาวาสวัดชี้แจงว่า ไม่เคยรับทราบเรื่องการใช้พื้นที่วัดทำเป็นสุสานฝังศพเด็กทารกตายทั้งกลมมาก่อน
ทันทีที่ทราบเรื่องและมีผู้เสียหายประสงค์นำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลจึงอนุญาตให้ดำเนินการได้ทันที
ในอนาคต วางแผนขุดศพเด็กทั้งหมดออกจากพื้นที่ให้เหลือเพียงศูนย์กู้ภัยเท่านั้น
สอดคล้องกับข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยืนยันว่า ไม่ทราบเรื่องการสร้างสุสาน
เนื่องจากไม่มีผู้ร้องเรียนอย่างเป็นทางการมาก่อน
สุดท้าย ญาติผู้เสียหายชี้จุดให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขุดนำโครงกระดูกขึ้นมาห่อผ้าขาวถวายเจ้าอาวาสก่อนมอบให้ญาติตามความประสงค์
เบื้องต้นขุดพบ 2 โครงกระดูก ส่วนกรณีแม่เด็กที่นำร่างมาฝากไว้เมื่อ 6 ปีที่แล้วยังค้นหาไม่พบ
พนักงานสอบสวนจึงนำโครงกระดูกไปเก็บรักษาที่ สภ.วิเศษชัยชาญ โดยญาติลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว
เพื่อรอขั้นตอนการส่งตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและพิสูจน์ว่ามีการนำศพมาใช้หาประโยชน์โดยมิชอบหรือไม่
เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป
คดีสัปเหร่อชื่อดังแห่งอ่างทอง เริ่มทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อเหยื่อจำนวนมากเริ่มทยอยเผยตัว พร้อมหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความเชื่อที่ผิดเพี้ยน
แต่คือขบวนการฉ้อโกงและล่วงละเมิด ที่ทำกันเป็นระบบ
กลุ่มหญิงสาวผู้เสียหาย 6 ราย เข้าพบ ‘บิ๊กเต่า’ เพื่อให้ปากคำต่อกรณีถูกลุงสนมกระทำอนาจารระหว่างทำพิธี
ผู้เสียหายจากจังหวัดเชียงราย เล่าประสบการณ์เลวร้ายว่า พาน้องสาวที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะตั้งครรภ์ไปทำพิธีผ่าท้องแยกเด็กตามความเชื่อ
กลับถูกลุงสนมลวนลามกอดและหอมที่ต้นคอ อีกทั้งถูกเรียกเก็บเงินกว่า 5,000 บาท
พร้อมสั่งห้ามนำศพเด็กกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา บังคับให้ฝังไว้ในพื้นที่บ้านของสัปเหร่อเพียงอย่างเดียว
โดยใช้คำขู่เรื่อง ‘ชีวิตจะตกต่ำ’ มาสร้างความหวาดกลัว!!?
ผู้เสียหายอีกรายระบุว่า หลงเชื่อข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ที่แอบอ้างว่าเป็นสัปเหร่อหนึ่งเดียวที่ทำพิธีแยกแม่และเด็กทั้งกลมได้
โดยอ้างว่าเป็นจิตอาสาไม่เรียกเก็บเงิน
แต่ความเป็นจริงกลับเรียกเก็บเงินค่าครูคนละ 200 บาท หากเหยื่อรู้ทันจะอ้างว่าแล้วแต่ศรัทธา
นอกจากนี้ยังนำ ‘มีดที่ใช้ผ่าศพ’ ขูดตามร่างกายเหยื่อจนเกิดแผลห้อเลือด
คล้ายการทำร้ายร่างกายและข่มขวัญ
‘บิ๊กเต่า’ สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน โดยประเด็นสำคัญที่สังคมจับตาคือ ‘ซากศพเด็กนับร้อยราย’ ที่ถูกฝังอยู่ข้างศูนย์กู้ภัย
หากพิสูจน์ได้ว่า ซากศพเหล่านี้เคยมีชีวิตและมีการจัดการศพที่ผิดระเบียบจะดำเนินการขุดตรวจสอบดีเอ็นเอทุกราย
เพื่อคืนลูกหลานกลับสู่ครอบครัวและนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ถูกต้อง
ในช่วงเวลาเดียวกัน นายอภิชาติ ศรีเหรา นายอำเภอวิเศษชัยชาญ ขยับตัวครั้งใหญ่เพื่อสยบข่าวลือเรื่อง ‘เส้นสาย’ ยืนยันชัดเจนว่า ไม่เคยมีความสนิทสนมส่วนตัวกับสัปเหร่อรายนี้ตามที่ถูกกล่าวอ้าง
พร้อมสั่งการเด็ดขาด แจ้งความเอาผิดดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.สุสานและฌาปนสถาน พ.ศ.2528 เนื่องจากพบว่ามีการจัดตั้งและประกอบกิจการสุสานโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งยังออกหนังสือด่วนที่สุดถึงเจ้าอาวาสให้สั่งระงับการฝังศพทุกประเภทในเขตวัดทันที
นอกจากฝ่ายรัฐแล้ว ยังมีนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความชื่อดัง ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม และ ‘หมอปลา’ นำหลักฐานเข้าแจ้งความเพิ่มเติมที่ สภ.วิเศษชัยชาญ
โดยชี้ชัดว่า พฤติกรรมของนายสนมไม่ใช่แค่เรื่องอนาจาร แต่ลุกลามไปถึงความผิดอาญาอุกฉกรรจ์ 4 กระทง
1. ซ่อนเร้นทำลายศพ กรณีสุสานเด็กทารกปริศนา
2. ผ่าศพโดยไม่ใช่แพทย์ กรณีการทำพิธีแยกแม่ลูกตายทั้งกลมที่ผิดกฎหมาย
3. เคลื่อนย้ายศพ โดยไม่มีเหตุอันควร
4. ลักทรัพย์ ในส่วนการเรียกรับเงินค่าครูและทรัพย์สินโดยมิชอบ
ขณะเดียวกัน เจ้าคณะจังหวัดอ่างทองมีคำสั่งเด็ดขาดให้รื้อถอนสำนักของนายสนมออกจากวัดทันที หลังเจ้าอาวาสยอมรับว่าถูกหลอกให้ใช้พื้นที่มานานหลายปี โดยไม่รู้เลยว่ามีการประกอบ ‘พุทธพาณิชย์’ และการกระทำที่ผิดวินัยสงฆ์ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
ด้านสัปเหร่อคนดังก็เหมือนจะไหวตัวทัน พาเมียขนข้าวของหนีไปอย่างไร้ร่องรอย
แต่สุดท้ายก็หลบไม่พ้นสายตาของกฎหมาย
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ชุดสืบสวนกองปราบปรามนำหมายจับศาลอาญา 7 หมายจับ ข้อหากระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล, ข่มเหงจิตใจให้ผู้อื่นกระทำการหรือไม่กระทำการใดๆ และใช้สิ่งของหรือวัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศ
บุกล็อกตัวนายสนมได้คาบ้านพักของลูกศิษย์ใน อ.สอง จ.แพร่ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569
พร้อมตรวจยึดของกลางสำคัญคือ ลูกกาเราะ และมีดหมอ ที่ใช้ในการก่อเหตุ
เบื้องต้นสัปเหร่อฉาวให้การภาคเสธ แบ่งรับแบ่งสู้ ยอมรับกระทำอนาจารกลุ่มผู้เสียหายจริงตามที่ปรากฏในข้อกล่าวหา
แต่อ้างหญิงสาวทุกคนสมยอม ไม่ได้ใช้อาวุธหรือมีดหมอข่มขู่บังคับให้ยอมทำตามพิธีกรรม หรือสั่งห้ามไม่ให้ขัดขืนแต่อย่างใด
มีหรือที่ตำรวจจะเชื่อ!!?
เพราะคำสารภาพขัดกับพยานหลักฐานและคำให้การของผู้เสียหายหลายรายที่ระบุตรงกันถึงพฤติกรรมการใช้อาวุธและสิ่งของล่วงล้ำเพื่อสร้างความหวาดกลัว จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ดำเนินคดี
พร้อมขยายผลตรวจสอบว่ามีผู้เสียหายรายอื่นถูกกระทำในลักษณะเดียวกันเพิ่มเติมหรือไม่
ก่อนคุมตัวส่งฝากขังต่อศาลอาญาในวันที่ 4 มีนาคม
แต่ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีอีกกงกรรมที่ลุงสนมก่อไว้กำลังเวียนมาหา
ปม ‘สุสานเด็ก’ ที่ซ่อนตัวอยู่มานานกว่า 4 ทศวรรษ กำลังถูกชำระล้าง พ.ต.อ.พัทธนันท์ ทรงสมถวิล ผกก.สภ.วิเศษชัยชาญ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดอ่างทองลงพื้นที่เก็บหลักฐานและวัตถุพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเรียบร้อยแล้ว รวมถึงเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากญาติเด็กที่ถูกนำมาฝัง เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน
ตั้งกรอบเวลาถึงวันที่ 15 มีนาคมนี้ เพื่อให้ญาติมาติดต่อ ก่อนจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด
หากผลพิสูจน์ยืนยันความเชื่อมโยงกับร่างทารกในสุสาน พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับนายสนมเพิ่มเติม และดำเนินคดีในข้อหาอื่นตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป เพื่อความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญเสียและลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด
ล่าสุดมีญาติมาแสดงตัวแล้ว 3 ราย โดยสามารถยืนยันและส่งคืนร่างทารกได้แล้ว 2 ราย
ด้านนายอำเภอวิเศษชัยชาญ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยกู้ภัย เข้าเตรียมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและสุสานเด็กเพื่อเคลียร์พื้นที่และเตรียมจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลครั้งใหญ่ในเดือนเมษายนนี้
แต่การเข้ารื้อถอนต้องยุติลงชั่วคราว เนื่องจากเจ้าของพื้นที่ไม่ยินยอมลงนามในหนังสืออนุญาตที่เจ้าหน้าที่เตรียมมา อ้างว่าไม่มีกำลังคนและขาดงบประมาณในการรื้อถอน แม้นายอำเภอระบุแจ้งชัดเจนแล้วว่า เจ้าอาวาสจะเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณทั้งหมดและใช้กำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยดำเนินการให้ฟรี
เมื่อยังมีการปฏิเสธจึงต้องถอนกำลังกลับก่อน โดยเตรียมประสานเจ้าอาวาสออกหนังสือแจ้งเตือนอีกฉบับ
หากยังไม่มีการดำเนินการรื้อถอนตามกำหนด ทางวัดและอำเภอจะบังคับใช้มาตรการเข้ารื้อถอนอย่างเร่งด่วนที่สุด
เพื่อปิดตำนานสำนักดังกล่าวอย่างถาวร
คดีของ ‘ลุงสนม’ ไม่ใช่รายแรกและอาจไม่ใช่รายสุดท้าย ตราบใดที่ความทุกข์และความหวังยังเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพฉวยโอกาส
เมื่อศรัทธาที่ปราศจากปัญญา คือช่องทางที่มิจฉาชีพใช้เดินเข้าหาเหยื่อ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
